โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

1O กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ผลตอบแทนโดดเด่น

Wealth Me Up

เผยแพร่ 24 ส.ค. 2564 เวลา 08.00 น. • Wealth Me Up

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

สำหรับผู้ที่มีเงินฝากต่ำกว่า 1 ล้านบาทไม่กระทบ แต่สำหรับผู้ที่มีเงินฝากเกิน 1 ล้านบาทและฝากกับแบงก์เดียว เช่น มีบัญชีเงินฝาก 1.1 ล้านบาทจะได้รับผลกระทบ

 

กรณีผู้ที่ได้รับกระทบจากมาตรการลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก คุณวิน พรหมแพทย์, CFA ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ธ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เขียนไว้ในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า หากยังอยากให้เงินฝากทั้งหมดได้รับความคุ้มครองเต็มจำนวนอาจใช้วิธีแตกบัญชีไปหลายธนาคาร เช่น หากมี 3 ล้านบาท ก็กระจายไป 3 ธนาคาร

 

แต่ถ้าต้องการทางเลือกอื่นนอกจากฝากแบงก์ เนื่องจากภาวะดอกเบี้ยต่ำมาก คุณวิน แนะนำให้แบ่งไปลงทุนใน “กองทุนรวมตราสารหนี้” ที่เน้นลงทุนส่วนใหญ่หรือทั้งหมดในตราสารภาครัฐ เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้น เพราะเป็นการลงทุนที่รัฐบาลค้ำประกันเต็มจำนวน และการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นและระยะปานกลางในปัจจุบัน มีโอกาสให้ผลตอบแทนเท่ากับหรือสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำ

 

เมื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่างเงินฝากกับการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น พบว่าดอกเบี้ยเงินออมทรัพย์ต่ำสุด – สูงสุดของธนาคารที่จดทะเบียนในประเทศไทย อยู่ที่ระดับ 0.1250 – 2.000% ต่อปี เงินฝากประจำ 12 เดือน อยู่ที่ระดับ 0.4000 – 1.500% ต่อปี เงินฝากประจำ 24 เดือน อยู่ที่ระดับ 0.4550 – 1.300% ต่อปี (ข้อมูล ณ 20 สิงหาคม 2564, ธนาคารแห่งประเทศไทย)

 

ส่วนกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี สูงสุด 10 อันดับแรก พบว่าผลตอบแทนราว 2% ต่อปีขึ้นไป

 

สำหรับความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคา ทั้งเงินฝากและตราสารหนี้ มีความผันผวนต่ำกว่าการลงทุนแบบอื่น ส่วนความเสี่ยงด้านเครดิตหรือความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระ หลังจากวงเงินคุ้มครองเงินฝากลดลงเหลือ 1 ล้านบาทต่อบัญชี ความเสี่ยงของผู้ฝากเงินจะขึ้นกับเครดิตหรือความมั่นคงของธนาคารที่รับฝาก ในขณะที่ตราสารหนี้ความเสี่ยงด้านผิดนัดจะขึ้นอยู่กับเครดิตของผู้ออก หากเป็นพันธบัตรรัฐบาลถือว่าไม่มีความเสี่ยง ส่วนหากเป็นหุ้นกู้ภาคเอกชนก็จะขึ้นกับความน่าเชื่อถือของผู้ออก

 

ดังนั้น หากดูกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น ส่วนใหญ่จะเน้นลงทุนในตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย จึงถือว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการโยกเงินฝากบางส่วนมาลงทุน

 

คำแนะนำ สำหรับมือใหม่

 

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แนะนำว่าถ้าสนใจลงทุนกองทุนรวมตราสารหนี้ในช่วงนี้ “สามารถลงทุนได้เลย” เพราะจังหวะแบบนี้เป็นตลาดของผู้ซื้อ ซึ่งวิธีลงทุนที่น่าสนใจ คือ ทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ (Dollar Cost Average : DCA) เพราะกองทุนรวมได้ถูกออกแบบให้ลงทุนระยะยาวเพื่อสะสมเงินออมไว้ใช้หลังเกษียณ

 

สำหรับมือใหม่อาจเริ่มต้นจากกองทุนรวมตราสารหนี้ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐระยะสั้น อายุคงเหลือน้อย ๆ เพราะมีความเสี่ยงต่ำ มีสภาพคล่องสูงและมีคุณภาพดี เช่น เงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้เอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือดี และถ้ารับความเสี่ยงและต้องการผลตอบแทนเพิ่มขึ้นสูง ลองมองกองทุนรวมตราสารหนี้ทั่วไปที่เปิดให้ผู้ลงทุนซื้อหรือขายคืนหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ (Daily Fixed Income)

 

ตราสารหนี้ เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ดูแลเงินต้นของผู้ลงทุน นอกจากนี้ถือเป็นตัวช่วยประคองพอร์ตลงทุนโดยรวมในช่วงตลาดผันผวน ดังนั้น จึงควรกระจายความเสี่ยงในการลงทุนด้วยการจัดสรรสัดส่วนเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ตามความเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของแต่ละคน ดังนั้น ถือเป็นทางเลือกที่จำเป็นในการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง ที่สำคัญมีความเสี่ยงต่ำกว่าสินทรัพย์การลงทุนบางประเภท เช่น หุ้น ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ โดยในช่วงวิกฤติ ควรเน้นลงทุนตราสารหนี้ที่มีอายุสั้น เพื่อลดความผันผวนของอายุเฉลี่ยตราสารหนี้ (Duration) และเลือกลงทุนตราสารหนี้ที่มีคุณภาพดี นั่นคือ ระดับ Investment Grade ขึ้นไป ที่สำคัญโดยปกติแล้วผู้จัดการกองทุนก็จะปรับพอร์ตของตราสารหนี้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์อยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวลว่ากองทุนรวมตราสารหนี้ของตัวเองจะไม่ปลอดภัย

 

 

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...