โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

"เชฟโรเลต" ทิ้งตลาดเมืองไทย "ซัพพลายเออร์-ดีลเลอร์-ลูกค้า" เคว้ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ก.พ. 2563 เวลา 05.16 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2563 เวลา 14.10 น.

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ค่ายรถยนต์บิ๊กทรีสัญชาติอเมริกันอย่าง จีเอ็มและ เชฟโรเลต ที่เข้ามาทำตลาดในบ้านเรา ประกาศพับฐานเก็บกระเป๋ากลับบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วภายในสิ้นปีนี้ โดยตัดสินใจขายศูนย์การผลิตรถยนต์จีเอ็มที่จังหวัดระยองให้กับ เกรท วอล มอเตอร์ส จากประเทศจีน

ข่าวเชฟโรเลตจะหนีกลับบ้าน เราได้ยินกันบ่อยมากแต่ก็ไม่มีใครคอนเฟิร์ม แม้ว่าจะมีการส่งสัญญาณมาเป็นระยะ ๆ ตลอดช่วงเวลา 7-8 ปีที่ผ่านมา ทั้งการปลดคน ลดขนาดองค์กร ยุติไลน์ผลิตและขายรถยนต์นั่ง เหลือไว้เพียงปิกอีพ และกลุ่มรถเอสยูวี จนกระทั่งเมื่อเช้าวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ฝ่ายประชาสัมพันธ์จีเอ็มและเชฟโรเลตยืนยันการยุติบทบาทในตลาดประเทศไทย โดยจะเคลียร์ทุกอย่างให้จบภายในปี 2563 นี้

ย้อนกลับไปเมื่อ 20 กว่าปีก่อนหน้า จีเอ็มได้หอบเงินมาลงทุนในบ้านเราด้วยฟอร์มใหญ่รัชดาลัยสไตล์อเมริกัน หลังจากเลือกยุทธศาสตร์ในการปักหมุดหมายใหม่เพื่อใช้ไทยเป็นหัวหอกในการทำตลาดรถยนต์ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

จีเอ็ม ประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อปี 2536และเริ่มก่อสร้างศูนย์การผลิตรถยนต์เมื่อปลายปี 2539 ด้วยการขนเม็ดเงินลงทุนกว่า 30,000 ล้านบาท มาจับจองลงหลักปักฐานบนเนื้อที่ ขนาด 440 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง เพื่อผลักดันและก่อตั้งเป็นศูนย์การผลิตรถยนต์จีเอ็ม ประเทศไทย เป็นศูนย์การผลิตที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดีที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเพื่อผลิตรถยนต์เชฟโรเลต และแบรนด์อื่น ๆ ของจีเอ็ม สำหรับจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก

เปิดไทม์ไลน์ “จีเอ็ม”

เริ่มจากวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2543เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ตัดสินใจเริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มบริษัทจีเอ็มในประเทศไทย ประกอบด้วยศูนย์การผลิตยานยนต์จีเอ็ม ประเทศไทย ศูนย์การผลิตเครื่องยนต์จีเอ็ม เพาเวอร์เทรน ประเทศไทย ในจังหวัดระยอง และเชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย

เดือนสิงหาคมปีเดียวกันได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณาฯเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์การผลิตรถยนต์ของจีเอ็ม ประเทศไทยใน จ.ระยองภายใต้การนำทัพของ “ริค แวกอเนอร์”ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส จำกัดในขณะนั้นด้วยการส่งรถเชฟโรเลตซาฟิร่า

โมเดลแรกที่ประกอบขึ้นจากโรงงานประเทศไทย ซึ่งครั้งนั้นถือว่าสร้างปรากฏการณ์กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ส่งผลให้รถรุ่นนี้ครองแชมป์เอ็มพีวี 3 ปีซ้อนด้วยยอดขายถล่มทลาย และยังส่งให้ซาฟิร่ามีกลุ่มแฟนที่เหนียวแน่นจนทุกวันนี้

จากนั้นในปีถัดมาได้มีการแนะนำรถยนต์นั่งนำเข้าอย่างเชฟโรเลต ลูมิน่า จากออสเตรเลียเข้ามาทำตลาด และตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาค่ายรถยนต์สัญชาติอเมริกันค่ายนี้ยังส่งรถยนต์ ออกสู่ตลาดบ้านเราหลากรุ่นหลายโมเดล ทั้งเปิดตัวรถยนต์นั่งเชฟโรเลต ออพตร้า, อาวีโอ, โซนิค, ครูซ, รถปิกอัพโคโลราโด, รถยนต์นั่งอเนกประสงค์อย่างสปิน, เทรลเบลเซอร์ และแคปติวา

เรียกได้ว่าแต่ละรุ่นที่เปิดตัวออกสู่ตลาดบ้านเรานั้น ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี

