โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

‘คลอดลูกในน้ำ’ หนึ่งในวิธีคลอดที่ช่วยให้คุณแม่เจ็บปวดน้อยลง

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 12.26 น. • Features

ถ้านึกถึงการคลอดลูก หลายคนคงนึกถึงการคลอดสองวิธีก็คือ การคลอดธรรมชาติ และการคลอดด้วยวิธีผ่าคลอด 

แต่ปัจจุบันยังมีการทำคลอดอีกแบบที่เริ่มได้รับความสนใจในกลุ่มคุณแม่ยุคใหม่ นั่นคือ ‘การคลอดในน้ำ’เกิดขึ้นอีกด้วย และถึงแม้จะเคยได้ยินมาบ้าง แต่คุณแม่หลายคนอาจไม่ทราบว่าการคลอดในน้ำนั้นเป็นเพียงกระแสนิยม หรือมีความแตกต่างจากการคลอดปกติอย่างไร และมีประโยชน์กับคุณแม่อย่างไรบ้างบ้าง

ก่อนอื่น เราต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า การคลอดในน้ำ คือการคลอดโดยวิธีตามธรรมชาติเพียงแต่เปลี่ยนสถานที่จากห้องทำคลอดทั่วไป เป็นการให้คุณแม่ลงไปแช่อยู่ในอ่างน้ำอุ่น ซึ่งวิธีการนี้ไม่เป็นอันตรายใดๆ กับทั้งคุณแม่และเจ้าตัวน้อย แต่ต้องได้รับการดูแลจากสูตินารีแพทย์เฉพาะทาง รวมทั้งผ่านการประเมินร่างกายของคุณแม่และลูกที่กำลังจะคลอดเสียก่อน

นอกจากนั้นแล้ว วันนี้ M.O.M อยากชวนคุณพ่อคุณแม่มาทำความรู้จักกับการคลอดลูกในน้ำ เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับคุณแม่ที่กำลังเตรียมตัวเลือกวิธีการคลอดลูกให้ตัวเองกันดีกว่าค่ะ

1. คุณแม่ต้องแช่น้ำอุ่นในอุณหภูมิประมาณ 35-37 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิน้ำที่พอเหมาะกับการคลอดจะอยู่ในช่วง 35-37 องศาเซลเซียสค่ะ เพื่อเป็นการจำลองอุณหภูมิน้ำให้เท่ากับอุณหภูมิน้ำคร่ำที่ลูกอยู่นั่นเอง เมื่อเด็กคลอดออกมาเด็กจะรู้สึกปลอดภัยเหมือนยังอยู่ในท้องแม่เหมือนเดิม

พ่อแม่บางคนกังวลว่าลูกอาจจมน้ำเมื่อคลอดออกมา แต่แท้จริงแล้วเด็กจะยังหายใจด้วยการเอาออกซิเจนจากสายสะดือที่ยังติดกับแม่อยู่ และจะหายใจจากอากาศภายนอกเมื่อแม่ยกตัวลูกขึ้นเหนือน้ำเท่านั้น

โดยก่อนการคลอดคุณหมอจะให้คุณแม่แช่อยู่ในน้ำจนกว่าปากมดลูกจะเปิด เป็นการเน้นให้เจ็บท้องเอง โดยไม่ใช้ยาเร่งคลอดหรือเครื่องมือช่วยแต่อย่างใด

2. ช่วยให้คุณแม่คลายความเจ็บปวด

การคลอดในน้ำทำให้คุณแม่ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนอยู่การคลอดบนเตียงในห้องคลอดทั่วไป เพราะสามารถเคลื่อนไหวท่วงท่าต่างๆ ได้ ทำให้รู้สึกเบาสบาย โดยน้ำอุ่นนอกจากเป็นการจำลองให้เด็กรู้สึกเหมือนอยู่ในท้องแล้ว ยังช่วยผ่อนคลายความกังวลของแม่ คลายกล้ามเนื้อส่วนเชิงกราน ช่วยให้ช่องคลอดขยายได้ดี ลดการฉีกขาดและทำให้สารความสุขหลั่งออกมาอีกด้วย

เมื่อความเจ็บปวดลดลง สภาวะความเครียดต่างๆ ก็ลดลง พ่วงไปถึงระยะเวลาในการคลอดรวดเร็วขึ้นไม่ยืดเยื้อด้วยเช่นกัน

3. คลอดลูกในน้ำช่วยสานสัมพันธ์แม่และลูก

คุณแม่ที่คลอดลูกในน้ำจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูก เพราะแม่ไม่ได้มีความเจ็บปวดจากการคลอดที่รุนแรง ทำให้ความตึงเครียดน้อยลงเพิ่มสายใยความรักให้กับลูกมากขึ้น อีกทั้งเป็นการสร้างประสบการณ์ช่วงเวลาสำคัญในชีวิตร่วมกันอีกด้วย

นอกจากนี้นักจิตวิทยาได้กล่าวว่าเด็กที่ถูกคลอดออกมาอย่างนิ่มนวล ไม่บอบช้ำโดยเฉพาะวิธีการคลอดในน้ำ มีแนวโน้มว่าโตขึ้นเด็กจะเป็นคนอ่อนโยน สามารถเติบโตรับมือกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา

4. ไม่ได้มีแต่ข้อดี แต่ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน

แม้จะกล่าวถึงข้อดีของการคลอดลูกในน้ำไปมากมาย แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อจากน้ำ อ่างคลอดที่สกปรกก็อาจทำให้ติดเชื้อได้ หรือสายสะดือเด็กที่สั้นเกินไปจนทำให้เกิดภาวะสายสะดือฉีกขาดทำให้เกิดอันตรายอื่นๆ ตามมา

เหตุการณ์เหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ ทางที่ดีที่สุดคือคุณแม่ต้องการปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความพร้อมของอุปกรณ์และร่างกายตัวเองก่อนตัดสินใจนะคะ

5. ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถคลอดลูกในน้ำได้

การคลอดลูกในน้ำอาจเป็นตัวเลือกหนึ่งที่คุณแม่ต้องการ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อจำกัดใดๆ โดยส่วนมาก แพทย์จะต้องเป็นผู้ประเมินว่าคุณแม่มีความพร้อมที่จะใช้วิธีคลอดในน้ำได้หรือไม่ ด้วยการใช้เกณฑ์ความแข็งแรงของแม่เป็นหลัก เช่น ไม่มีภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ ไม่มีโรคติดต่อที่สามารถแพร่เชื้อกระจายไปตามน้ำ หรืออาการเจ็บท้องก่อนการคลอดสองสัปดาห์ รวมถึงเด็กจะต้องไม่มีน้ำหนักตัวที่มากเกิน และไม่ใช่กรณีลูกแฝด

อ้างอิง

amarinbabyandkids

babykapook

theasianparent

pobpad

maerakluke

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...