โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

12 บทเพลงแด่แม่ผู้ยิ่งใหญ่ สุดไพเราะ ซาบซึ้ง กินใจ...ฟังแล้วร้องไห้หนักมาก

Manager Online

อัพเดต 10 ส.ค. 2561 เวลา 18.03 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2561 เวลา 16.58 น. • MGR Online

โดย : บอน บอระเพ็ด (skbon109@hotmail.com)

12 สิงหาคม เป็น“วันแม่แห่งชาติ” โดยถือตามวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ที่เริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นประจำของทุกปีในระยะหลังๆ พอถึงช่วงเดือนวันแม่แห่งชาติ เราจะได้ยินบทเพลงอันไพเราะบอกกล่าวสดุดีแด่พระคุณแม่ผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งยอมเสียสละทำเพื่อลูกๆของตัวเองที่เป็นดังแก้วตาดวงใจ

และนี่ก็คือ 12 เพลงแด่แม่ผู้ยิ่งใหญ่ กับเนื้อหาอันไพเราะกินใจ บางเพลงฟังแล้วสุดซาบซึ้งจนผู้ฟังถึงกับน้ำตาคลอหรือไม่ก็ร้องไห้น้ำตกแตกอย่างไม่อายใคร

สำหรับ 12 บทเพลงไพเราะซาบซึ้งแด่คุณแม่ในบทความนี้ ผมขอแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเพลง 1-6 เป็น 6 เพลงที่พูดถึงแม่แต่ไม่มีคำว่าแม่อยู่ในบทเพลง กับส่วนหลังเพลง 7-12 เป็น 6 เพลงแด่แม่ที่มีคำว่าแม่อยู่ในบทเพลง ซึ่งขอเปิดประเดิมกันด้วย

ค่าน้ำนม

1.“ค่าน้ำนม”…บทเพลงที่พูดถึงพระคุณแม่อันสุดคลาสสิกเป็นที่รู้จักคุ้นหูกันเป็นอย่างดี เพลงนี้มีอายุกว่า 60 ปีแล้ว แต่งโดยครู“ไพบูลย์ บุตรขัน” หนึ่งในสุดยอดนักแต่งเพลงอัจฉริยะของเมืองไทย

เพลงค่าน้ำนมบันทึกเสียงครั้งแรกในปี พ.ศ. 2492 โดยมี“ชาญ เย็นแข” เป็นผู้ขับข้องถ่ายทอดออกมาได้อย่างลึกซึ้งกินใจ และได้รับคำชมมากมาย หลังจากนั้นเพลงค่าน้ำนมก็ได้กลายเป็นเพลงประจำวันแม่ ที่มีการนำไปขับร้องกันมากมาย รวมถึงเป็นเพลงที่ตามโรงเรียนมักจะให้เด็กๆร้องเมื่อถึงช่วงเทศกาลวันแม่ของทุกปี กับเนื้อหาภาษาอันสวยงามกล่าวถึงค่าน้ำนมและพระคุณของแม่อันสุดซาบซึ้งกินใจที่ใครหลายๆคนฟังแล้วเป็นต้องน้ำตาคลอหน่วย

ใครหนอ

2. “ใครหนอ”…เป็นอีกหนึ่งบทเพลงแด่แม่(และพ่อ)อันสุดคลาสสิก เพลงนี้แต่งขึ้นในปี พ.ศ. 2498โดยครู“สุรพล โทณะวณิก”(ศิลปินแห่งชาติปี 40) ผู้ที่แม้จะกำพร้าพ่อ-แม่ ตั้งแต่เด็ก แต่กับสามารถแต่งเพลงใครหนอออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นภาษากวีอันงดงาม มีท่วงทำนองสวยงาม และสื่อสัญลักษณ์ได้อย่างชัดเจน

