โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลรับเงินช่วยเหลือ 115.5 ล้านจากธนาคารโลก ลุยเมกะโปรเจกต์ 1.65 แสนล้าน ขุด ‘เจ้าพระยา 2’

ไทยโพสต์

อัพเดต 27 ตุลาคม 2569 เวลา 22.43 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลเตรียมรับเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากธนาคารโลก 115.5 ล้านบาท เร่งเตรียมความพร้อมโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย วงเงิน 1.65 แสนล้านบาท ครอบคลุม 9 จังหวัด มุ่งลดความเสี่ยงน้ำท่วมลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง วันที่ 27 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าเตรียมความพร้อมโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย ซึ่งเป็นโครงการสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยกระทรวงการคลังเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติการรับความช่วยเหลือแบบให้เปล่า (Grant) จากธนาคารโลก วงเงิน 3.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 115.5 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการศึกษา ออกแบบ และเตรียมความพร้อมก่อนดำเนินโครงการขนาดใหญ่ พร้อมกำหนดให้กรมชลประทานเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน นางสาวลลิดากล่าวว่า โครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย หรือโครงการคลองระบายน้ำหลากเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก (แผน 2) เป็นหนึ่งใน 9 แผนงานหลักเพื่อบรรเทาอุทกภัยลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง มีกรอบวงเงินลงทุนรวม 165,000 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครนายก ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ โครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก วงเงิน 40,860 ล้านบาท และโครงการคลองระบายน้ำหลากป่าสัก–อ่าวไทย วงเงิน 124,140 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2570–2577 โครงการดังกล่าวครอบคลุมทั้งการปรับปรุงคลองเดิมและการก่อสร้างคลองระบายน้ำสายใหม่ เพื่อเพิ่มช่องทางระบายน้ำหลากจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักลงสู่อ่าวไทย ช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินโครงการแล้วเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 สำหรับเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากธนาคารโลกจำนวน 3.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะนำมาใช้สนับสนุนกิจกรรมเตรียมความพร้อมที่จำเป็น อาทิ การทบทวนแบบทางวิศวกรรมและประมาณการค่าก่อสร้าง การวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและการเงิน การเตรียมกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเพิ่มเติม การทบทวนกรอบการเวนคืนที่ดิน ตลอดจนการจำลองสถานการณ์น้ำหลากและประสิทธิภาพของโครงสร้างป้องกันน้ำท่วม เพื่อให้การดำเนินโครงการมีข้อมูลที่รอบด้านและลดความเสี่ยงด้านต้นทุนและระยะเวลาก่อสร้าง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่โครงการ โดยการเตรียมความพร้อมจะครอบคลุมการตรวจสอบจำนวนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ การสำรวจที่ดินและทรัพย์สิน การกำหนดค่าทดแทนที่ถูกต้องและเป็นธรรม การจัดทำแผนโยกย้ายประชาชน ตลอดจนการเปิดช่องทางรับข้อร้องเรียนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำดำเนินควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ได้ประสานกับธนาคารโลกและกรมชลประทานในการเตรียมร่างข้อตกลงรับความช่วยเหลือแบบให้เปล่า โดยธนาคารโลกกำหนดให้ลงนามภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 และกำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินกิจกรรมและเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือให้แล้วเสร็จภายใน 18 เดือนนับจากวันที่ลงนาม โดยจะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในนามรัฐบาลไทย นางสาวลลิดาเน้นย้ำว่า เงินช่วยเหลือดังกล่าวเป็นเงินให้เปล่าสำหรับการเตรียมความพร้อมโครงการ ไม่ใช่เงินกู้เพื่อก่อสร้างคลองระบายน้ำทั้งโครงการ และไม่ถือเป็นข้อผูกพันว่าธนาคารโลกจะต้องให้เงินกู้สำหรับการก่อสร้างในอนาคต โดยกระทรวงการคลังจะดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านแหล่งเงินทุนสำหรับระยะต่อไปควบคู่กัน รวมถึงส่งเสริมการใช้สินค้าและวัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตภายในประเทศ เพื่อให้การลงทุนขนาดใหญ่เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและเศรษฐกิจไทย “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการรับมือเมื่อเกิดอุทกภัยเท่านั้น แต่ต้องเตรียมระบบระบายน้ำและโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถรองรับสถานการณ์น้ำหลากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความร่วมมือกับธนาคารโลกในครั้งนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเตรียมโครงการ ทั้งด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม ความคุ้มค่าในการลงทุน และการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้โครงการขนาดใหญ่สามารถเดินหน้าได้อย่างรอบคอบ โปร่งใส และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง” นางสาวลลิดากล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...