โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิทย์สร้างวัวตัวแรกของโลกที่ผลิตอินซูลินในน้ำนมได้

Environman

เผยแพร่ 24 มี.ค. 2567 เวลา 00.00 น.

นักวิทยาศาสตร์สร้าง ‘วัวตัวแรกของโลก’ ที่สามารถผลิต ‘อินซูลิน’ ในน้ำนมได้ หวังแก้ไขปัญหาการจัดหาอินซูลินที่ใช้กับผู้ป่วยเบาหวาน งานวิจัยล่าสุดนี้เป็นเพียงการพิสูจน์ว่าทำได้ แต่ยังไงก็ตามต้องผ่านการตรวจสอบและขออนุญาตจากองค์กรอาหารและยา ก่อนจะใช้จริง

ในงานวิจัยที่นำโดยภาควิชาสัตวศาสตร์จากวิทยาลัยเกษตรกรรม ผู้บริโภค และวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ของมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ อัลบานา-แคมแปญ กับ มหาวิทยาลัย Universidade de São Paulo ในบราซิล ได้ทำการตัดต่อพันธุกรรมเพื่อสร้างวัวที่สามารถผลิตโปรตีนอินซูลินให้อยู่ในน้ำนมวัวได้สำเร็จ

“พระแม่ธรณี(Mother Nature หรือจะเรียกว่าพระแม่แห่งธรรมชาติก็ได้) ได้ออกแบบต่อนน้ำนมให้เป็นโรงงานสร้างโปรตีนได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง ๆ” Matt Wheeler ผู้นำการวิจัยกล่าว “เราสามารถใช้ประโยชน์จากระบบดังกล่าวเพื่อผลิตโปรตีนที่สามารถช่วยเหลือผู้คนหลายร้อยล้านคนได้ทั่วโลก”

ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกประเมินไว้ว่ามีผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องการอินซูลินอยู่ราว 150-200 ล้านรายทั่วโลก แต่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่ได้ตามต้องการโดยส่วนใหญ่อยู่ในประเทศที่ร่ำรวย ทำให้ผู้ป่วยในประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลางไม่สามารถเข้าถึงได้อินซูลินอย่างเพียงพอ

ด้วยเหตุนี้ทีมวิจัยจึงหวังแก้ปัญหาด้วยการหาแหล่งใหม่ ๆ ในการผลิตอินซูลิน แทนวิธีดั้งเดิมที่สร้างขึ้นจากแบคทีเรียที่อยู่ในถังหมักขนาดใหญ่ ซึ่งจะถูกเก็บเกี่ยวและทำให้บริสุทธิ์เพื่อใช้เป็นยาต่อไป แต่ในงานวิจัยล่าสุดนี้ พวกเขาเลิกยุ่งกับแบคทีเรียแล้วไปหาสิ่งอื่นแทน

ทีมงานได้ใช้ส่วนรหัสของ DNA มนุษย์ที่ถูกระบุว่าเป็นคำสั่งสร้างสารตั้งต้นของอินซูลินที่มีชื่อว่า ‘โปรอินซูลิน’ (Proinsulin) เข้าไปในเซลล์ของตัวอ่อนวัว 10 ที่ฝั่งอยู่ในมดลูกวัวบราซิลทั่วไป เพื่อสร้างลูกวัวดัดแปลงพันธุกรรมขึ้นมา โดย DNA ของมนุษย์จะมุ่งเป้าไปสร้างการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการผลิตน้ำนมในเนื้อเยื่อเต้านมของวัว

“การใช้โครงสร้าง DNA เฉพาะสำหรับเนื้อเยื่อเต้านมนั้นหมายความว่า ไม่มีอินซูลินของมนุษย์ไหลเวียนอยู่ในเลือดของวัวหรือเนื่อเยื่ออื่น ๆ” Wheeler บอก “เป้าหมายของเราคือการสร้าง โปรอินซูลิน ทำให้มันบริสุทธิ์ และไปต่อจากจุดนั้น”

ลูกวัวตัวนั้นสามารถเกิดมามีชีวิตได้อย่างปกติ และเมื่อมันโตเต็มที่ ทีมวิจัยก็ได้ใส่ฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นให้วัวนั้นสร้างน้ำนมเป็นครั้งแรก แม้ว่าปริมาณนมที่ออกมาจะน้อยกว่าที่ผลิตได้ตามปกติ แต่นักวิทยาศาสตร์พบว่านมนั้นมี โปรอินซูลิน และ อินซูลิน ของมนุษย์ได้อย่างน่าประหลาดใจ

อินซูลินและโปรอินซูลินดังกล่าวถูกผลิตออกมาในอัตราส่วน 2-3 กรัมต่อน้ำนมวัว 1 ลิตร เมื่อคำนวณเปรียบเทียบกับการผลิตน้ำนมปกติแล้ว ทีมวิจัยคาดว่าหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ พวกเขาจะผลิตอินซูลินได้ 40-50 ลิตรต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณมหาศาล เมื่อเทียบกับอินซูลินที่ผลิตได้ในปัจจุบัน โดยอินซูลิน 1 หน่วยสากลจะมีอินซูลินบริสุทธิ์ปริมาณ 0.0347 มิลลิกรัม

“นั่นหมายความว่าแต่ละกรัม(อินซูลินจากนมวัว)เทียบเท่ากับอินซูลิน 28,818 หน่วย” Wheeler บอก “และนั่นก็แค่ 1 ลิตร(ของน้ำนม)เท่านั้น โฮลชไตน์(สายพันธุ์วัว)สามารถผลิตได้ 50 ลิตรต่อวัน คุณสามารถทำคณิตศาสตร์ได้”

เพื่อให้เห็นภาพชัด ผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 1 จะกินอินซูลินโดยเฉลี่ยประมาณ 8-10 หน่วยต่อ 1 มื้อกลางวัน เมื่อคำนวณคร่าว ๆ นมวัวที่ดัดแปลงพันธุกรรมนี้เพียง 1 ลิตรจะสร้างอินซูลินให้ใช้ได้กับมื้อกลางวัน 2,881 มื้อ (เฉพาะมื้อกลางวัน) ซึ่งเท่ากับเกือบ ๆ 8 ปี!

ทีมวิจัยกล่าวว่า แค่ใช้วัวเพียงเล็กน้อยก็สามารถผลิตอินซูลินแซงหน้าวิธีเดิม ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้สิ่งอำนวยความสะดวกหรือเครื่องมือขั้นสูงใด ๆ เลย แต่ยังไงก็ตามต้องมีการตรวจสอบทุกขั้นตอน และได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาของแต่ละประเทศก่อนนำไปใช้จริง

“ผมเห็นอนาคตที่ฝูงสัตว์ 100 ตัวที่เทียบเท่ากับฟาร์มโคนมเล็ก ๆ ในรัฐอิลลินอยส์หรือวิสคอนซิน สามารถผลิตอินซูลินได้ทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับในประเทศได้” Wheeler บอก “แล้วถ้าเป็นฝูงที่ใหญ่กว่าล่ะ? คุณสามารถตอบสนองต่อความต้องการของทั้งโลกได้ภายในปีเดียว”

ที่มา

https://analyticalsciencejournals.onlinelibrary.wiley.com…

https://www.iflscience.com/genetically-modified-cow…

https://cosmosmagazine.com/…/first-cow-to-produce…/

https://newatlas.com/…/cows-low-cost-insulin-production/

https://interestingengineering.com/…/worlds-first…

https://www.sciencealert.com/scientists-engineer-cow-that…

Photo : Envato

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...