สำหรับผู้ที่ขับร้องเพลงใครหนอเป็นคนแรกคือ “สวลี ผกาพันธ์” ยอดนักร้องดังในยุคนั้น กับน้ำเสียงอันหวานซึ้งถึงอารมณ์ และดนตรีฟังกระฉับกระเฉงติดกลิ่นแจ๊ซฟังรื่นหู นับเป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่พูดถึงบุพการีอันอมตะที่ได้รับความนิยมมาทุกยุคทุกสมัยจนถึงปัจจุบัน

สู่อ้อมอกดิน

3.“สู่อ้อมอกดิน”…เพลงเก่าของวง“ดิอิมพอสซิเบิ้ล” จากอัลบั้ม“หมื่นไมล์แค่ใจเอื้อม” แต่งคำร้อง/ทำนอง โดย “ประดิษฐ์ อุตตะมัง” ท่วงทำนองเพลงนี้ได้รับอิทธิพลมาจากเพลงต่างประเทศ(Danny Boy) เพลงสู่อ้อมอกดินขับร้องโดย “อาต้อย-เศรษฐา ศิระฉายา” ศิลปินแห่งชาติปี 54

เพลงสู่อ้อมอกดินมาในแนวสโลว์โซล ดนตรีละเมียดละไม ใช้ภาษาอันสวยงาม เนื้อหาพูดถึงการกลับคืนสู่บ้านเกิดหลังจากวงดิอิมฯเดินทางไปเล่นดนตรีที่เมืองนอกมาเป็นปี เพลงนี้พูดถึงแม่และแผ่นดินแม่ได้อย่างไพเราะซาบซึ้งใจนัก

เพลงนี้เด็กสมัยนี้คงไม่รู้จัก แต่นี่เป็นเพลงดังในอดีตที่ในช่วงวันแม่มักถูกหยิบขึ้นมาเปิดอยู่บ่อยครั้ง

อิ่มอุ่น

4.“อิ่มอุ่น”…บทเพลงกลางเก่าที่ยังคงมีความร่วมสมัยอยู่ เพราะถูกเปิดบ่อยครั้งในช่วงวันแม่หรือเกี่ยวกับกิจกรรมที่พูดถึงแม่ในยุคนี้ พ.ศ.นี้อยู่เสมอ

เพลงอิ่มอุ่นแต่งโดย“พี่จุ้ย-ศุ บุญเลี้ยง” ซึ่งตามบันทึกระบุว่า พี่จุ้ยแต่งขึ้นตามคำขอของอาจารย์หัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลศิริราช เมื่อปี พ.ศ. 2534 โดยพยาบาลหัวหน้าของพี่สาวพี่จุ้ยได้ทำโครงการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จึงขอให้พี่จุ้ยช่วยแต่งเพลงให้ เนื่องจากเห็นว่าเมื่อแม่ให้นมลูกจะต้องตระกองกอดแล้วช้อนตัวลูกขึ้นมาให้นม ซึ่งไม่ได้เพียงทำให้ “อิ่ม” อย่างเดียว แต่ยังทำให้ “อุ่น” อีกด้วย

เพลงอิ่มอุ่นอยู่ในอัลบั้ม“รับแขก”(ปี 2537) อัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 5 ของพี่จุ้ยที่ทำร่วมกับ“คณะศิษย์สะดือ” อัลบั้มชุดรับแขกมีเพลงเด่นๆ อย่าง “ดอกไม้”, “รักงอมแงม”, “อนึ่งให้คิดถึงพอสังเขป” และ อิ่มอุ่นที่ตอนหลังกลายมาเป็นหนึ่งในเพลงคลาสสิกของพี่จุ้ย

อิ่มอุ่นเวอร์ชั่นต้นฉบับ เป็นเสียงร้องของผู้หญิงขับร้องโดย “กาเหว่า ไทละเมอ” หรือ “ชลลดา เตียวสุวรรณ” (เจ้าของนามปากกา“เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย”) ต่อมาพี่จุ้ยได้นำมาทำใหม่ ร้องใหม่ในเวอร์ชั่นต่างๆจนกลายเป็นเพลงประจำตัวของพี่จุ้ย นอกจากนี้พี่จุ้ยยังนำชื่อเพลงไปตั้งเป็นชื่อร้านอาหารซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปอย่างกว้างขวาง

กราบดิน

5.“กราบดิน”…อยู่ในอัลบั้มชุดสุดท้ายของวงแคลช(Nine Miss U2)ก่อนที่สมาชิกแต่ละคนจะแยกทางกันไป เพลงกราบดินแต่งโดย“ฟองเบียร์”(ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม)หนึ่งในยอดนักแต่งเพลงแห่งยุคสมัย ขับร้องโดย“พี่แบงค์ วงแคลช- ปรีติ บารมีอนันต์”

เพลงกราบดินมีท่วงทำนองที่ไพเราะเศร้าซึ้ง มีเสียงไวโอลินเศร้าๆสีคลอเดินเรื่องเคียงตลอดกับเนื้อหา การรำลึกถึงพระคุณแม่ผู้จากโลกนี้ไป ซึ่งตรงกับชีวิตจริงของพี่แบงค์ที่ต้องสูญเสียแม่ไปเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้เขาผู้เคยได้รับรางวัลลูกกตัญญูในปี 49 ร้องเพลงถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้อย่างเศร้าสร้อยถึงอารมณ์

ผู้หญิงที่ดีที่สุด

6.“ผู้หญิงที่ดีที่สุด” บทเพลงซาบซึ้ง สรรเสริญพระคุณแม่จาก “ใบมินท์ แตรตุลาการ” ซึ่งเธอได้เขียนบอกเล่าเอาไว้ว่า

…เพลงพิเศษสำหรับผู้หญิงหนึ่งคนที่ถูกรักมากที่สุด สำหรับผู้หญิงทุกคนที่ถูกเรียกว่าแม่ สำหรับวันแม่ที่กำลังจะมาถึง และสำหรับลูกๆทุกคนที่รักแม่

แรงบันดาลใจและความรู้สึกที่ถูกถ่ายทอดออกมาในเพลงนี้ ออกมาจากความรักและความอบอุ่นที่ได้รับมาตลอดภายใต้ลมหายใจที่มีอยู่ของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่คอยดูแล สร้างสรรค์ให้คนเป็นคน ให้โอกาส และสิ่งดีๆทุกๆอย่างกับชีวิต เพลงนี้อาจจะเป็นสิ่งที่น้อยที่สุดที่ลูกคนหนึ่งพอจะทำได้ แค่อยากให้เพลงนี้แทนคำหนึ่งคำที่อยากจะบอกแม่ว่า "รักแม่"

ขอมอบเพลงนี้ให้กับ "ผู้หญิงที่ดีที่สุด" ทุกคน…

แม่

7. “แม่” - พี่ปู : พงษ์สิทธิ์ คำภีร์…เพลง“แม่”ของพี่ปูมีชื่อเพลงซ้ำกันใน 2 อัลบั้ม คือ“แม่” ในอัลบั้ม “บันทึกการเดินทาง” และ“แม่” ในอัลบั้ม“สมชายดี”

สำหรับเพลงแม่ที่ผมจะพูดถึงนี้เป็นเพลงแม่ในอัลบั้มบันทึกการเดินทาง(2534)อัลบั้มชุดที่ 3 ของพี่ปู ที่มีเพลงดังอย่าง “คิดถึง”,“โรงเรียนของหนู”, “ผีโรงเย็น” และเพลง“แม่” ที่เนื้อเพลงถ่ายทอดออกมาด้วยภาษาง่ายๆตรงไปตรงมาตามสไตล์ถนัดของพี่ปู พูดถึงความเศร้ารันทดของแม่ที่ถูกลูกทอดทิ้งให้แม่อยู่อย่างเหงาๆโดดเดี่ยวเดียวดาย แต่แม่ก็ยังเฝ้าคอย เฝ้ารอลูกกลับมา และที่สำคัญคือแม่ยังคงรักลูกอยู่เสมอ

เพลงนี้เศร้าไม่น้อยแต่หากใครได้ดู MV เวอร์ชั่นหนึ่งจะยิ่งพลอยเศร้าหนักเข้าไปอีกชนิดต่อมน้ำตาแตกเอาได้ง่ายๆ

