โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สร้างประวัติศาสตร์ นางรำกว่า 3 หมื่นปิดเมืองรำถวายสักการะเจ้าพ่อพญาแล(คลิป)

Khaosod

อัพเดต 13 พ.ค. 2562 เวลา 13.19 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2562 เวลา 13.19 น.

สร้างประวัติศาสตร์ นางรำกว่า 3 หมื่นปิดเมืองรำถวายสักการะเจ้าพ่อพญาแล

วันที่ 13 พ.ค. นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผวจ.ชัยภูมิ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมตัวแทนประชาชนชาวชัยภูมิทุกหมู่เหล่า จากทุกอำเภอของจังหวัดกว่า 3 หมื่นคน ร่วมแสดงพลังรำรอบลานอนุสาวรีเจ้าพ่อพระยาแล บนถนนทุกสายทั่วทั้งสี่มุมเมืองย่านกลางใจเมืองชัยภูมิ เพื่อถวายสักการะเจ้าพ่อพระยาแลผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิ มายาวนานกว่า 200 ปีจนปัจจุบัน

โดยวันนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่มาร่วมบันทึกประวัติศาสตร์รำถวายในปีนี้ ต่างพร้อมใจกันสวมชุดผ้าไทยสีเหลือง ร่วมใจกันออกมารำถวายเพื่อร่วมถวายเฉลิมพระกียรติเนื่องในปีมหามงคลในหลวงรัชกาลที่ 10 แสดงถึงความเทิดทูลต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งแรกของจ.ชัยภูมิ ที่มีประชาชนทุกหมู่เหล่าออกมาร่วมรำถวายมากกว่า 30,000 คน

ถือเป็นการร่วมใจกันครั้งใหญ่ของชาวชัยภูมิก่อนที่จะมีพิธี เปิดงานเทศกาลบุญเดือนหกในวันที่13-19 พ.ค.นี้ ที่ชาวจังหวัดชัยภูมิทุกคนพร้อมใจกันออกมารำถวายให้กับเจ้าพ่อพญาแล เจ้าเมืองคนแรก ผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิและเป็นผู้ที่เทิดทูลสถาบันมหากษัตริย์มายาวนาน โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการรวมทั้งศาสตร์และศิลปะ ที่เป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของจังหวัดชัยภูมิในหลา ๆ ด้านจากทุกภาคส่วน ทั้งศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลง การบันทึกเสียง จัดทำดนตรี คิดท่ารำต่าง ๆ ก็ล้วนแล้วมาจากฝีมือของลูกหลานเจ้าพ่อพญาแลที่พร้อมใจกันทำเพื่อถวายสักการะแด่เจ้าพ่อพญาแล อันเป็นที่เคารพและศรัทธายิ่งของชาวชัยภูมิ

สำหรับประเพณีงานบุญเดือนหกของชาว จ.ชัยภูมิ ถือเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่โด่งดังไปทั่วประเทศและทั่วโลก มายาวนานกว่า 200 ปี ที่ทุกวันพุธแรกของเดือนหก หรืองานบุญเดือนหก ของ จ.ชัยภูมิ จะมีพิธีแห่บายศรีใหญ่ยักษ์กว่า 2-3 เมตรขึ้นไป และมีขบวนแห่บายศรีที่ยาวที่สุดในโลกกว่า 10 ก.ม. แห่นำต่อหน้าศาลอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล ณ ศาลหนองปลาเฒ่า อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในวันพุธที่ 15 พ.ค.นี้อย่างยิ่งใหญ่หาชมได้ยากสุดยิ่งใหญ่

