โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“สุพัฒนพงษ์” มือขวา “ประยุทธ์” ภารกิจเคลื่อนเมกะดีล-ฟื้นเศรษฐกิจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 พ.ค. 2564 เวลา 02.47 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2564 เวลา 02.43 น.

รายงานพิเศษ

ช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน-โควิด-19 ระลอกสาม หายใจรดต้นคอ-จ่อคอหอยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

มีขุนพลไม่กี่ราย ที่ “พล.อ.ประยุทธ์” นายกรัฐมนตรี “เงี่ยหูฟัง” เป็นทั้งคู่คิด-ที่ปรึกษาและไว้ใจ มอบหมายงานเศรษฐกิจสำคัญ รวมถึงงานทับซ้อนความมั่นคง-ลับสุดยอด

1 ในทีมที่นายกรัฐมนตรีเรียกหายามวิกฤต คือ “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” รองนายกรัฐมนตรี-ควบกระทรวงพลังงาน

เขาโดดเด่นกลางวงล้อม “เสธ.กองทัพ” นายกรัฐมนตรี ใช้บริการมาตั้งแต่ดำรงสถานภาพหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

งานด่วนของมือขวา “บิ๊กตู่”

ความไว้เนื้อเชื่อใจ ประการแรก-ต้นทุนเดิม คือ การมอบหมายให้ “สุพัฒนพงษ์” คุมกระทรวงขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า-กระทรวงเกรดเอ เบียดโผ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” แกนนำสามมิตรแห่งพลังประชารัฐ

ภารกิจเร่งด่วนของ “สุพัฒนพงษ์” ในกระทรวงพลังงาน คือ เดินหน้าโรงไฟฟ้าชุมชน-เอาเนื้อออกจากปากเสือ ทุกเมกะวัตต์ต้องถึงมือเกษตรกร-ไม่ใช่ลงกระเป๋านายทุน

เป็นความไว้ใจที่ส่งต่อมาถึงการได้ใจ-เสนอแผนฟื้นฟูการบินไทย ทั้งเพิ่มทุนจากเจ้าหนี้-ธนาคารและสถาบันการเงิน และให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการใส่เงินในการฟื้นฟูกิจการเจ้าจำปี

ตามมาด้วยการต่อยอดจากมาตรการเศรษฐกิจ copay โดยเฉพาะความดังทะลุเปรี้ยงของโครงการ “คนละครึ่ง” ที่มี “เจ้าพ่อบิ๊กดาต้า” และ“วิศวะจุฬาฯ คอนเน็กชั่น” ที่มี “สุพัฒนพงษ์” เป็นหัวขบวน-เบื้องหลังความสำเร็จ

รวมถึงแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ-เยียวยาประชาชนในช่วงโควิด-19 สร้างชื่อในนาม“เราชนะ”

หลังจากมาตรการเศรษฐกิจ ที่มี “สุพัฒนพงษ์” เป็นรองนายกฯเศรษฐกิจ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็น “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” หา “จุดลงตัว” เมนูเศรษฐกิจออกมาเป็นซีรีส์ 4 ตอนต่อเนื่อง ประคองการใช้จ่าย การบริโภคภาคเอกชน-รักษาโมเมนตัมเศรษฐกิจ

จังหวะก้าวต่อไป “สุพัฒนพงษ์” ส่งไม้ต่อให้กับ “ขุนคลัง” อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ปรับโครงสร้างรายรับ-รายจ่ายภาครัฐให้เข้ารูปเข้ารอย รวมทั้งการขยายฐานภาษีเท่าที่ทำได้

เคลื่อนเมกะดีล “เรือธง”

จากนั้น “สุพัฒนพงษ์” เคลื่อนไปทำงานใหญ่ ด้วยการปักหมุดเมกะโปรเจ็กต์ลงทุน 4 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่เป็น “เรือธง” ประเทศไทย เดินสายเคาะประตูทั่วโลก-ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ เศรษฐีกระเป๋าหนักให้มาพำนัก-ลงหลักปักฐานในประเทศไทย ยินยอมควักกระเป๋าใช้จ่ายหวังโกยเงินเข้าประเทศ 1.2 ล้านล้านบาทต่อปี

คู่ขนานกับการแก้ระเบียบ-กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน โดยมี “ม.ล.ชโยทิต กฤดากร” หัวหน้าทีมปฏิบัติการเชิงรุก-ทาบทามบริษัทเอกชนไทยและต่างประเทศ เป็นลมใต้ปีก

“สุพัฒนพงษ์” มักออกตัวกับ “นักข่าวเศรษฐกิจประจำทำเนียบ” ว่า ถ้าไม่เห็นตัว-ไม่ได้ยินเสียงของเขาในช่วงไหน นั่นหมายถึงเขากำลังทำงานลับ สำคัญที่สุดที่ได้รับออร์เดอร์มาจากประมุข ตึกไทยคู่ฟ้า

