โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กนอ. จับมือ กยท. ชูอุตสาหกรรมยางไทยตรวจสอบย้อนกลับ ดึงดูดการลงทุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 มี.ค. 2567 เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. 2567 เวลา 10.00 น.

กนอ. จับมือ กยท. พัฒนาอุตสาหกรรมยางพารา ชูยางไทยตรวจสอบย้อนกลับ ดึงดูดการลงทุน ดันราคายางแตะ 3 หลัก สร้างรายได้ 2 แสนล้านบาท ชี้ราคายางพาราขึ้นแน่

วันที่ 11 มีนาคม 2567 นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานกรรมการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) การวิจัยพัฒนา การบริการวิชาการ และความเป็นไปได้ของการดำเนินธุรกิจยางพาราและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่มีศักยภาพในนิคมอุตสาหกรรม ระหว่าง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ว่า MOU ฉบับนี้ มุ่งมั่นจะพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับยางพาราในภาคอุตสาหกรรม

โดยใช้ศักยภาพด้านการบริหารจัดการ นิคมอุตสาหกรรมของ กนอ. ร่วมกับความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของ กยท. เพื่อสนับสนุนความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการจัดการสิ่งแวดล้อม

รวมไปถึงการดำเนินธุรกิจยางพาราและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่มีศักยภาพในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อส่งออกยางพาราและผลิตภัณฑ์จากยางที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งกำเนิดของสินค้าและผลิตภัณฑ์ยางพารา รองรับการบังคับใช้กฎหมาย EU Deforestation-free Products Regulation (EUDR) ของสหภาพยุโรป ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือน ธ.ค. 2567 เป็นการเพิ่มโอกาสในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถขยายตลาดยางพาราในสภาพยุโรปได้มากขึ้น สนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมยางพาราโดยรวมปี 2567-2568 คาดว่ายังมีทิศทางขยายตัวต่อเนื่องทั้งด้านผลผลิตและความต้องการใช้ จากภาวะฟื้นตัวของอุตสาหกรรมทั้งตลาดในและต่างประเทศ เช่น กลุ่มยานยนต์ ถุงมือยาง อุปกรณ์การแพทย์ โครงสร้างพื้นฐานที่มีแนวโน้มในการใช้ยางในการก่อสร้างเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้มีนักลงทุนรายใหญ่จากต่างประเทศ 2 ราย ให้ความสนใจเข้ามาลงทุน ซึ่ง กนอ.มีความพร้อมด้านพื้นที่รองรับการลงทุนทั้งในนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (รับเบอร์ ซิตี้) จ.สงขลา ประมาณ 400-500 ไร่ และในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ด้วย

“การลงนาม MOU ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่ กนอ. และ กยท. จะได้ทำงานร่วมกันในการศึกษาความเป็นไปได้ของการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมยางพาราในระยะต่อไป รวมถึงการดำเนินธุรกิจยางพาราและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่มีศักยภาพในนิคมอุตสาหกรรม ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนการลงทุนในอุตสาหกรรมยางพารา และในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้ประสบความสำเร็จ และบรรลุเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม” นายวีริศกล่าว

ราคายางดีขึ้น

นายเพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบกิจการยาง ทั้งด้านวิชาการ การเงิน การผลิต การแปรรูป การอุตสาหกรรม การตลาด และการประกอบธุรกิจ คาดว่าปีนี้จะสามารถผลักดันราคายางให้สูงขึ้นได้ถึงตัวเลข 3 หลัก ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้เข้าประเทศ 200,000 ล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 85 บาท/กิโลกรัม (กก.)

สร้างรายได้แล้วกว่า 60,000-70,000 ล้านบาท นับตั้งแต่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้ามาดำรงตำแหน่งรมว.เกษตรและสหกรณ์ จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 49 บาท/กก. และนำไปสู่เป้าหมายไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางพาราโลก

“นโยบายส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยางพารา โดยเฉพาะล้อยาง ช่วยดูดซับปริมาณผลผลิตยางออกจากตลาดได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 400,000 ตัน ซึ่งปัจจุบันผลักดันผลผลิตยางที่ได้มาตรฐานสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้แล้ว 1 ล้านตัน จากกำลังการผลิตได้ทั้งสิ้น 14 ล้านตัน ตั้งเป้าหมายปีนี้ตรวจสอบย้อนกลับได้ 2 ล้านตัน และปี 2568 ตั้งเป้าหมายเพิ่มเป็น 6 ล้านตัน”

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ทั้ง 2 หน่วยงาน มีความตั้งใจในการผสานศักยภาพองค์ความรู้เฉพาะทาง ทั้งความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านยางพาราของ กยท. และด้านการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมของ กนอ. ซึ่ง กยท. พร้อมร่วมสนับสนุน ส่งเสริมการศึกษา วิจัย พัฒนา การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ยาง โดยมุ่งเน้นการแปรรูปจากผลผลิตยางที่มาจากเกษตรกรชาวสวนยาง และสนับสนุนการลงทุนจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมด้านยางพารา ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ในพื้นที่ของ กยท. และ กนอ.

รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมด้านยางพารา เพื่อให้เกิดการดำเนินธุรกิจยางพาราครบวงจรทั้งกระบวนการ ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมยางจะเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนา เพิ่มรายได้ และสร้างความยั่งยืนทางอาชีพให้กับชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกร และเพื่อประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ดียิ่งขึ้น

“หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาสร้างอุตสาหกรรมและธุรกิจยางพารา และธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่มีศักยภาพในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นต่อผู้เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนของงานยางพาราต่อไป” นายณกรณ์กล่าว

สำหรับบันทึกความเข้าใจระหว่าง กนอ. และ กยท. ครั้งนี้ มีกรอบและแนวทางการดำเนินงาน คือ 1. ส่งเสริม สนับสนุน การศึกษา วิจัย พัฒนา หรือการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับยางพารา 2.สนับสนุนการลงทุนจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมด้านยางพารา ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ 3. สนับสนุนการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมด้านยางพารา และอุตสาหกรรมยางพารา ผ่านการส่งเสริมการลงทุน โดย MOU ฉบับนี้มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนาม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กนอ. จับมือ กยท. ชูอุตสาหกรรมยางไทยตรวจสอบย้อนกลับ ดึงดูดการลงทุน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...