ด้านครูอุมารินทร์ (ครูติ๊ก) จำนงชอบ ครูนาฏศิลป์ ร.ร.สตรีชัยภูมิ ซึ่งเป็นคนที่ร่วมออกแบบการออกแบบท่ารำเพื่อถวายเจ้าพ่อพญาแล และเพื่อร่วมถวายปีมหามงคลในปีนี้ กล่าวว่า ด้วยแรงศรัทธาเจ้าพ่อพญาแล ซึ่งเป็นผู้สร้างเมืองชัยภูมิ จนถึงปัจจุบันทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะร่วมกันรำถวายท่านเจ้าพ่อ จึงได้ประสานครูนาฏศิลป์ของจังหวัดชัยภูมิ ปรึกษาหารือและออกแบบท่ารำประกอบเพลงซึ่งเป็นเพลงประจำจังหวัดชัยภูมิ ที่ศิลปินนักแต่งเพลงลูกหลานพ่อแล ได้จัดทำไว้นำมาประกอบท่ารำที่สวยงาม ไม่ยากนักสำหรับประชาชนชาวชัยภูมิที่จะออกมาร่วมรำทั้ง 16 อำเภอ กว่า 30,000 คน ประกอบด้วย 6 เพลง ได้แก่เพลง เพลงศรัทธาพญาแล เพลงของดีชัยภูมิ เพลงชัยภูมิบ้านพี่ เพลงสาวบ้านแต้ เพลงออนซอนชัยภูมิ และจบด้วยเพลงบาสโลบชัยภูมิ

ส่วน ครูอรยา ใบกนทา ครู ร.ร.บ้านวังตาลาดสมบูรณ์ เป็นครูแกนนำอีกคนหนึ่ง ที่นำชาวชัยภูมิรำถวายในครั้งนี้ กล่าวว่า ถึงแม้จะไม่ได้เกิดที่ชัยภูมิ แต่ได้ผูกพันและศรัทธาเจ้าพ่อพญาแล เมืองชัยภูมิ เป็นเมืองศิลปินมีศิลปินที่เกิดจากเมืองชัยภูมิเป็นจำนวนมาก ดีใจอย่างที่สุดที่ได้ร่วมเป็นครูแกนนำรำถวายเจ้าพ่อ การรำถวายเจ้าพ่อพญาแลครั้งนี้ จะทำให้ชาวชัยภูมิได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันรำถวายกว่า 30,000 คน เป็นท่ารำประจำจังหวัดต่อไป เพราะการรำเป็นนาฏศิลป์ เป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ที่มีความงดงาม อ่อนช้อย โดยผ่านการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกาย มีคุณประโยชน์อเนกอนันต์ประการ ไม่สามารถนำมาบรรยายได้หมด บางอย่างเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด บางอย่างเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในและสื่อสารออกมาด้วยหัวใจ

“เจ้าพ่อพญาแล เปรียบเสมือนเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ที่ควรแก่การเคารพกราบไหว้ โดยส่วนตัวจะพกเหรียญเจ้าพ่อพญาแลในกระเป๋าสตังค์เสมอปัจจุบันก็ยังคงอยู่ ย้อนไปเมื่อครั้งเดินทางมาสอบบรรจุเพื่อเข้ารับราชการครู ปี 2553 สถานที่สอบ ณ โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ครั้งนั้น ก่อนก้าวย่างเข้าไปสถานที่สอบ สายตามองไปเห็น ผู้คนมากมายกราบไหว้ขอพรเจ้าพ่อพญาแลพร้อมทั้งดอกไม้ธูปเทียนและสิ่งของถวาย

ขณะนั้นตัวข้าพเจ้าเอง ไม่มีเงินมากพอที่จะบูชาแม้กระทั่งดอกไม้ธูปเทียน เพราะพึ่งเรียนจบ ยังไม่มีงานทำ มีเงินจำนวนจำกัด จึงทำได้เพียงหันหน้าไปหาเจ้าพ่อพญาแลด้านอนุสาวรีย์ ประนมมือแล้วก้มลงกราบ ขอพรจากเจ้าพ่อฯ แต่มิได้บนบานศาลกล่าวใดๆ *แล้วนึกในใจเพียงว่า *

“…ลูกหลานเกิดที่ชัยภูมิ อยากกลับมาอยู่ชัยภูมิ ขอกราบแผ่นดินชัยภูมิ…แล้วหยิบเศษดินใส่ศีรษะ” และนี้คือพรอันประเสริฐจากเจ้าพ่อพญาแล ที่ทำให้ได้กลับมาอยู่ชัยภูมิสมดั่งใจปรารถนา ทั่งที่ที่อยู่ตามภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี แต่รักที่จะอยู่ในผืนแผ่นดินชัยภูมิ เพื่ออุทิศตนให้เป็นประโยชน์ในฐานะลูกหลานเจ้าพ่อพญาแล และในฐานะชาวไทยที่จะให้ความเคารพเทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์สืบต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...