เขาอยู่วงในสุด ในการนำเสนอวาระระดับชาติ เคลื่อนเศรษฐกิจทั้งระดับฐานราก และภารกิจกอบกู้วงการธุรกิจไทย

“สุพัฒนพงษ์” คือ คีย์แมน 3 ประสาน ร่วมกับ ทศพร ศิริสัมพันธ์ และ ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ ปลุกปั้น Phuket Sandbox หรือ “ภูเก็ตโมเดล” ปักธงเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อนำร่องการเปิดประเทศ ไตรมาสแรกของปี 2564

โดยมีวัคซีน 100 ล้านโดส เป็นเดิมพันขับเคลื่อนคู่ขนานกับ 3 สภานักธุรกิจ ทั้งสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย ร่วมเป็นกลจักรสำคัญใน “ทีมไทยแลนด์”

เชื่อมร้อยกับการที่ พล.อ.ประยุทธ์ รวบอำนาจการบริหารจัดการภายใต้กฎหมาย 31 ฉบับ ยึดหัวหาดการเป็นประธานกรรมการรับใช้ชาตินับ 10 คณะ

ภารกิจใหญ่ บีบหัวใจ และนับถอยหลังคือ แผนการกระจายวัคซีน 100 ล้านโดสให้กับคนไทย 50 ล้านคน หรือ 70% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ภายในระยะเวลาสิ้นปี 2564

โดยมี นายดนุชา-เลขาฯสภาพัฒน์ ร่วมปฏิบัติการกับ 4 ทีมผสมภาครัฐ-ภาคเอกชน

การประชุม ศบค.ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ มอบหมายให้ “สุพัฒนพงษ์” คุมข้อมูล-การวิเคราะห์และสนับสนุนข้อมูลเศรษฐกิจรายสาขาของ ศบศ. ในการทำงานร่วมกับเอกชน 4 ทีม เพื่อฉีดวัคซีนให้กับแรงงานในระบบ-ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมกว่า 30 ล้านคน และผู้ถือบัตรทอง

แผนปฏิบัติการตามลำดับชั้นมีดังนี้ 1.จัดทำแผนการกระจายวัคซีนให้กับแรงงานในระบบประกันสังคม 2.ประสานงานกับมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข ในการกำหนดสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการกระจายวัคซีนให้กับแรงงานในระบบประกันสังคมในจังหวัดต่าง ๆ

3.ประสานงานกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงแรงงาน และภาคเอกชนในการรวบรวม ตรวจสอบ ข้อมูลความต้องการวัคซีนของแรงงานในระบบประกันสังคม และจัดส่งให้กรมควบคุมโรค และ 4.ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดปัญหาอุปสรรคในกรณีที่ภาคเอกชนจะนำเข้าวัคซีนด้วยตัวเอง

คุมแผนเยียวยาระลอก 3

ศูนย์กลางอำนาจ ศบค.ยังมอบหมายให้ “สุพัฒนพงษ์” ในฐานะเป็นแกนนำในศูนย์บริหารเศรษฐกิจ (ศบศ.) ออกมาตรการเยียวยาเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการยกระดับมาตรการ“ล็อกดาวน์” 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-14 พฤษภาคม 2564

โดยเฉพาะการเร่งรัดในการช่วยเหลือประชาชนผู้ที่มีรายได้น้อยและประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยใช้อำนาจทางลัด ทางด่วนไม่ต้องอ้อมผ่านเส้นทางรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ภายใต้กฎหมาย 31 ฉบับ

หลังล็อกดาวน์ 14 วันอันตราย “สุพัฒนพงษ์” จะเข็นมาตรการ “คนละครึ่งเฟส 3” ออกมา คู่ขนานมาตรการดึงเงินออมจากภาคเอกชน 5-6 แสนล้านบาท ให้มาลงทุน-ใช้จ่าย โดย“รัฐร่วมจ่าย” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “คนละเสี้ยว”

ภายใต้ความคาดหวังในการออกมาตรการต่อเนื่อง-ต่อยอดโครงการเดิม ที่ได้ผลน่าพอใจ เช่น โครงการเราชนะแจกเงิน 7,000 บาท, โครงการ ม33เรารักกัน แจกเงิน 4,000 บาท, โครงการคนละครึ่ง แจกเงิน 3,500 บาท และโครงการเราไม่ทิ้งกัน แจกเงิน 5,000 บาท รวมทั้งโครงการเราผูกพัน ที่คาดว่าจะแจกเงินให้ข้าราชการรายได้น้อย รายละไม่ต่ำกว่า 4,000 บาท

บทบาท ย่างก้าวของ “สุพัฒนพงษ์” ในฐานะมือขวาของผู้นำหมายเลข 1 จึงน่าจับตาและพิสูจน์ฝีมือ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...