ผลิตเครื่องยนต์ 5 แสนเครื่อง

หลังจากเดือนสิงหาคม 2553 จีเอ็มประเทศไทย ได้เดินหน้าการก่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องยนต์ดีเซลแห่งใหม่เสร็จสมบูรณ์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมสำหรับแผนงานการติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล และในเดือนกันยายนปีเดียวกันโรงงานผลิตรถยนต์ของจีเอ็ม ประเทศไทย ที่จังหวัดระยอง ผลิตรถยนต์ครบจำนวน 750,000 คัน

จากนั้นในเดือนตุลาคม 2553 ได้มีการฉลองการเปิดตัวรถยนต์เชฟโรเลตครูซครั้งแรกที่ออกจากสายการผลิตจากโรงงานระยอง ด้วยความหมายมั่นปั้นมือให้ไทยเป็นฐานผลิตที่สำคัญ โดยเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2554 จีเอ็ม เพาเวอร์เทรน ประเทศไทย ผลิตเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ ดีเซล เทอร์โบ ที่ผลิตให้กับเชฟโรเลต โคโลราโด และเทรลเบลเซอร์ครบ500,000 เครื่องยนต์ นับตั้งแต่เริ่มเดินสายการผลิต เพื่อรองรับทั้งตลาดในประเทศและส่งออกไปทั่วโลก ซึ่งแสดงให้เห็นว่านี่คือศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ระดับโลกที่ชาวเชฟโรเลตและจีเอ็มทุกคนร่วมกันทำงานโดยยึดมั่นในคุณภาพและมาตรฐานการผลิต

*ประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจ *

แต่กราฟธุรกิจไม่ได้มีไว้ให้ขึ้นเพียงอย่างเดียว เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 เชฟโรเลต ประเทศไทยได้ออกจดหมายครั้งสำคัญถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจในประเทศไทย ที่ร่วมถึงสำนักงานในกรุงเทพฯและศูนย์การผลิตที่ระยอง ด้วยการประกาศถอนการลงทุนในโครงการอีโคคาร์ เฟส 2 มูลค่า 13,000 ล้านบาท

พร้อมทั้งประกาศยุติสายการผลิตรถยนต์นั่งเชฟโรเลต โซนิค รวมทั้งรถเอ็มพีวีอย่างเชฟโรเลต สปิน ที่สำคัญยังประกาศรีดไขมันเพื่อกระชับองค์กรด้วยการลดพนักงานลง 30% ภายใต้โครงการ “ลาออกโดยสมัครใจ” หรือ Voluntary Separation Program

ครั้งนั้น “มาร์คอส เพอร์ตี้” กรรมการผู้จัดการ จีเอ็ม ประเทศไทย และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกมายืนยันและให้คำมั่นว่า เชฟโรเลตยังพร้อมที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศไทยต่อเนื่อง และไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณเพื่อที่เตรียมละฐานการลงทุนแห่งนี้เหมือนเช่นที่หลายคนตั้งข้อสงสัยในขณะนั้นว่า ฐานการผลิตในประเทศไทยจะถูกทิ้งเฉกเช่นเดียวกับฐานการผลิตอื่น ๆ หรือไม่

แต่การปรับเปลี่ยนครั้งนั้นเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อให้สามารถมีโอกาสทางการแข่งขันและการเติบโตต่อไปได้สำหรับตลาดประเทศไทย เพื่อให้การเติบโตในระยะยาวและเพิ่มรายได้แก่ธุรกิจ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปรับโครงสร้างที่จีเอ็มเตรียมดำเนินการทั่วทั้งภูมิภาค

หลังจากนั้น ในเดือนมิถุนายนปีเดียวกันเชฟโรเลตประกาศยุติการผลิตรถยนต์ที่ศูนย์เบกาซี ใกล้กับกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ที่ผลิตรถเอ็มพีวี รุ่นสปิน โฟกัสเฉพาะปิกอัพ-เอสยูวี ภายใต้แผนงานควบรวมจีเอ็ม ประเทศไทย เวียดนามและอินโดนีเซีย

เมื่อครั้งนายเอียน นิโคลส์ ประธานกรรมการ จีเอ็ม เอเชียตะวันออกฉียงใต้ได้กล่าวว่าจากการปรับโครงสร้างทางธุรกิจในภูมิภาคนี้จะเป็นการมุ่งการยกระดับศักยภาพการดำเนินงานและการสร้างผลกำไรเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจเพื่อการเติบโตในระยะยาว

และครั้งนี้เชฟโรเลตประกาศพลิกฟื้นธุรกิจครั้งสำคัญ โดยโฟกัสไปที่กลุ่มรถปิกอัพและรถเอสยูวีในการทำตลาด ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์และความต้องการของประเทศไทย เนื่องจากเป็นตลาดหลักและมีส่วนแบ่งทางการตลาดค่อนข้างสูง แต่ยังมีกั๊กไม่ทิ้งตลาดรถยนต์นั่งโดยสิ้นเชิง เหลือเชฟโรเลต ครูซเพียง 1 รุ่น แต่สุดท้ายก็ถอดโมเดลนี้ออกจากตลาด

