ไทยยกระดับกัญชง-กัญชา-กระท่อมทางการแพทย์ แข่งขันตลาดโลก
อุตสาหกรรมกัญชง กัญชา และกระท่อมในเอเชียกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเติบโตที่ให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์จริง งานวิจัย และมาตรฐานการผลิต โดยประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ทั้งด้านวัตถุดิบ การแปรรูป และการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ หากสามารถเชื่อมจุดแข็งด้านการผลิตและภูมิปัญญาเข้ากับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มาตรฐานที่น่าเชื่อถือ และกฎระเบียบที่ชัดเจน
ทางเลือกดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะสุดท้าย
นายแพทย์เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ นายกสมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย กล่าวว่า การนำสารสกัดจากกัญชาและกระท่อมมาใช้ทางการแพทย์ถือเป็นทางเลือกสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยแบบประคับประคอง รวมถึงกลุ่มโรคเรื้อรังและอาการเฉพาะทาง เช่น ภาวะนอนไม่หลับ ความวิตกกังวล และอาการเจ็บปวด การยกระดับพืชเหล่านี้ให้เป็นวิชาการทางการแพทย์จะช่วยให้แพทย์รุ่นใหม่สามารถใช้ยาตามข้อบ่งชี้ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และปลอดภัยสูงสุด
“โอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากกัญชาเป็นที่ต้องการ แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีหลักฐานการวิจัยรองรับ ควบคู่กับมาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์และความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้”
ด้านแพทย์หญิง ปทุมมาศ สิริกวิน รองผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การสร้างความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมกัญชาต้องเริ่มตั้งแต่แหล่งปลูกที่ได้มาตรฐาน ทางกรมฯ ได้จัดทำคู่มือพัฒนาการตรวจรับรอง เช่น GACP สมุนไพร , เกษตรอินทรีย์และ Global GACP ทุกรอบการผลิตต้องผ่านการตรวจจากห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ISO 17025
เพื่อให้มั่นใจว่าปราศจากความชื้น จุลินทรีย์ โลหะหนัก และสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เพื่อให้วัตถุดิบเป็นเกรดทางการแพทย์สำหรับความปลอดภัยของผู้บริโภค นอกจากนี้ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ช่อดอกกัญชาถือเป็นสมุนไพรควบคุม การจำหน่ายต้องมีใบอนุญาตและขายให้แก่ผู้มีใบสั่งจ่ายจากผู้ประกอบวิชาชีพ 7 สาขาเท่านั้น พร้อมทั้งห้ามจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์
วิจัยพัฒนาสายพันธุ์คุณภาพสูงสู่ระบบการแพทย์
นายทรงเมท สังข์น้อย ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยกัญชาและกระท่อม กรมวิชาการเกษตร ระบุว่า กรมได้ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์พืชทั้งกัญชาและกระท่อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อคัดสรรสายพันธุ์ที่ดี ควบคุมกระบวนการผลิตตั้งแต่แปลงปลูกให้ได้มาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยให้แพทย์และสถานพยาบาลมั่นใจได้ว่าวัตถุดิบสมุนไพรไทยมีความบริสุทธิ์ ปราศจากสารปนเปื้อน และพร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ของประเทศ
ขณะที่นายภูมิใจ ขำภโต ประธานสมาพันธ์กัญชงนานาชาติแห่งเอเชีย กล่าวถึงภาพรวมและทิศทางอุตสาหกรรมกัญชา กัญชง และกระท่อมในภูมิภาคเอเชียว่า ผู้ประกอบการไทยต้องยกระดับมาตรฐานทั้งกระบวนการผลิตและคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ทัดเทียมกับตลาดโลก
แม้ปัจจุบันประเทศไทยอาจเป็นผู้เล่นสัดส่วนน้อยในตลาดโลก แต่ด้วยทิศทางและการปรับตัวที่ชัดเจน คาดว่าภายใน 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นคนสำคัญในอุตสาหกรรมนี้อย่างแน่นอน โดยภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันผลักดันเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและทำให้พืชเศรษฐกิจเหล่านี้เติบโตอย่างยั่งยืน
ชูจุดเด่นคุณภาพที่คู่แข่งเลียนแบบไม่ได้
ด้านคุณจักรี จิตเจตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาพืชกระท่อมเชิงพาณิชย์ และกรรมการบริษัท บ้านไทยเฮิร์บ เซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวเสริมว่า แม้กระท่อมของไทยจะเพิ่งเริ่มต้นปลดล็อกมาได้ประมาณ 6 ปี แต่ในแง่ของคุณภาพกระท่อมไทยถือว่ายืนหนึ่งในระดับโลก เนื่องด้วยสายพันธุ์ที่เป็นพืชเฉพาะถิ่นของดินชื้น และสภาพภูมิอากาศของไทย รวมถึงระบบการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน ทำให้กระท่อมไทยมีความได้เปรียบสูงในการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปทั้งในด้านการแพทย์และอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์
สมาพันธ์กัญชงนานาชาติแห่งเอเชียร่วมกับเอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จัดงาน AIHEF & AICEF 2026 เชื่อมธุรกิจตั้งแต่ฟาร์ม สารสกัด ถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เปิดพื้นที่ผู้ประกอบการพบคู่ค้า เจรจากับผู้นำเข้า และติดตามทิศทางอุตสาหกรรม ระหว่างวันที่ 18–20 พฤศจิกายนนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติ สิริกิติ์ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมไม่ต่ำกว่า 5,500 คนตลอด 3 วัน
ขณะที่การจัดงาน AIHEF 2025 ในปีที่ผ่านมามีมูลค่าการซื้อขายภายในงานราว 385.5 ล้านบาท จากการเข้าร่วมของผู้ประกอบการจาก 69 ประเทศ สะท้อนทั้งโอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรมกัญชง กัญชา และกระท่อมไทย ตลอดจนความสนใจของนานาประเทศที่มีต่อประเทศไทย ทั้งในฐานะแหล่งวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ และพันธมิตรทางธุรกิจ
อย่างไรก็ดี การจัดงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยมีความพร้อมอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านกฎหมาย มาตรฐานสากล ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสมุนไพรและอุตสาหกรรมกัญชา กัญชง และกระท่อมที่มีความมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต