โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

หนังดี "ที่พลาดไป" ของ Netflix 2020 จน WTF อยากให้คุณหามาดู!

BT Beartai

อัพเดต 15 ม.ค. 2564 เวลา 14.55 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2564 เวลา 09.23 น.
หนังดี “ที่พลาดไป” ของ Netflix 2020 จน WTF อยากให้คุณหามาดู!

What the Fact ได้นำรายชื่อของหนังดีที่คอหนังอาจพลาดไปแห่งปี 2020 มาแนะนำกันไปแล้ว ซึ่งหนังดีจริง ๆ แล้วยังมีหนังของสตรีมมิง Netflix แพลตฟอร์มสตรีมมิงที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับชาวไทยในปี 2020 ด้วย จึงต้องขอเขียนแยกเป็นอีกหนึ่งบทความซึ่งจะขอแนะนำกันแบบเน้น ๆ ไปเลยว่า Rare Items หนัง Original Content ที่อาจจะหลงหูหลงตากันไปใน Netflix มีเรื่องอะไรบ้างที่เราไม่อยากให้คุณพลาดด้วยประการทั้งปวง

ชวนอ่าน 10 หนังดี-สุดมันจาก Netflix ปี 2020

DA 5 BLOODS

หนังเรื่องรองสุดท้ายของ Chadwick Boseman ซึ่งเสียชีวิตในปี 2020 ที่ผ่านมา (เรื่องสุดท้ายก็เป็นหนัง Netflix ที่อยู่ในลิสต์นี้ด้วยเช่นกัน) และเรื่องนี้ก็ยังเดินทางเข้ามาถ่ายทำในไทยอีกด้วย Da 5 Bloods นั้นเป็นผลงานของผู้กำกับผิวดำมากฝีมืออีกคนแห่งยุคอย่าง Spike Lee ซึ่งมีหนังอย่าง BlacKkKlansman (2018) , Inside Man (2006) และ Malcolm X (1992) อยู่ในเครดิต หนังได้เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยช่วงปี 2019 ที่กรุงเทพฯ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย นนทบุรี สมุทรสงคราม ราชบุรี และกาญจนบุรี แต่ก็น่าเสียดายที่ในตัวอย่างหนังนั้นบอกว่าเหตุการณ์เกิดที่เวียดนาม เพราะเท้าความถึงสงครามเวียดนามยุค 70s

หนังเล่าเรื่องของทหารผ่านศึกสัญชาติแอฟริกัน-อเมริกัน 4 คนที่กลับไปยังประเทศเวียดนาม เพื่อตามหาศพของผู้บัญชาการหน่วยรบของพวกเขา (Chadwick Boseman) และสมบัติที่ถูกฝังเอาไว้ สมทบด้วยนักแสดง Jean Reno (Leon: The Professional), Delroy Lindo (Get Shorty), Clarke Peters (The Wire), Isiah Whitlock Jr. และ Paul Walter Hauser (I, Tonya) หนังได้รับคำชื่นชมเรื่องการแสดงที่เข้าขาของทีมนักแสดง โดยเฉพาะ Delroy Lindo ที่น่าจะมีบทบาทบนเวทีรางวัลอย่างแน่นอน และหนังก็ยังใช้ลูกเล่นด้านภาพได้อย่างน่าสนใจ และน่าศึกษางานภาพไว้สำหรับนักเรียนภาพยนตร์ (อ่านรีวิวเรื่องนี้ของ WTF) (Rotten Tomatoes: 92%/iMDB Rating: 6.5/10)

HIS HOUSE

หลังจากหนีรอดจากประเทศซูดานใต้ที่แหลกสลายด้วยสงครามมาได้อย่างหวุดหวิด คู่รักผู้ลี้ภัยต้องปรับตัวกับชีวิตใหม่ในเมืองเล็ก ๆ ของอังกฤษอย่างยากลำบาก และในเมืองนี้มีสิ่งชั่วร้ายที่ไม่มีใครกล้าพูดถึงรอขย้ำพวกเขาอยู่ด้วย ปัญหาผู้อพยพในยุโรปน่าจะเป็นวาระแห่งทวีปที่คลุมบรรยากาศตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา Remi Weekes ผู้กำกับหน้าใหม่ชาวอังกฤษ เก่งที่นำความรู้สึกหวาดกลัวลึก ๆ ในใจของทั้งผู้อพยพหอบหิ้วความทรงจำอันโหดร้ายจากสงครามกลางเมืองในบ้านเกิดมาสู่ชีวิตใหม่อันแปลกแยก และทำให้เห็นว่าผู้ให้ที่พำนักก็หวาดระแวงฝั่งผู้มาอาศัยอยู่เช่นกัน ทั้งปัญหาต่างวัฒนธรรม โรคระบาด การแย่งงานแย่งอาชีพ

หนังฉลาดที่นำประเด็นทางสังคมมาเล่าโดยเติมรสความลึกลับปนสยองขวัญได้อย่างถึงกึ๋น และทำออกมาได้โดดเด่นไม่แพ้ผลงานสะท้อนสังคมของผู้กำกับ Jordan Peele จาก Get Out (2017) และ Us (2019) เจ้าหากแต่ Weekes อาจยังขาดลูกลีลาหรือรสนิยมด้านศิลปะภาพยนตร์ แต่กระนั้นเขาก็นำเสนอมันด้วยมาตรฐานของหนังคุณภาพได้อย่างจัดเจน เชื่อว่าอนาคตถ้าเขาได้ฝึกกรำจนเจนมือ น่าจะสร้างเอกลักษณ์ของตนเองออกมาได้เด่นชัดกว่านี้ (อ่านรีวิวเรื่องนี้ของ WTF) (Rotten Tomatoes: 100%/iMDB Rating: 6.5/10)

I’M THINKING OF ENDING THINGS

หนังที่มีชื่อไทยสุดโรแมนซ์ว่า “อยากให้เธออยู่ดูตอนจบด้วยกัน” เรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่แม้จะไม่แน่ใจเรื่องความสัมพันธ์ของตัวเอง แต่เธอก็ตัดสินใจไปโรดทริปกับ Jake แฟนใหม่เพื่อเที่ยวฟาร์มของครอบครัวเขา หลังจากติดพายุหิมะอยู่กับแม่และพ่อของ Jake สาวคนนี้เริ่มสงสัยทุกเรื่องที่เธอรู้มาหรือเข้าใจเกี่ยวกับแฟนหนุ่ม ตัวเอง และโลกใบนี้ สร้างจากนิยายชื่อดังของ Iain Reid กำกับและเขียนบทโดย Charlie Kaufman ผู้เขียนบทหนังดัง ๆ อย่าง Being John Malkovich (1997), Adaptation. (2002), Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004) ซึ่งเรื่องหลังสุดก็เป็นหนึ่งในหนังรักชั้นดี

หลายคนชอบสไตล์ความว้าวุ่นและวุ่นวายของหนัง Kaufman อยู่แล้ว (ซึ่งคงเป็นชื่อที่ใช้ขายหนังอยู่แล้ว) ถึงแม้ว่าสุดท้ายคนดูจะไม่เข้าใจรายละเอียดทุกอย่างก็ตาม หนังของเขาล้วนว่าด้วยตัวละครที่มักต้องจัดการกับความล้มเหลวบางอย่างในชีวิต และความรู้สึกนี้มักจะโยงใยไปพัวพันกับเรื่องความรัก ความสัมพันธ์กับผู้หญิง นำไปสู่ภาวะความโศกเศร้า Kaufman เป็นผู้กำกับและมือเขียนบทที่พยายามจำลองการทำงานของสมองมนุษย์ ทั้งความคิด ความทรงจำ ความรู้สึกออกมาในแบบที่เราคาดไม่ถึงเช่นผลงานเก่า ๆ ที่แล้วมาและเรื่องนี้ก็ด้วย หนังพูดกันตลอดเรื่องและไม่ถูกใจคอหนังทั่วไปแน่นอน แต่สำหรับใครที่ชอบหนังแนวนี้ หนังฉลาดมากในการเล่าเรื่อง โดยนักแสดงนำ Jessie Buckley และ Jesse Plemons (Rotten Tomatoes: 81%/iMDB Rating: 6.6/10)

FATHER SOLDIER SON

เจ้าของรางวัลตัดต่อยอดเยี่ยมและเข้าชิงภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม จากเทศกาลภาพยนตร์ Tribecca Film Festival ของปี 2020 เรื่องราวย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ในปี 2010 ที่เมือง Wautoma รัฐวิสคอนซินของสหรัฐฯ หนังเล่าเรื่องจริงของคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวของลูกชาย 2 คนอย่าง Brian Eisch พ่อของ Joey วัย 7 ขวบ และ Isaac วัย 12 ขวบ Brian ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในสงครามอัฟกานิสถาน และเลือกที่จะฝากฝังให้ลุงดูแลเด็กทั้งสองคน สองพี่น้องต้องย้ายที่อยู่ รวมไปถึงปรับตัวเข้ากับโรงเรียนและสังคมใหม่ โดย Brian ได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าเขาได้เลือกสิ่งที่ถูกต้องสำหรับลูก ๆ ของเขาแล้วหรือไม่

ในขณะเดียวกัน เขาก็พยายามทำหน้าที่เป็นทหารที่ประเทศชาติเรียกร้องอย่างเต็มที่ หนังสารคดีเรื่องนี้ได้พาคนดูร่วมติดตามความเปลี่ยนแปลงของ Brian ทั้งการเป็นพ่อและทหารควบคู่กันไป การสูญเสียจากสงครามไม่ใช่เพียงแค่การบาดเจ็บทางร่างกาย หรือเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีผลกระทบอื่น ๆที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ผลงานการกำกับของ Leslye Davis และ Catrin Einhorn ซึ่งเป็น 2 นักข่าวจาก The New York Times ที่ใช้เวลาในการติดตามและถ่ายทำสารคดีชุดนี้จริง ๆ นานถึง 10 ปี หนังได้รับคำชื่นชมเรื่องราวการนำเสนออย่างสะเทือนอารมณ์ และสะท้อนชีวิตทหารและครอบครัวอเมริกันได้อย่างสมจริง (Rotten Tomatoes: 91%/iMDB Rating: 7.3/10)

LOST GIRLS

ดัดแปลงจากนิยายติดอันดับ Best Sellers ของ New York Times “Lost Girls: An Unsolved American Mystery” และเปิดฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์เมื่อต้นปี 2020 ก่อนจะมาลง Netflix เรื่องราวเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมที่สร้างจากเรื่องจริงอย่างคดี Long Island Serial Killer เกี่ยวกับ Mari Gilbert แม่ผู้ขาดการติดต่อกับลูกสาวของเธออย่าง Shannan ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ แม้ผู้เป็นแม่จะแจ้งทางตำรวจไปแล้วก็ได้กลับมาเพียงความว่างเปล่า เธอจึงพยายามออกสืบหาลูกสาวด้วยตนเอง เพื่อหาคำตอบว่าลูกสาวหายไปไหน

หนังเป็นผลงานของผู้กำกับที่เคยเสนอถูกเสนอเข้าชิงสองรางวัลออสการ์อย่าง Liz Garbus จากหนังสารคดีThe Farm: Angola, USA (1998) และ What Happened, Miss Simone? (2015) ซึ่งก็เชื่อมั่นได้เลยว่าความสมจริงระดับหนังสารคดีนั้นมีอยู่เต็มเปี่ยม หนังมีช่วง 20 นาทีแรกมีความน่าสนใจที่ให้คนดูและตัวละครไล่ตามปริศนาไปพร้อม ๆ กัน ตัวละคร Mari ของนักแสดง Amy Ryan (เคยเข้าชิงออสการ์จาก Gone Baby Gone (2007)) สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความเป็นแม่คนออกมาได้อย่างน่าจดจำ งานโปรดักชั่น ดนตรีประกอบ และการถ่ายทอดภาพสารคดีภายในเรื่องดูสมจริงมาก แต่ข้อเสียคือตัวละครอื่นนอกจาก Mari นั้นช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเลย (Rotten Tomatoes: 73%/iMDB Rating: 6.1/10)

(อ่านต่อหน้าถัดไป)

หนังดี “ที่พลาดไป” ของ Netflix 2020 จน WTF อยากให้คุณหามาดู!
หนังดี “ที่พลาดไป” ของ Netflix 2020 จน WTF อยากให้คุณหามาดู!
หนังดี “ที่พลาดไป” ของ Netflix 2020 จน WTF อยากให้คุณหามาดู!
หนังดี “ที่พลาดไป” ของ Netflix 2020 จน WTF อยากให้คุณหามาดู!
หนังดี “ที่พลาดไป” ของ Netflix 2020 จน WTF อยากให้คุณหามาดู!
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...