*ข่าวลือว่อนปิดกิจการ *

ปี 2561 ที่ผ่านมาถือเป็นปีแห่งการขับเคลื่อนของเชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย และเป็นการสร้างรากฐานของแบรนด์ให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งหนึ่ง โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญไปที่งานบริการลูกค้า เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่นเดียวกับการทำงานภายในองค์กรที่จะเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทั้งด้านการตลาด การขาย และบริการหลังการขาย ภายใต้ “โกลบอลมาร์เก็ตติ้ง”

เพียงแต่ขึ้นอยู่กับการดำเนินงานของแต่ละประเทศจะปรับใช้อย่างไรให้เหมาะสม เชฟโรเลต ประเทศไทย เลือกปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร ควบคู่ไปกับการสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวแทนจำหน่าย ปรับฐานใหม่เพื่อหวังรองรับการเติบโตในอนาคต พร้อมชูโมเดลโชว์รูมและศูนย์บริการ 2S เพื่อเสริมทัพ หวังให้ผู้แทนจำหน่ายมีการลงทุนน้อยที่สุด

พร้อมทั้งยังคงเดินหน้าเสริมทัพส่งสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดอย่างเชฟโรเลต แคปติวาแต่ปรากฏว่ากระแสไม่เปรี้ยงปร้าง และตลอดช่วงระยะเวลา 3-5 ปีที่ผ่านมา กระแสการลดพนักงานของค่ายเชฟโรเลตมีออกมาสั่นคลอนเป็นระลอก ๆ จนล่าสุดราวเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมาจีเอ็ม ประเทศไทยประกาศเลิกจ้างทั้งพนักงานประจำและพนักงานชั่วคราวกะทันหัน เป็นเหตุให้พนักงานประจำและพนักงานชั่วคราวตกงานแบบฟ้าผ่ากว่า 300 คน ท่ามกลางข่าวลือว่ามีแผนจะปิดกิจการ

*เคว้ง “ชิ้นส่วน-ดีลเลอร์-พนง.” *

ข่าวลือมักตามมาด้วยข่าวจริงบ่อยครั้งจีเอ็มและเชฟโรเลตร่อนจดหมายประกาศยุติการจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลตในประเทศไทย พร้อมการตัดสินใจขายศูนย์การผลิตรถยนต์และเครื่องยนต์ของจีเอ็ม ประเทศไทยในจังหวัดระยองให้แก่เกรท วอล มอเตอร์ส ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศจีนภายในสิ้นปี 2563 นี้ กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ แต่ที่น่าตกใจคือ ดีลเลอร์เกือบทุกรายทราบข่าวนี้จากสื่อสารมวลชน แม้ในเนื้อความจะระบุใจความสำคัญ ว่า รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ระดับโลกของเกรท วอลมอเตอร์ส “หลิว เซียงชาง” กล่าวว่า เกรท วอล มอเตอร์ส ได้เข้าซื้อศูนย์การผลิตของจีเอ็ม ประเทศไทยใน จ.ระยองจะช่วยพัฒนาธุรกิจของเกรท วอล มอเตอร์สในตลาดประเทศไทยและอาเซียน

เกรท วอล มอเตอร์สจะขยายธุรกิจไปทั่วภูมิภาคอาเซียนโดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียนรวมถึงประเทศออสเตรเลียด้วย และจีเอ็มยืนยันว่าจะคงดำเนินการให้บริการและความช่วยเหลือแก่ลูกค้าเชฟโรเลต

สำหรับการบริการหลังการขายการซ่อมบำรุง และการรับประกันคุณภาพรถยนต์ “เฮกตอร์ บีจาเรียล” ประธานกรรมการจีเอ็ม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้คำมั่นสัญญาจะดูแลช่วยเหลือพนักงานและลูกค้า จะปรับเปลี่ยนการดำเนินงานต่าง ๆ สำหรับลูกค้า พนักงานผู้จัดจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลตและผู้จัดหาวัตถุดิบหรือบริการให้สำเร็จเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย รวมทั้งความช่วยเหลือและมอบแพ็กเกจเงินชดเชยให้กับพนักงานที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดในจำนวนที่มากกว่ากฎหมายแรงงานไทยกำหนด

แต่คำถามที่เชฟโรเลตและจีเอ็ม ประเทศไทย ต้องตอบให้ได้ว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการชาวไทยและลูกค้าชาวไทยนั้น จะมีการชดเชยหรือช่วยเหลืออย่างไร ทั้งในเชิงธุรกิจ ทั้งสต๊อกอะไหล่ ราคาขายต่อรถยนต์เชฟโรเลต และการลงทุนจำนวนมากมายมหาศาลของบรรดาดีลเลอร์

ทุกอย่างยังต้องการคำตอบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...