โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตรังพบฝูงค้างคาวหน้ายักษ์กุมภกรรณ เขาควนเหมียงหรือถ้ำแรด กว่า 400 ตัว

77kaoded

เผยแพร่ 18 พ.ย. 2562 เวลา 16.21 น. • 77 ข่าวเด็ด

ค้างคาวหน้ายักษ์กุมภกรรณ เขาควนเหมียงหรือถ้ำแรด พบกว่า 400 ตัว ชาวบ้านในเขา ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง นำชมแหล่งอาศัยของค้างคาวหน้ายักษ์กุมภกรรณ ซึ่งเป็นค้าวคาวที่ใกล้สูญพันธุ์ ชาวบ้านเชื่อเป็นแหล่งใหญ่และแหล่งสุดท้ายที่พบในประเทศ

ค้างคาวหน้ายักษ์กุมภกรรณ วันนี้(18 พ.ย.62) ที่เขาควนเหมียงหรือถ้ำแรด บ้านในเขา หมู่ที่ 1 ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง  สุดตื่นตาตื่นใจเมื่อพบว่าฝูงค้างคาวหน้ายักษ์กุมภกรรณ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ค้างคาวที่ใกล้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย มีประชากรเพิ่มมากขึ้นจากเดิมที่เคยมีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.สงขลามาสำรวจเมื่อปี 2545 มีอยู่ประมาณ 150 ตัว

แต่เมื่อนักวิชาการกลับมาสำรวจใหม่ในปี 2562 พบว่าค้างคาวหน้ายักษ์เพิ่มมากขึ้นอีก 1 เท่าตัวหรือไม่ต่ำกว่า 400 ตัว ซึ่งค้างคาวหน้ายักษ์กุมภกรรณ พบเพียง 3 ประเทศคือเวียดนาม ไทย และญี่ปุ่น ปัจจุบันกำลังจะสูญพันธุ์เพราะถูกรบกวนจากฝีมือของมนุษย์ เป็นสัตว์ที่กินแมลงเป็นอาหาร ช่วยรักษาระบบนิเวศน์ของป่าธรรมชาติไม่ให้มีแมลง เช่น แมงปีก แมงเม่าและแมลงซึ่งเป็นศัตรูของพืชไร่มากเกินไป ซึ่งปัจจุบันถูกประกาศเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองเป็นที่เรียบร้อย

จากการสำรวจถ้ำบริเวณโดยรอบของเขาควนเหมียง ยังพบมูลของค้าวคาวหน้ายักษ์อีก 3-4 ถ้ำ ชาวบ้านจึงเชื่อว่าในหมู่บ้านของตนมีค้าวคาวหายากสายพันธุ์นี้อยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นแหล่งใหญ่แหล่งสุดท้ายที่พบในประเทศไทย จึงช่วยกันอนุรักษ์ไว้เรื่อยมาจนพบว่ามีค้าวคาวหน้ายักษ์เพิ่มขึ้น

โดยจะใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ของลูกหลานต่อไปในอนาคต ส่วนนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเข้าไปเที่ยวชมค้างคาวหายากชนิดนี้ได้ที่ถ้ำแรด ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง หรือติดต่อผ่านทางนายสมคิด นาเลื่อน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ปากแจ่ม หมายเลขโทรศัพท์ 084-4475664

https://youtu.be/KBQBNvMHaxg

ทั้งนี้ นายสมคิด นาเลื่อน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง กล่าวว่า ที่ถ้ำแรดพบค้าวคาว 3-4 ชนิดแต่ที่มีมากที่สุดและเด่นที่สุดจากการสำรวจของนักวิชาการเมื่อปี 2545 คือค้างคาวหน้ายักษ์กุมภกรรณ พบประมาณ 150 ตัวในปี 2545 แต่เมื่อนักวิชาการกลับมาสำรวจใหม่ในปีนี้ พบมากกว่า 300-400 ตัว

ตนเชื่อว่าจากการที่ตนเป็นคนในพื้นที่ ซึ่งเคยเดินสำรวจภายในถ้ำต่างๆ บริเวณใกล้เคียง พบมูลค้างคาวกินแมลงชนิดเดียวกันอีก 3-4 ถ้ำจึงเชื่อว่ามีค้างคาวหน้ายักษ์อีกเป็นจำนวนมาก และเชื่อว่าเป็นแหล่งสุดท้ายของไทย ซึ่งชาวบ้านทุกคนช่วยกันอนุรักษ์มาตั้งแต่ต้น เพื่อให้ลูกหลานได้ดู ส่วนใครสนใจสามารถติดต่อตนได้ทุกวัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...