โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลยันกะเพราไทยปลูก–ขายได้ตามปกติ คุ้มครองเฉพาะ 4 สายพันธุ์ใหม่

AEC10NEWs

อัพเดต 23 ตุลาคม 2569 เวลา 5.59 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • AEC10NEWS

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีประชาชนกังวลเรื่องการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพราพันธุ์ใหม่ 4 พันธุ์ ได้แก่ “แก้วจุรี 01 - 04” ของบริษัทเอกชน ว่า การจดทะเบียนดังกล่าวไม่ได้ทำให้เอกชนมีสิทธิผูกขาดกะเพราทุกพันธุ์ในประเทศไทย โดยคุ้มครองเฉพาะพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายเท่านั้น ประชาชนยังสามารถปลูกกะเพราพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์ทั่วไปที่ไม่ได้รับความคุ้มครองได้ตามปกติ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ชี้แจงเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ว่า ประชาชนยังสามารถปลูกกะเพราไว้กินเอง เก็บใบขาย นำไปประกอบอาหารเพื่อจำหน่าย รวมถึงขายผลผลิตกะเพราเพื่อบริโภคได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัทเอกชนรายใดรายหนึ่ง หากต้องการปลูกกะเพราพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ทั่วไปที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง

สำหรับสิทธิที่กฎหมายให้แก่ผู้พัฒนาพันธุ์กะเพราใหม่นั้น จะเกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายส่วนที่ใช้ขยายพันธุ์ เช่น เมล็ดพันธุ์ ต้นกล้า และกิ่งพันธุ์ของพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง หากนำไปขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์ อาจต้องได้รับอนุญาตจากผู้ถือสิทธิ ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด จึงต้องแยกให้ชัดเจนระหว่างการขายกะเพราเป็นอาหารกับการผลิตพันธุ์พืชเพื่อขยายพันธุ์และจำหน่าย

อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 มาตรา 33 กำหนดข้อยกเว้นบางกรณีไว้ด้วย เช่น การนำพันธุ์พืชไปศึกษา วิจัย หรือปรับปรุงพันธุ์ การใช้โดยไม่มีวัตถุประสงค์ทางการค้า และการที่เกษตรกรนำส่วนขยายพันธุ์ที่ตนเองผลิตขึ้นกลับไปเพาะปลูกหรือขยายพันธุ์ต่อภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย ดังนั้น การเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อไม่ได้เป็นความผิดทุกกรณี ทั้งนี้ ต้องพิจารณาว่าเป็นพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองหรือไม่ และการนำไปใช้เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายหรือเปล่า

ส่วนข้อกังวลของมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) และภาคประชาชนเกี่ยวกับสิทธิของเกษตรกร การเข้าถึงพันธุ์พืช และที่มาของงานวิจัยนั้น รัฐบาลเห็นว่าควรเปิดรับฟังความคิดเห็นและชี้แจงด้วยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้การส่งเสริมงานวิจัยดำเนินควบคู่กับการรักษาสิทธิของเกษตรกร ความหลากหลายทางชีวภาพ และความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

ขณะเดียวกัน กรมวิชาการเกษตรอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 โดยเปิดโอกาสให้เกษตรกร นักปรับปรุงพันธุ์ นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และประชาชนร่วมเสนอความคิดเห็น รวมถึงข้อกังวลเกี่ยวกับแนวทางคุ้มครองพันธุ์พืชตามอนุสัญญา UPOV 1991 ซึ่งต้องพิจารณาผลกระทบต่อสิทธิเกษตรกร ต้นทุนการผลิต และการเข้าถึงพันธุ์พืชอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ การรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงกฎหมายยังไม่ใช่การประกาศใช้ข้อเสนอทั้งหมดเป็นกฎหมายแล้ว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า รัฐบาลโดย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช ควบคู่กับการดูแลสิทธิและโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชน เพื่อให้เกษตรกรยังเข้าถึงพันธุ์พืชที่จำเป็นต่อการทำกิน และประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากกะเพราพันธุ์ทั่วไปได้ตามปกติ พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นประโยชน์ต่อประเทศโดยรวม

ทั้งนี้ ประชาชนและเกษตรกรที่ต้องการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับพันธุ์พืชที่ได้รับความคุ้มครอง หรือสอบถามเรื่องการปลูก การจำหน่าย และการขยายพันธุ์ สามารถติดต่อกองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร โทรศัพท์ 02-940-7214 เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กรมวิชาการเกษตรยัน ซีพีแรมคุ้มครองพันธุ์กะเพราเฉพาะ 4 สายพันธุ์ใหม่ ไม่ผูกขาดทั้งหมด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...