โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Dracula 2020 และมังงะ Happiness : ความแตกต่างของการตีความ ‘การเป็นอมตะ’ ในปัจจุบัน

The MATTER

เผยแพร่ 31 ม.ค. 2563 เวลา 02.46 น. • Thinkers

หมายเหตุ: บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาของซีรีส์ Dracula 2020 และมังงะ Happiness

เรื่องราวของ ‘แวมไพร์’ -ผีดิบที่มีชีวิตชั่วนิรันดร์ด้วยการดื่มกินเลือด- ถูกบอกเล่ามาแล้วหลายครั้งหลายครา ไล่ตั้งแต่ภาพยนตร์ Dracula (1958) ที่นำแสดงโดย คริสโตเฟอร์ ลี, เกม Castlevania ของค่ายโคนามิ หรือแฟรนไชส์ Twilight อันโด่งดังทั้งฉบับนิยายและภาพยนตร์ ดังนั้นเมื่อต้นปี 2020 ที่เน็ตฟลิกซ์ปล่อยซีรีส์ Dracula ออกมา คำถามแรกจากผู้ชมคือมันยังเล่ามุมมองใหม่ๆ อะไรได้อีก? น่ายินดีว่าคำตอบดูเหมือนจะใกล้เคียงคำว่า ‘ได้’

Dracula ฉบับปี ค.ศ.2020 สร้างโดย BBC One ของอังกฤษ เป็นซีรีส์ความยาว 3 ตอน ทว่าแต่ละตอนนั้นมีความยาวถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ดังนั้นจึงเหมือนดูหนังไตรภาคมากกว่าซีรีส์ ความน่าสนใจคือแต่ละตอนนั้นนำเสนอด้วยรูปแบบที่ต่างกันไป ตอนแรกเป็นหนังสยองขวัญโกธิคแบบที่เราคุ้นชินจากแดร็กคูลาเวอร์ชั่นก่อนๆ ตอนที่สองกลายเป็นหนังสืบสวนเมื่อแดร็กคูลาอยู่บนเรือโดยสารแล้วมีคนค่อยๆ ตายไปทีละคน ส่วนตอนสามนั้นเหวอสุด เพราะเป็นโลกยุคปัจจุบันที่แดร็กคูลาเล่นทินเดอร์เป็น (!?) (ตัวอย่างซีรีส์)

ในเมื่อการเป็นตีความใหม่แบบยุค 2020 ท่านเคาต์แดร็กคูลาจึงมีความลื่นไหลทางเพศสภาพ ประเภทที่พูดคำหวานกับสาวงามในฉากหนึ่ง แต่ฉากถัดมาก็แอ๊วหนุ่มหล่อหน้าตาดี (แคลส์ แบง (Claes Bang) ที่เราคุ้นหน้ากันจากเรื่อง The Square เล่นได้อย่างมีจริตจะก้านสุดๆ) นอกจากนั้นเงื่อนไขการดูดเลือดของแดร็กคูลายังถูกกำหนดว่านอกจากของเหลวสีแดงแล้ว สิ่งที่แดร็กคูลาจะได้จากอีกฝ่ายคือความทรงจำ สติปัญญา และองค์ความรู้ต่างๆ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาสามารถ ‘ปรับตัว’ ได้กับโลกที่เปลี่ยนไป แถมยังรู้จักการ ‘เข้าสังคม’ จนอยู่รอดมาได้หลายร้อยปี

อย่างไรก็ดี จุดที่น่าสนใจที่สุดของ Dracula 2020 คือการพูดถึง ‘การตาย’ ในตอนจบ ซีรีส์เฉลยว่าสิ่งที่ท่านเคาต์หวาดกลัวที่สุดคือการเผชิญหน้ากับความตายอย่างตรงไปตรงมา ความเข้าใจที่ว่าแดร็กคูลาหวาดกลัวแสงอาทิตย์และไม้กางเขนเป็นเพียง ‘มายาคติ’ ที่ผู้คนสร้างขึ้นมาและตัวเขาเองก็เลือกเชื่อตามนั้นไปด้วย เพื่อจะได้ไม่ต้องสำรวจว่าอะไรกันแน่ที่จะทำให้เขาตายจริงๆ นั่นเป็นสาเหตุที่แดร็กคูลาหลงใหลการดื่มกินเลือดของลูซี่ สาวติดโซเชียลผู้ไม่เกรงกลัวความตาย (เรื่องตลกร้ายคือลูซี่ไม่กลัวตาย แต่เธอทนไม่ได้กับความอัปลักษณ์ที่ทำให้เซลฟี่ออกมาไม่สวย!)

เอาเข้าจริงแล้ว ท่านเคาต์กับมนุษย์ยุคนี้ก็กลัวตายไม่ต่างกัน ความหวาดกลัวสูงสุดของผู้คนยุคนี้คือ ‘มะเร็ง’ ดังนั้นซีรีส์จึงกำหนดให้ ดร.โซอี้ ผู้ต่อกรกับแดร็กคูลา (ดอลลี่ เวลส์ (Dolly Wells) แสดงได้ดีจนน่ากราบ) กำลังจะตายด้วยมะเร็ง หากแต่เธอไม่รู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงต่อการต้องจากโลกนี้ไป ผีดิบที่กลัวตายกับหญิงสาวผู้ไม่กลัวตายจึงกลายเป็นเคมีเข้าคู่เติมเต็มกันและกัน ในตอนจบท่านเคาต์จึงยอมโอบรับความตายอย่างเต็มใจด้วยการดูดเลือดจากโซอี้ เลือดของมนุษย์ที่เป็นมะเร็งทำให้เขาดับสูญในที่สุด

บทสรุปของ Dracula 2020 สร้างความอึ้งตะลึงกับผู้ชมเป็นอย่างมาก ทั้งที่แดร็กคูลาตบตีกับ ดร.โซอี้ มาทั้งเรื่อง แต่ตอนจบทั้งคู่กลับมีความสัมพันธ์คล้ายคนรักแบบเดียวกับ ดร.ฮันนิบาล เลคเตอร์ กับ นักสืบ แคลริซ สตาร์ลิง ท่านเคาต์ดูมีความเห็นอกเห็นใจที่จะช่วยให้โซอี้พ้นทุกข์จากโรคร้าย (บางทีเขาอาจจะได้คอนเซ็ปต์ Empathy มาจากการดูดเลือดแม่ชีอกาธาผู้เป็นบรรบุรุษของโซอี้) ส่วนโซอี้ก็ช่วยให้แดร็กคูลาพ้นจากวังวนแห่งความอมตะ ฉากสุดท้ายที่ทั้งคู่นอนกอดกันแล้วกลายเป็นพระอาทิตย์สีเพลิงจึงงดงามอย่างน่าประหลาด

นอกจาก Dracula 2020 แล้ว มังงะเรื่อง Happiness (2015-2019) ของ ซูโสะ โอชิมิ (Shūzō Oshimi) (เจ้าของผลงาน The Flowers of Evil หรือ ‘รักโรคจิต’) ก็พูดเรื่องแวมไพร์ได้น่าสนใจเช่นกัน เช่นเดียวกับผลงานก่อนหน้าของโอชิมิที่เปิดเรื่องเหมือนจะเป็นการ์ตูนเกี่ยวกับเด็กมัธยมปลายทั่วไป แต่แล้วโอคาซากิ—พระเอกของเรื่อง—กลับถูกผีดิบลอบทำร้าย จนต้องกลายเป็นสิ่งมีชีวิตกระหายเลือด โดย Happiness ฉบับแปลภาษาอังกฤษเพิ่งออกตอนจบเมื่อธันวาคม ค.ศ.2019

ในขณะที่ท่านเคาต์ใน Dracula 2020 เป็นพวกชอบเข้าสังคมและผูกมิตร (เพื่อหลอกใช้ประโยชน์) กับคนอื่นไปทั่ว เหล่าแวมไพร์ใน Happiness ต้องใช้ชีวิตอย่างหลบๆ ซ่อนๆ พวกเขาไม่ได้ภูมิใจในความอมตะเลย หากแต่ต้องกลายสภาพเป็นสิ่งมีชีวิตไร้ค่าที่ประทังชีวิตด้วยเลือดของผู้อื่น โอคาซากิที่ไม่อยากทำร้ายคนรอบข้างจำใจต้องบอกลาครอบครัวและหายเข้าไปในซอกหลืบสังคม หากติดตามผลงานของโอชิมิ จะพบว่านี่คือธีมที่ปรากฏในผลงานของเขาเสมอ เรื่องของหนุ่มสาวชีวิตน่าเบื่อที่แสวงหาความตื่นเต้นไม่ปกติ ทว่าเมื่อข้ามเส้นไปสู่ความไม่ปกติได้สักพัก พวกเขาก็จะดั้นด้นกลับไปเป็นคนปกติ หากแต่มันสายเกินไปแล้ว

โครงสร้างของ Happiness อาจมีความประหลาดอยู่บ้าง เรื่องดำเนินไปอย่างเชื่องช้า บางช่วงพระเอกหายตัวไปประมาณสามเล่มได้ แต่สิ่งที่ผู้เขียนชอบคือแม้จะว่าด้วยแวมไพร์ มันกลับเน้นความสำคัญของ ‘ความเป็นมนุษย์’ อยู่เสมอ เหล่าแวมไพร์เมื่อใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ ก็จะหลงลืมว่าตัวเองเคยเป็นมนุษย์ แต่เพราะโอคาซากิยังหลงเหลือจิตใจที่ดีงาม ทำให้ผีดิบตนอื่นๆ ระลึกได้ถึงความเป็นมนุษย์ของตัวเอง ก่อให้เกิดกลุ่มแวมไพร์ใฝ่ดีที่เลือกจะไม่ฆ่าเหยื่อและดื่มเลือดในปริมาณพอเพียง หากแต่สภาพการเป็น ‘ชายขอบ’ ของสังคมก็ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

ปริศนาชิ้นใหญ่ของ Happiness คือคำถามว่า ‘ความสุข’ ตามชื่อเรื่องคืออะไรกันแน่ เหล่าแวมไพร์ที่ต้องใช้ชีวิตยาวนานหลายร้อยปีผ่านทั้งความสูญเสียและเจ็บปวดมากมายดูเป็นอะไรที่ห่างไกลกับคำว่าความสุขอย่างที่สุด แม้แต่คำตามของผู้เขียนในเล่มสุดท้ายยังยอมรับว่าเขาเองก็ไม่ทราบว่าความสุขคืออะไร เช่นนั้นแล้วมันอาจเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงหรืออาจต้องใช้เวลาตามหาไปทั้งชีวิต แม้แต่แวมไพร์ที่มีเวลาไม่สิ้นสุดก็อาจทำไม่สำเร็จ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...