โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

นาทีระทึก! ฟ้าผ่าเมรุวัดคลองซื่อ ยอดบัวหัก เศษปูนร่วงเกลื่อน

Amarin TV

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นาทีระทึก! ฟ้าผ่าลงจังๆ ยอดเมรุ “วัดคลองซื่อ” เสียงดังสนั่น ยอดบัว-ปล่องเมรุหัก โชคดีตัวเตาเผายังใช้งานได้ เจ้าอาวาส เผยเพิ่งบูรณะได้ 2 ปี

นาทีระทึก! ฟ้าผ่าลงจังๆ ยอดเมรุ “วัดคลองซื่อ” เสียงดังสนั่น ยอดบัว-ปล่องเมรุหัก โชคดีตัวเตาเผายังใช้งานได้ เจ้าอาวาส เผยเพิ่งบูรณะได้ 2 ปี

วันที่ 12 ตุลาคม 2569 เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดประสาทสามัคคีธรรม (วัดคลองซื่อ) ต.บางโทรัด อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ภายหลังได้รับแจ้งจากศิษยานุศิษย์วัดฯ ว่า มีเหตุการณ์ ฟ้าผ่าเมรุวัดคลองซื่อ ส่งผลทำให้เกิดความเสียหายกับยอดเมรุ,หลังคาศาลาสวดพระอภิธรรมศพ,หลังคาโรงครัว และหลังคากุฎิสงฆ์ที่อยู่ข้างเคียง

ทั้งนี้ทางผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ ซึ่งก็ได้พบกับ พระลูกวัด และไวยาวัจกรวัด พาไปดูจุดที่ถูกฟ้าผ่า โดยพบว่าบริเวณที่เกิดเหตุ มีเศษปูนจากยอดเมรุตกกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นไปทั่วบริเวณ ขณะที่ฝ้าเพดานของศาลาสวดศพแตกหักและร่วงหล่นลงมาเป็นบริเวณกว้าง ไฟฟ้าในศาลาถูกตัดขาดชั่วคราว ส่วนหลังคาโรงครัวที่มุงด้วยกระเบื้องก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน มีกระเบื้องแตกเป็นรูจากแรงกระแทกของเศษวัสดุที่ตกลงมา ขณะที่บริเวณด้านหลังเตาเผาศพที่มีสายล่อฟ้าติดตั้งไว้ ขาดหลุดออกจากตำแหน่งเดิม ผนังกระเบื้องแตกหลุดล่อนออกมา ทำให้เห็นถึงความรุนแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังมีหลังคากุฏิของหลวงตา ได้รับความเสียหายถูกเศษกระเบื้องหล่นใส่จนแตกอีกด้วย

ด้านพระอธิการรังสาห์ ปญฺญาวฑฺฒโน เจ้าอาวาสวัดประสาทสามัคคีธรรม (วัดคลองซื่อ) เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 05.32 น. วันที่ 11 ตุลาคม 2569 โดยเป็นเหตุภัยธรรมชาติ ฟ้าผ่าลงมาที่บริเวณยอดเมรุเผาศพ ส่งผลให้ส่วนยอดเมรุที่มีลักษณะเป็นยอดบัว และปล่องเมรุยาวประมาณ 1 เมตร แตกหักขาดลงมา จนทำให้เกิดความเสียหายหลายจุด แต่ในส่วนของตัวเตาที่ใช้เผาศพซึ่งเป็นระบบเตาถ่าน ยังมีความมั่นคงแข็งแรงไม่เกิดความเสียหาย คาดว่าน่าจะยังสามารถใช้งานได้ แต่จำเป็นต้องตรวจสอบสภาพและความปลอดภัยอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานได้เหมือนเดิม

เจ้าอาวาสวัดฯ เล่าอีกว่า ช่วงเช้ามืดวันดังกล่าวนั้น ก่อนเกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างหนัก 2 – 3 ชั่วโมงติดกัน พอถึงเช้ามืดก็มีเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ชาวบ้านและพระในวัดต่างก็ได้ยินกันชัดเจน แต่ไม่มีใครคิดว่าจะผ่าลงที่ยอดเมรุ กระทั่งตอนเช้ามีการทำบุญตักบาตรในช่วงวันพระเข้าพรรษา ก็มีพระลูกวัดและชาวบ้านเห็นว่า ฟ้าผ่ายอดเมรุหักลงมา จึงได้แจ้งให้เจ้าอาวาสพร้อมกับไวยาวัจกรทราบ หลังจากนั้นก็มีการหารือกันว่า จะต้องทำอย่างไรต่อไป โดยเมรุแห่งนี้ก็เพิ่งจะบูรณะไปเมื่อราวๆ 2 ปีที่ผ่านมา ใช้เงินไปหลายแสนบาท มาคราวนี้ต้องบูรณะซ่อมแซมกันอีกครั้ง ไม่เพียงแค่ยอดเมรุเท่านั้น แต่รวมไปถึงสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหายส่วนอื่นๆ ด้วย ซึ่งก็คงต้องใช้เงินอีกจำนวนมากเช่นกัน และในช่วงนี้ หากมีญาติโยมที่เสียชีวิต ก็จะต้องให้ไปใช้ศาลาการเปรียญที่ใช้ทำบุญเป็นสถานที่ตั้งสวดพระอธิธรรมศพไปก่อน เมื่อถึงวันเผาศพจึงจะเคลื่อนมาเข้าเตาเผาที่ระบบด้านล่างยังคงใช้งานได้ ดังนั้นทางวัดจึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการซ่อมแซมให้เร็วที่สุด แต่ก็ยังไม่สามารถประเมินค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ ต้องรอให้ช่างเข้ามาตรวจสอบและประเมินความเสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...