โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

‘บอล ภราดร’ เปิดอาณาจักรศรีชาพันธุ์ เศรษฐีที่ดินร้อยล้าน!

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 ม.ค. 2564 เวลา 08.07 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2564 เวลา 08.05 น. • The Bangkok Insight

เปิดอาณาจักรศรีชาพันธุ์ของ “บอล ภราดร” เศรษฐีที่ดินร้อยล้าน !

พร้อมอัพเดตชีวิตหลังประกาศลาออกจากวงการเทนนิส

เรียกว่าถ้าย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ไม่มีใครไม่รู้จัก บอล ภราดร นักเทนนิสมืออาชีพที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับเมืองไทยทั่วโลก และเป็นหนุ่มที่ฮอตเอามากๆในวงการบันเทิงในช่วงนั้น แต่อยู่ดีๆ บอล ภราดร ก็เฟดตัวเองออกจากทุกวงการหลังประกาศเลิกเล่นเทนนิสอย่างเป็นทางการ แล้วไปใช้ชีวิตอย่างสงบเงียบแบบมีความสุขที่ต่างจังหวัด หายหน้าหายตาข่าวคราวก็หายตามแต่แฟนๆก็ยังคงคิดถึง อดีตนักเทนนิสคนนี้ไม่มีจาง งานนี้ รายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 เลยได้เชิญ บอล ภราดร มาอัพเดทเรื่องราวชีวิต และ บทบาทความเป็นคุณพ่อ พร้อมเคลียร์ให้ฟังกันชัดๆว่าทำไมกับภรรยาคนนี้ถึงไม่จัดงานแต่งงาน

บอล ภราดร ตั้งใจหายครับ เพราะว่ามีช่วงหนึ่งเราเจอคนเยอะมากเป็นช่วงที่เราแข่งกีฬาด้วยแล้วรู้สึกว่าความเป็นส่วนตัวก็น้อย เราก็ไม่ได้หายไปไหนเลยนะครับ แต่เราก็ไปทำสิ่งที่เราชอบ แต่ไม่ใช่เทนนิส

ถาม ย้อนกลับไปตอนนั้นพีคของ บอล ภราดร คือ ขึ้นไปติด TopTen ของโลกเลยตอนนั้นปีอะไร

บอล ภราดร ปี 2003 อายุ 23 ต้องบอกว่าเทนนิสเป็นกีฬาแรกที่รู้จักเลยเพราะเราโตมาสามสี่ขวบก็อยู่ในสนามเทนนิสแล้ว โดยที่พ่อพาพี่ชายไปเล่นแล้วเราเป็นน้องคนสุดท้องแล้วเป็นกีฬาที่เราถูกซึมซับตั้งแต่เด็กแล้วเป็นกีฬาที่เราเล่นชนิดแรก ส่วนกีฬาอื่นๆเราเล่นแค่ผิวเผิน แต่สิ่งหนึ่งที่เรารู้คือ พอหลังจากที่เรากลับมาจากโรงเรียนเราต้องมาที่สนามเทนนิสมาเล่นน็อคบอร์ด ตีใส่กำแพง พอโตขึ้นพี่ชายเริ่มน็อคให้ คุณพ่อเริ่มน็อคให้มันก็กลายเป็นทำให้เรา ตกหลุมรักในกีฬานี้  (ถามว่าเราเคยที่อยากจะใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นไหม) ก็มีบ้างครับในช่วงวัยรุ่น แต่ว่าเพราะมีตารางชีวิตที่คุณพ่อได้วางไว้ให้เราต้องเป็นนักเทนนิส แต่ยังไม่ได้เป็นนักเทนนิสอาชีพนะครับ แต่ตอนนั้นติดทีมชาติก่อน แต่เรามีตารางว่าต้องไปซ้อมทุกวันวันธรรมดาต้องมี 3 ชั่วโมง เสาร์ อาทิตย์อย่างน้อยต้อง5  ชั่วโมง เพราะตารางนี้ถูกวางไว้แล้วตัวเราเลยถูกหล่อหลอมให้มีวินัยในตัวเองเลยทำให้ทุกครั้งที่จะหลุดออกนอกกรอบตัวเราเอง ดึงตัวเองกลับมาบ้าง คุณพ่อดึงเรากลับมาบ้าง และพอเราโตมาในวัย 16-17 เรารู้แล้วว่าเราอยากจะเป็นนักกีฬาอาชีพ เวลาจะเที่ยวจะอะไรก็จะยากเพราะถ้าเรามีจุดมุ่งหมายแล้วว่าเราจะเป็นนักกีฬาอาชีพ

ถาม และในช่วงที่เราโด่งดัง เป็นนักกีฬาอาชีพ มีเงินเก็บเป็นร้อยล้านบาทเลยจริงไหม

บอล ภราดร ในช่วงนั้นใช่ครับ เป็นเรื่องของเงินรางวัลที่ได้จากการเล่นและการโฆษณาด้วยก็เป็นรางวัลที่เราได้รับกลับมาหลังจากที่เราตรากตำเหนื่อยมาตั้งแต่เด็ก

ถาม สำหรับ บอล ภราดร นอกจากคุณพ่อดูแลวางแผนชีวิตมาให้จนประสบความสำเร็จแล้วก็ยังช่วยวางแผนเรื่องเงินด้วย

บอล ภราดร ดูแลตลอดเวลาเลยครับ ทุกวันนี้ก็ยังเป็นห่วงอยู่ถึงแม้ว่าเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ในเรื่องของการลงทุนหรือการใช้เงินบอกเลยว่าถ้าตัวเองเป็นคนจัดการคนเดียวน่าจะหมดได้ เราเป็นคนที่โชคดีเพราะคุณพ่อสอนเราตลอดว่าเงินวันหนึ่งมันมีหมดเพราะฉะนั้นเราต้องรู้จักใช้ รู้จักลงทุน(ทั้งๆที่ครอบครัวของเราไม่ได้เป็นนักลงทุนนะครับ) แต่มันก็มีเบสิคในการเก็บออม คุณพ่อ ก็ให้วิธีง่ายๆคือ ถ้ามีเงินก็เก็บฝากไว้ที่ธนาคาร แต่ถ้าไปเล่นหุ้นลงทุนไม่เอาเลย หรือเอาไปลงทุนกับที่ดินเพราะเป็นอะไรที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่ในสมัยนั้นเราก็ชอบรถซึ่งมันก็รถจริงๆเพราะซึ่งมามันก็ลดทุกวัน (แต่ด้วยความที่เราชอบเป็นรางวัลให้กับชีวิตเราเองเวลาที่เราประสบความสำเร็จ)

ถาม แต่ที่หายหน้าหายตาไป คือ หายไปเป็นเศรษฐีที่ดินสร้างบ้านพักตากอากาศที่พัทยา สามสิบล้าน ทำไมถึงเลือกทีนี่

บอล ภราดร ต้องบอกก่อนเลยว่าที่ออกจากวงการหายหน้หน้าตาไปเลยเพราะเรามีความตั้งใจว่าเราจะไปอยู่ต่างจังหวัด ชอบพัทยาเพราะเดินทางสะดวกไปกลับกรุงเทพได้ในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง แล้วเราได้ไปซื้อที่ที่นี่ 4 ไร่แล้วสร้างบ้านขึ้นมาเราเป็นคนสร้างเองเลยออกแบบเองอะไรเองหมดเลย ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเกือบ  8 ปีครับ ช่วงนั้นก็ขี่ขี่มอเตอร์ไซค์ด้วย ตีกอล์ฟด้วย ก็รู้สึกว่าตอบโจทย์ตัวเองในตอนนั้น แล้วที่หยุดเล่นเทนนิสตอนนั้นคือเพราะว่าเรามีอาการบาดเจ็บที่ข้อมือแต่เราก็ได้ไปซ่อมมาแล้วไปผ่าตัดที่อเมริกามาแต่เราก็รู้สึกว่าเราเล่นได้ไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะจริงๆเราต้องเล่น 110 เปอร์เซ็นต์ ด้วยซ้ำไปเพราะสไตล์การเล่นของเราคือ รุนแรงหนักหน่วงแล้วเรามองแล้วว่าเราคงเล่นเต็มที่ได้อีกแค่ 2-3 ปีแล้วเราต้องฝืนเล่นแล้วต้องฝืนด้วยเพราะกลัวขาดรายได้ หรืออะไรเพราะยังไงวันหนึ่งเราก็ต้องหยุดอยู่แล้วเราเชื่อว่าคนเราสามารถเลือกที่จะทำอะไรได้มากกว่าหนึ่งอย่างเราเลยเลือกเล่นกอล์ฟแล้วกัน เพราะยังมีโซนที่อยู่ในระเบียบวินัยของนักกีฬาแล้วเราก็ทุ่มเทเวลาให้กอล์ฟเป็นเวลา 5 ปี จนได้เทิร์นโปร

ถาม ใจหายไหมวันที่เราต้องเดินออกมาจากเทนนิส

บอล ภราดร จำได้ว่าวันนั้นที่ประกาศไทยแลนด์โอเพ่น ใจหายน้ำตาคลอเพราะวันนั้นผมได้ประกาศว่า ภราดร เลิกเล่นอาชีพแล้ว ช่วงเวลาที่เราขับรถกลับเราสะอื้นกับสิ่งที่เราอินมาตลอดชีวิตแต่ว่าวันหนึ่งเราประกาศลาวงการแต่ว่าเรายังไม่ได้ไปไหน เรายังอยู่ในบ้านเราในเมืองไทยทำธุรกิจของเราอยู่

 

ถาม เพราะธุรกิจที่สร้างไว้คือ เป็นอาณาจักร ศรีชาพันธุ์ เลยเพราะมีทั้งสนามเทนนิส บ่อเลี้ยงปลา รีสอร์ท คือครบวงจร

บอล ภราดร ตอนนั้นเราคิดว่าเงินที่เราได้มาจะมาทำอะไรต่อให้กับสังคมและตัวเราเองดี และสิ่งที่เราถนัดคือสร้างโรงเรียนเทนนิส เป็นที่พัฒนากีฬาเทนนิสของเด็กๆในภาคอีสาน คือ พวกเขาจะได้ไม่ต้องเข้ามาในกรุงเทพเพราะเราคิดว่าเราสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาเยาวชนให้เก่งได้โดยที่ไม่ต้องเข้ามาในกรุงเทพเพราะ ศรีชาพันธุ์ มาตั้งตรงนี้แล้วเพราะการันตีจากประสบการณ์ของผมกับพี่ชายที่จะปั้นเด็กให้เข้าทีมชาติได้ หรือ ไม่ก็ระดับกีฬาแห่งขาติได้ก็เลยเลือกที่จะทำสนามเทนนิส ถามว่ามีเข้าตาไหมมีอยู่ครับ แต่จะบอกว่าการมีพรสวรรค์อย่างเดียวไม่ได้กับกีฬานี้ แต่ต้องมีวินัยด้วย

ถาม อีกอย่างหนึ่งคือ ความรักที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ตอนนี้มีลูกแล้ว

บอล ภราดร ตอนนี้ได้จดทะเบียนแต่งงานกับภรรยาแล้วครับ มีลูกสาว 3 ขวบ ตอนนี้ชีวิตเราคือ ไม่ได้แค่มีหน้าที่ลูกเท่านั้น ยังมีบทบาทเป็นคุณพ่อแล้วก็สามี ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปี ถ้าบอกว่า ภราดร มีลูกสาวอาจจะหนักใจนิดนึง (หัวเราะ) กับภรรยาที่ไปเจอกันมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เราไปขี่มอเตอร์ไซค์ไปเจอเขาที่สนามแข่งเพราะเขาเป็นเพื่อนของเพื่อนพอเราได้คุยแล้วรู้สึกว่าเขาเข้าใจในสิ่งที่เราทำ เราทำอะไรเขาก็จะไม่ขัด และพร้อมที่จะสนับสนุนทุกอย่าง ทำให้เรารู้สึกว่าเรามีอิสระและมีเขาเคยซัพพอร์ตเราอยู่ตลอดเวลาด้วย แต่เราไม่ได้มีงานแต่งงานครับ (ถามว่าเข็ดจากการแต่งครั้งแรกไหม) งานแต่งงานมันยุ่งยากนะ เพราะตัวเราเองแต่งงานมาแล้วหนึ่งครั้งแล้วเรารู้สึกว่างานแต่งไม่ได้เป็นอะไรที่บอกได้ว่าสมบูรณ์เราเลยรู้สึกว่าครั้งนี้จดทะเบียนแล้วก็คบกับ น้องป๊อป มา 6 ปีแล้วมีน้องตอนแรกแอบตกใจด้วยเพราะเราอยากได้ลูกชายแต่พอเขาโตก็ดูโอเคเพราะผู้หญิงจะมีมุมนุ่มนวลทำให้เราหลง ทุกวันนี้เรายังนั่งเล่นแต่งหน้ากับเขาอยู่เลยซึ่งมันไม่น่าจะใช่

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...