แม่

8. “แม่”-โลโซ…เป็นเพลงในยุคแรกๆของพี่เสก โลโซ ที่ตอนนั้นแกยังไม่ได้หลุดโลกไปไกลอย่างทุกวันนี้

เพลงแม่อยู่ในอัลบั้ม “Entertainment”(2541) อัลบั้มที่ดังมากของวงโลโซและสร้างชื่อเต็มๆให้กับวงโลโซและพี่เสก กับบทเพลงดังๆ อย่าง “อะไรก็ยอม”, “ซมซาน” รวมถึงเพลงแม่ที่เป็นอีกหนึ่งเพลงเด่น

เพลงนี้เป็นเพลงเศร้าซึ้ง รำพึงรำพันถึงความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างของลูกที่จากบ้านมาไกล ทั้งคิดถึงบ้าน คิดถึงแม่คราใด โดยเฉพาะเวลาคิดถึงแม่คราใดเป็นต้องน้ำตาไหล ก่อนที่เพลงในท่อนสุดท้ายจะโยงความคิดถึงแม่ไปผูกโยงกับการความรักที่ถูกบางคนทอดทิ้ง

หนึ่งเดียวคือแม่

9. “หนึ่งเดียวคือแม่”…บทเพลงเก่าถูกแต่งมานานเป็นสิบปีแล้ว ก่อนที่เพลงนี้จะถูกนำมาขับร้องใหม่ใช้ประกอบละคร “ทองเนื้อเก้า” ที่ออกอากาศทางช่อง 3 มีนุ่น-วรนุช เป็นดารานำ(ลำยอง)

เพลงหนึ่งเดียวคือแม่ ประพันธ์เนื้อร้องโดย “อ.ดวงใจ สุริยา” ส่วนทำนองนำมาจากทำนองเพลงไทยเดิมคือ“ลาวเสี่ยงเทียน” บทเพลงต้นฉบับแรกเริ่มขับร้องโดย“พลอย พรรณนาราย”ในแบบดนตรีลูกทุ่ง ขณะที่ในเวอร์ชั่นประกอบละครทองเนื้อเก้านั้นขับร้องโดย “นันทนา พงษ์ปฐม”

หนึ่งเดียวคือแม่ เป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่กล่าวถึงพระคุณแม่ได้อย่างซาบซึ้งกินใจนัก เนื้อเพลงบอกเล่าบุญคุณแม่ตั้งแต่เริ่มอุ้มท้อง คลอดลูกมา อดทนลำบากเลี้ยงดูลูก ก่อนที่ท่อนหลังของเพลงจะจบด้วยเนื้อหาเตือนใจ เราต้องไม่ทอดทิ้งท่านยามแก่ชรา และต้องตอบแทนบุญคุณของท่าน เพราะพระคุณแม่นั้นมีล้นเหลืออนันต์

เพลงนี้หลังถูกใช้ประกอบละครทองเนื้อเก้าก็เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง มีการเปิดบ่อยครั้งในช่วงวันแม่รวมถึงมีเด็กๆเยาวชนนำไปขับร้องประกวดในวันแม่และในโอกาสอื่นๆอีกหลากหลายด้วยกัน

เรารักแม่

10. “เรารักแม่”-เป็นเพลงรวมศิลปินจากค่ายอาร์เอสในปี 2549 นำโดยพี่โป่ง หินเหล็กไฟ,ปาน ธนพร ร่วมด้วย ดัง พันกร,วิด ไฮเปอร์,แคลีน,อั้ม,มด,หวิว,เบน แต่งเนื้อร้อง สุทธิพงษ์ สมบัติจินดา ทำนอง วุฒิชัย สมบัติจินดา และเรียบเรียงโดย อนุชา อรรจนาวัฒน์

เรารักแม่เป็นบทเพลงที่ลูกพูดถึงบุญคุณของแม่และความรักที่ลูกมีต่อแม่ ซึ่งเป็นบทเพลงร่วมสมัย ใช้ภาษาในแบบสมัยใหม่ แต่ก็ฟังไพเราะกินใจ นอกจากนี้ยังมี MV ที่นำแสดงโดย “ใบเฟิร์น - พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” ที่ดูแล้วทำให้ใครหลายๆคนต่อมน้ำตาแตกเอาได้ง่ายๆ

ก่อนไม่มีแม่ให้กอด

11. “ก่อนไม่มีแม่ให้กอด”-อีกหนึ่งบทเพลงไพเราะจาก “ปาน-ธนพร แวกประยูร”(มีเวอร์ชั่นที่โบวี่นำมาร้องด้วย) ที่อยู่ในอัลบั้ม “เพราะเราคู่กัน” ในปี 2548 ปีเดียวกับที่ออกอัลบั้มหนุ่มบาว-สาวปานอันโด่งดังสุดๆ

เพลงก่อนไม่มีแม่ให้กอด พูดถึงบุญคุณของแม่ก่อนชวนกอดคุณแม่แบบไม่ต้องอาย ก่อนที่จะไม่มีแม่ให้กอด เพลงนี้ไม่เศร้าแต่ฟังแล้วกินใจและอิ่มใจ

ผู้หญิงคนนี้ชื่อแม่

12. “ผู้หญิงคนนี้ชื่อแม่”- บทเพลงและ MV สุดเศร้าจาก “ปาล ประกาศิต อาร์ สยาม” แต่งขึ้นจากเค้าโครงเรื่องจริง เล่าเรื่องแม่ผู้ยากไร้แต่ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อลูก แต่สุดท้ายลูก(เลว)ก็ทิ้งแม่ไป ทำให้แม่ตรอมใจจนกลายเป็นคนวิกลจริต แล้วหันไปเลี้ยงลูกหมาแทนด้วยความรักทะนุถนอมด้วยความที่คิดว่าเป็นลูกในไส้ ซึ่ง ปาลได้เขียนบอกเล่าเอาไว้ว่า

“ผมเขียนเพลงนี้จากเรื่องจริง คือผมชอบไปนั่งเขียนเพลงอยู่ที่ร้านกาแฟแห่งหนึงเป็นประจำ แล้วมักจะเห็นหญิงชราคนนึงเดินคุ้ยถังขยะอยู่แถวๆนั้น ชาวบ้านมักเรียกแกว่า “ยายบ้า” ไม่มีใครรู้ว่าแกเป็นใครมาจากไหน รู้แค่แกมาตามหาลูก และภาพที่ผมสะท้อนใจที่สุด คือเห็นแกเดินไปอุ้มลูกหมามาไว้แนบอก แล้วให้ลูกหมาดูดนมของแก ทำให้ผมคิดว่าแกคงมีเรื่องราวในอดีตเกี่ยวกับลูกที่กระทบกระเทือนจิตใจแกมากๆ ทำให้แกมีสภาพเป็นแบบนี้ ผมจึงลงมือเขียนเพลงนี้ ณ ตรงนั้นทันที พร้อมกับน้ำตาที่หยดลงไปบนกระดาษที่ผมใช้เขียนเพลง และทุกครั้งที่ผมร้องเพลงนี้ผมก็จะน้ำตาซึมทุกครั้ง”

ครับและนั่นก็เป็น 12 บทเพลงแด่แม่ผู้ยิ่งใหญ่ ที่ล้วนต่างมีความไพเราะ เนื้อหาว่าด้วยเรื่องราวพระคุณแม่ ความรักที่แม่มีต่อลูก ได้อย่างซาบซึ้งกินใจ ไล่มาตั้งแต่ยุคอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งถึงยังไงแม่ก็ยังเป็นแม่ยังคงรักลูกดังแก้วตาดวงใจอยู่เสมอ

เพราะฉะนั้นลูกก็ต้องรักและตอบแทนพระคุณของแม่ ซึ่งไม่เฉพาะแค่ช่วงวันแม่เท่านั้น

หากแต่เป็นทุกวัน ทุกเวลา

…และตลอดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...