โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘โซน่าร์’ พี่ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าไทย ‘ปรับให้เร็ว-หาช่องว่าง’ สร้างทางรอด

The Bangkok Insight

อัพเดต 16 ก.พ. 2563 เวลา 16.35 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2563 เวลา 01.30 น. • The Bangkok Insight

ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงทุกขณะในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเมืองไทย ทั้งจากการดิสรัปชั่นของเทคโนโลยี การรุกไล่จากแบรนด์ข้ามชาติ ทำให้แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสายพันธุ์ไทยแทบไร้ที่ยืน

แต่สำหรับแบรนด์ โซน่าร์ หนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ที่หยัดยืนมาได้ในสมรภูมินี้ถึง 48 ปีในปี 2563 นี้ ต้องยกให้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ของการสร้างทางรอดจากการบดขยี้ของรายใหญ่ และยังเป็นแบรนด์ที่มีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง มีอัตราการเติบโตทุกปี

พิจิตรา เรืองวัฒนไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซน่าร์ คอร์ปอเรชั่น ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ โซน่าร์ (SONAR) ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 ที่เข้ามาดูแลธุรกิจครอบครัวนานถึง 12 ปี เล่าถึงเคล็ดลับทางรอดของแบรนด์โซน่าร์ว่า ด้วยความที่เป็นแบรนด์คนไทย เชื้อสายไทย 100% ไม่ได้มีเงินทุนหนาต่างชาติ ดังนั้น จึงต้องวางโพซิชั่นนิ่งว่าเราจะอยู่รอดได้อย่างไร

ด้วยความที่ โซน่าร์ เริ่มมาจากธุรกิจทีวี แต่เมื่อตลาดทีวี กลายเป็นตลาดที่แบรนด์ข้ามชาติหมายปอง และเข้ามาแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ แบรนด์ โซน่าร์ ต้องมองหาช่องว่างทางการตลาด ทั้งในตลาดทีวี และมองหาโอกาสในตลาดใหม่ โดยมีเคล็ดลับสำคัญคือ "ต้องไม่แข่งกับแบรนด์ใหญ่ เพราะรู้ว่าแข่งไปก็สู้ได้ยาก"

จากการที่มีอยู่กับผู้บริโภคไทยมานาน ทำให้ทราบถึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นอย่างดี ก้าวเดินของโซน่าร์ จึงต้องปรับตัวโดยมองหาช่องว่างทางการตลาด ที่แบรนด์ใหญ่ไม่สามารถตอบสนองได้ ด้วยความที่เป็นแบรนด์เล็ก จึงมีข้อได้เปรียบตรงที่สามารถขยับปรับตัวได้เร็วกว่าแบรนด์ใหญ่ และมองหาโอกาสตลาดที่แบรนด์ใหญ่ไม่ทำ

จากแนวคิดนี้ จึงนำมาสู่การปรับตัวขยายไลน์สินค้ากลุ่มใหม่ที่เรียกว่า "เมเจอร์ แอพพลายแอนซ์" หรือกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ อาทิ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า พัดลมไอเย็น แอร์เคลื่อนที่ เครื่องทำน้ำร้อน น้ำเย็น แทนการทำตลาดที่ทำมานานอย่าง สมอลล์ แอพพลายแอนซ์ ที่มีคู่แข่งในตลาดสูงมาก

"อะไรที่ยากและเป็นตลาดใหญ่ คนอื่นไม่ทำ เราต้องทำ อะไรที่แบรนด์อื่นยังไม่ตอบโจทย์ เช่น อินเตอร์แบรนด์ ทำตู้เย็นขนาดใหญ่ 8 คิวขึ้นไป แต่เรามองว่ามีความต้องการบางอย่างที่คนอยากได้แบบไซส์ 1.7-1.8 3.2 3.4 มินิบาร์ที่เป็นหน้ากระจก หรือตู้ที่สามารถใช้เป็นตู้แช่เย็นและแช่ไวน์ในตัวเดียวกัน เราต้องสังเกตและจับจุดนี้ว่ามีความต้องการ"

ปัจจุบัน สินค้าของโซน่าร์มีประมาณ 5,000 เอสเคยู ประกอบด้วย 5 หมวดหลัก ได้แก่ หมวดความบันเทิงภายในบ้าน เช่น โทรทัศน์ เครื่องเล่นดีวีดี โฮมเธียเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ไอทีและไลฟ์สไตล์ เครื่องเสียงโพรเฟสชันนัล PA และหมวดสินค้าอื่นๆ เช่น จานดาวเทียมและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง จักรยานไฟฟ้า ฯลฯ มีพนักงานมากกว่า 500 คน มียอดขายประมาณ 500-800 ล้านบาท และวางเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ล้านบาทภายใน 3 ปีจากนี้

ย้อนกลับไปเมื่อแรกเริ่มเข้ามาช่วยธุรกิจของครอบครัว พิจิตรา เริ่มเข้ามาดูแลธุรกิจด้วยวัยเพียง 22 ปี เริ่มจากภารกิจติดต่อกับช่องทางจำหน่ายไฮเปอร์มาร์เก็ต อย่างเทสโก้ โลตัส แม็คโคร คาร์ฟูร์ บิ๊กซี เพื่อนำผลิตภัณฑ์ของโซน่าร์เข้าไปวางจำหน่าย และสามารถทำให้แบรนด์โซน่าร์ แหวกยักษ์ใหญ๋แบรนด์ข้ามชาติเข้าไปวางจำหน่ายในไฮเปอร์มาร์เก็ตได้อย่างสง่าผ่าเผย

นอกจากจะวางจำหน่ายสินค้าแบรนด์โซน่าร์แล้ว ยังรับผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าโออีเอ็ม หรือรับจ้างผลิตภายใต้แบรนด์ของไฮเปอร์มาร์เก็ตอีกด้วย ซึ่ง โซน่าร์ จะคิดแบรนด์ให้ และหากผู้ว่าจ้างผลิตสนใจใช้แบรนด์ ก็ยกให้ใช้ฟรีๆ จนกล่าวได้ว่า ปัจจุบันเฮ้าส์แบรนด์กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำหน่ายในไฮเปอร์มาร์เก็ต หากเป็นโรงงานของโซน่าร์ผลิต เป็นแบรนด์ที่โซน่าร์ตั้งขึ้น เพื่อสร้างความยั่งยืนกับพันธมิตร เรียกได้ว่า วินวิน ทั้งสองฝ่าย

จนกระทั่งยุคออนไลน์เข้ามา ก็ถือเป็นโอกาสสำคัญของแบรนด์โซน่าร์ ที่จะเข้าไปร่วมวงทำตลาด โดยมีเป้าหมายเพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายที่สุด ทำให้ปัจจุบัน โซน่าร์ มีสินค้าวางจำหน่ายบนมาร์เก็ตเพลสเกือบทุกแพลตฟอร์ม รวมถึงการสนับสนุนให้ดีลเลอร์ทำการตลาดและจำหน่ายผ่านเว็บไซต์อีกด้วย

"การทำตลาดช็อปปิ้งออนไลน์ว่า การดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลจำเป็นต้องมีการปรับตัวเร็วทั้งในเรื่องของราคาและประเภทสินค้าที่ต้องตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั้งในประเทศและประเทศใกล้เคียง"

ดังนั้น เคล็ดลับสำคัญของแบรนด์โซน่าร์ จึงอยู่ที่การปรับตัว มองหาโอกาสและช่องว่างทางการตลาดที่มีอยู่ แต่แบรนด์ใหญ่ไม่สามารถตอบสนองได้ รวมถึงการนำสินค้าและแบรนด์เข้าไปอยู่ในทุกที่ที่ผู้บริโภคต้องการ

นอกจากนี้ พิจิตรา ยังวางเป้าหมายของโซน่าร์ ในโอกาสก้าวสู่ทศวรรษที่ 5 เพื่อคงความแข็งแกร่งของธุรกิจ ด้วยกลยุทธ์ดังนี้

  • สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง "ถ้าเราไม่ทิ้งลูกค้าลูกค้าก็จะไม่ทิ้งเรา ถ้าแบรนด์ไม่ฟังเสียงลูกค้า ลูกค้าก็จะไม่เลือกคุณ" ดังนั้นจึงต้องดูความต้องการของลูกค้าเป็นหลักและดูช่องทางที่ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย เช่น ช่องทางออนไลน์
  • ย้ำตำแหน่งทางการตลาดในการเป็นผู้ใหญ่ในธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย เพราะปัจจุบัน โซน่าร์ ถือว่าเป็นแบรนด์ที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาสินค้าไทยที่ยังอยู่ในตลาดแล้วต้องให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม

  • ต้องขยายไปตลาดต่างประเทศ เริ่มจากซีแอลเอ็มวี ที่โซน่าร์ เริ่มเข้าไปทำตลาดแล้วโดยการจับมือกับพาร์ทเนอร์ในแต่ละประเทศ โดยปัจจุบันโซน่าร์ มีดีลเลอร์ในลาว 2-3 ราย และจะเริ่มขยายตลาดไปยังเมียนมาร์ และกัมพูชา

นอกจากนี้ยังมีการปรับองค์กรให้สอดคล้องกับนโยบายที่บริษัทจะก้าวเดินไปในเรื่องใหม่ๆ ต้องให้คนใหม่ทำ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ของเจ้าสัวเจริญอีกเรื่องที่สำคัญ นั่นคือการพัฒนาคนให้สอดคล้องกับแต่ละช่องทาง

"ตลาดเมืองไทยยังมีโอกาสอีกมากและเป็นตลาดใหญ่คนไทยไม่ต้องแข่งขันกันเอง"พิจิตรากล่าวปิดท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...