บช.ปส. เปิดยุทธการ “สยบไพรีพินาศ EP.2” ทลาย 4 เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ยึดยาบ้ากว่า 13.4 ล้านเม็ด
วันที่ 12 ตุลาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ รอง ผบช.ปส และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญของ บช.ปส. จำนวน 4 คดี ดังนี้
คดีที่ 1 : รวบคาหนังคาเขา! ตร.ปราบยา บก.ขส.-บก.สกส. สกัดจับแก๊งลำเลียงข้ามภาค ซิ่ง CRV ขนยาจากอุบลฯ มุ่งลพบุรี รวบยกแก๊งคาบุรีรัมย์ ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.อ.ฉัตรชัย ศิลลา ผกก.2 บก.สกส.บช.ปส. จับกุมผู้ต้องหารายสำคัญได้ จำนวน 2 ราย พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาเสพติด จำนวน 10 กระสอบ ประมาณ 4,000,000 เม็ด 2. รถยนต์ ชฮ 81XX กรุงเทพมหานคร ใช้เป็นยานพาหนะขนยาเสพติด 3. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง
พฤติการณ์ บก.ขส.บช.ปส. สืบสวนขยายผลจากการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จนพบเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจาก จว.อุบลราชธานี เข้าสู่ จว.ลพบุรี โดยใช้รถยนต์ 2 คันเป็นรถนำทางและรถขนยาเสพติด
กระทั่งวันที่ 9 ต.ค.69 สนธิกำลังร่วมกับ บก.สกส.บช.ปส. ติดตามจับกุมรถเป้าหมายได้ในพื้นที่ อ.พุทไธสง จว.บุรีรัมย์ ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีและขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการ
คดีที่ 2 : บก.ปส.3 สกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติดข้ามภาค รวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดไอซ์ 280 กิโลกรัม ยาอี 980 เม็ด ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.อ.วสุ เชื่อพุทธ ผกก.1 บก.ปส.3 จับกุมผู้ต้องหารายสำคัญได้ จำนวน 2 ราย
พฤติการณ์เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ปส.3 สืบสวนติดตามเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กระทั่งวันที่ 10 ต.ค.69 เวลา 09.30 น. ตรวจค้นรถยนต์คันนึง จว.ร้อยเอ็ด จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมตรวจยึดไอซ์ 280 กิโลกรัม และยาอีประมาณ 980 เม็ด
ก่อนขยายผลตรวจยึดรถยนต์อีก 1 คัน และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีที่ 3 : บก.ปส.3 ยึดยาบ้า 4.4 ล้านเม็ด คนขับทิ้งรถหนีเข้าป่า ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ทรงพล อาวพิทักษ์ รอง ผกก.2 บก.ปส.3 ตรวจยึดยาบ้า 4.4 ล้านเม็ด สถานที่ตรวจยึด บริเวณป่าละเมาะ ทางเข้าหมู่บ้านพนาสวรรค์ ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย ตรวจยึดรถยนต์กระบะ 1 คัน ทะเบียน เชียงราย (บรรทุกยาเสพติด) พฤติการณ์ กก.2 บก.ปส.3 สืบสวนติดตามเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจาก อ.แม่อาย จว.เชียงใหม่ เข้าสู่พื้นที่ จว.เชียงราย
.
กระทั่งวันที่ 10 ต.ค. 69 เวลา 21.00 น. ติดตามรถกระบะคันกล่าว ถึงบริเวณทางเข้าหมู่บ้านพนาสวรรค์ ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย พบชายต้องสงสัยหลบหนีเข้าป่า ตรวจค้นรถพบยาบ้า 27 กระสอบ ประมาณ 4.4 ล้านเม็ด จึงตรวจยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 ดำเนินคดีและขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการ
คดีที่ 4 : บก.ปส.2 ขยายผลไล่ล่าเด็ดปีกนักบินข้ามภาค ยึดยาบ้ากว่า 5,000,000 เม็ด
ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.อ.จีรภัทร พฤฑฒิกุล ผกก.3 บก.ปส.2 จับกุม ผู้ต้องหารายสำคัญได้ จำนวน 1 ราย
พฤติการณ์ กก.3 บก.ปส.2 สืบสวนขยายผลจากการจับกุมยาบ้า 5 ล้านเม็ด เมื่อวันที่ 25 ส.ค.69 กระทั่งวันที่ 11 ต.ค.69 เวลา 07.30 น. จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมยาบ้า 12 กระสอบ ประมาณ 5 ล้านเม็ด รถกระบะ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยนำยามาพักคอยไว้ในบ้านเช่า ต.ท่าแร่ อ.เมือง จว.สกลนคร เบื้องต้นผู้ต้องหารับว่าได้รับค่าจ้าง 30,000 บาท ลำเลียงยาเสพติดปลายทาง จว.สระบุรี โดยทราบชื่อผู้สั่งการอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลดำเนินคดี เร่งขยายผลถึงผู้สั่งการและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบช.ปส. กล่าวว่า การปฏิบัติการยุทธการ “สยบไพรีพินาศ EP.2” เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล และ ตร. ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ โดยยึดถือ “ปราบยาเสพติดให้สิ้น แผ่นดินต้องปลอดภัย” เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนภารกิจ มุ่งมั่นสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทางตามแนวชายแดน ตัดวงจรการลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนใน และขยายผลไปยังเครือข่ายผู้สั่งการ ผู้สนับสนุน รวมถึงแหล่งพักยาเสพติดรายสำคัญ เพื่อไม่ให้ยาเสพติดแพร่กระจายเข้าสู่ชุมชนและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน
ผลการปฏิบัติการทั้ง 4 คดี สามารถตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 13.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 280 กิโลกรัม และยาอี 980 เม็ด พร้อมจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้หลายราย ถือเป็นการสกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่และตัดวงจรการลำเลียงที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน
อย่างไรก็ตาม ตำรวจปราบปรามยาเสพติดจะไม่หยุดเพียงการจับกุมผู้ลำเลียง แต่จะเร่งสืบสวนขยายผลจากพยานหลักฐานที่ตรวจพบ เพื่อสาวไปให้ถึงผู้สั่งการและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำผู้กระทำผิดทุกรายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ผบช.ปส. กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจปราบปรามยาเสพติดไม่ใช่เพียงการจับกุมและตรวจยึดของกลาง แต่คือการปกป้องชีวิตและอนาคตของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด
ตำรวจปราบปรามยาเสพติดจะเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง และบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ภายใต้แนวคิด “ปราบยาเสพติดให้สิ้น แผ่นดินต้องปลอดภัย” เพื่อมุ่งลดปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ตัดวงจรเครือข่ายค้ายารายใหญ่ และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปลอดภัย