โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กทม. ระดมทีมช่าง เร่งประเมินน้ำท่วม เตรียมขยายเวลารับคำร้อง พร้อมนัดหมายตรวจล่วงหน้ารายชุมชน

สวพ.FM91

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

(18 ต.ค. 69) นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการตรวจประเมินความเสียหายจากอุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนตามระเบียบเงินทดรองราชการ (กทม.) โดยภาพรวมการอนุมัติเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมของกรุงเทพมหานครมีความคืบหน้าประมาณ 33% จากยอดรับแจ้งราว 1 ล้านราย อนุมัติแล้วกว่า 300,000 ราย ขณะที่บางสำนักงานเขตมีความคืบหน้าถึง 50%

กทม. เร่งจัดระบบการทำงานและระดมกำลังเจ้าหน้าที่ส่วนกลางร่วมกับสำนักงานเขต เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจประเมินความเสียหายของที่อยู่อาศัยและอุปกรณ์ประกอบอาชีพ พร้อมปรับแบบประเมินให้ใช้งานง่าย และเตรียมขยายเวลารับคำร้อง เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงความช่วยเหลืออย่างครอบคลุมและทั่วถึง

● เตรียมขยายเวลารับคำร้อง ประชาชนไม่ต้องกังวล

กทม. เข้าใจถึงความเดือดร้อนและข้อจำกัดของประชาชนที่ยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะผู้ที่ยังมีน้ำท่วมขังหรือไม่สะดวกเข้ายื่นคำร้อง จึงเตรียมขยายระยะเวลารับคำร้องขอรับความช่วยเหลือ เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเพียงพอในการยื่นคำร้องและเข้าถึงสิทธิอย่างทั่วถึง ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องการยื่นคำร้อง กทม. ให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสบภัยทุกพื้นที่ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้กระบวนการรับคำร้องและตรวจสอบข้อมูลเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

● ระดมทีมช่างส่วนกลาง–เขตบัดดี้ กระจายกำลังตามระดับความเดือดร้อน

กทม. วางแผนจัดกำลังเจ้าหน้าที่ส่วนกลางประมาณ 300–350 คน ร่วมกับกำลังสนับสนุนจากสำนักงานเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 12 เขต เขตละ 7–10 คน รวมประมาณ 70–80 คน เพื่อเพิ่มศักยภาพการตรวจประเมินในพื้นที่ที่มีคำร้องจำนวนมาก โดยกำลังส่วนกลางเน้นสนับสนุนพื้นที่ฝั่งตะวันออก ซึ่งมีปริมาณคำร้องสูง ขณะที่ทีมจากเขตบัดดี้สนับสนุนภารกิจในพื้นที่ฝั่งธนบุรี กรุงเทพกลาง กรุงเทพเหนือ และกรุงเทพใต้

การจัดสรรกำลังพิจารณาจากจำนวนคำร้อง ระดับความเสียหาย และระยะเวลาที่มีน้ำท่วมขัง โดยแบ่งพื้นที่เป็นกลุ่มตามระดับความเดือดร้อน ได้แก่

- กลุ่มความเดือดร้อนสูงสุด: เขตบางกะปิและลาดกระบัง จัดกำลังส่วนกลางสนับสนุนประมาณ 50–60 คน ตั้งเป้าหมายตรวจประเมินเกือบ 2,000 หลังคาเรือนต่อวัน

- กลุ่มความเดือดร้อนสูง: เขตบางเขน บึงกุ่ม วังทองหลาง และดอนเมือง จัดกำลังสนับสนุนประมาณ 30–35 คน ตั้งเป้าหมายประมาณ 1,000 หลังคาเรือนต่อวัน

- กลุ่มความเดือดร้อนปานกลาง: เขตสายไหม คลองสามวา ประเวศ และหนองจอก จัดกำลังเสริมตามความจำเป็น ตั้งเป้าหมายการประเมินประมาณ 700 หลังคาเรือนต่อวัน

- กลุ่มที่มีคำร้องประมาณ 4,000–11,000 ราย: เขตหลักสี่ สะพานสูง จตุจักร มีนบุรี ลาดพร้าว สวนหลวง และยานนาวา ใช้กำลังจากเขตบัดดี้เข้าช่วยสนับสนุน

- กลุ่มที่มีคำร้องน้อยกว่า 4,000 ราย: สำนักงานเขตบริหารจัดการกำลังเจ้าหน้าที่ภายในพื้นที่เป็นหลัก

ทั้งนี้ มาตรฐานทีมตรวจประเมินกำหนดให้มีนายช่างโยธาอย่างน้อย 1 คนต่อทีม ใช้เวลาตรวจเฉลี่ยประมาณ 15 นาทีต่อครัวเรือน และตั้งเป้าหมายประมาณ 20–30 หลังคาเรือนต่อทีมต่อวัน โดยเจ้าหน้าที่แต่ละทีมรับผิดชอบพื้นที่ชุมชนเดิมอย่างต่อเนื่องจนเสร็จสิ้นภารกิจ เพื่อลดความสับสนและป้องกันข้อมูลตกหล่นระหว่างส่งต่องาน

● ปรับแบบประเมินให้กระชับ ใช้มาตรฐานเดียวกันทั่วกรุง

กทม. ปรับปรุงแบบประเมินความเสียหายให้เหมาะกับการปฏิบัติงานจริง โดยตัดข้อมูลที่ไม่จำเป็น เช่น จำนวนห้องนอนและห้องพระ พร้อมปรับหน่วยวัดวัสดุบางรายการ เช่น โครงหลังคาและเหล็ก จากกิโลกรัมเป็นตารางเมตร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหายได้สะดวกและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ระบบ Claim Bangkok รองรับการดึงข้อมูลพื้นฐาน ได้แก่ ชื่อ เลขประจำตัวประชาชน และรหัสบ้านโดยอัตโนมัติ ส่วนการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตัวตนและประเมินรายการความเสียหายตามสภาพจริง เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องและสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ

รายการความเสียหายที่เข้าเกณฑ์ครอบคลุมส่วนประกอบของบ้าน เช่น โครงหลังคา ฝ้าเพดาน ผนัง พื้น ประตู หน้าต่าง วงกบ บันได และราวระเบียง รวมถึงอุปกรณ์ประกอบอาชีพบางประเภท เช่น รถจักรยานยนต์และจักรเย็บผ้า โดยต้องมีหลักฐานประกอบตามเกณฑ์ ส่วนรายการที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์เงินทดรองราชการ เช่น สี วอลเปเปอร์ และระบบไฟฟ้าหรือสุขาภิบาล ให้พิจารณาตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

● จัดระบบนัดหมายล่วงหน้ารายชุมชน ลดความแออัดสำนักงานเขต

กทม. จัดระบบนัดหมายตรวจประเมินความเสียหายเป็นรายโซน ชุมชน และหมู่บ้าน โดยแจ้งกำหนดการล่วงหน้าผ่านประธานชุมชน เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม พร้อมกำหนดวันตรวจประเมินหลักและวันตรวจเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกตามนัด

ส่วนการให้บริการประชาชนที่สำนักงานเขต กทม. วางระบบจัดคิวล่วงหน้าเพื่อบริหารจำนวนผู้เข้ารับบริการให้เหมาะสม ลดการรอคอยและความแออัด โดยจัดลำดับคิวให้สอดคล้องกับกำลังเจ้าหน้าที่และขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร สำหรับประชาชนที่ไม่สะดวกมาตามนัด สามารถลงทะเบียนเพื่อรับคิวในรอบถัดไป ช่วยให้การรับคำร้องและตรวจสอบข้อมูลเป็นไปอย่างเป็นระบบและทั่วถึง

● เตรียมทีมช่าง ทดลองลงพื้นที่ 20 ต.ค. ก่อนเปิดปฏิบัติการเต็มรูปแบบ 22 ต.ค.

กทม. กำหนดแผนเตรียมความพร้อมทีมประเมินความเสียหาย โดยวันอังคารที่ 20 ต.ค. 69 จะทดลองลงพื้นที่ตรวจประเมินจริง (Dry Run) นำร่องเขตละ 1 ชุมชน เพื่อทดสอบขั้นตอนการทำงานและสร้างความเข้าใจให้แก่เจ้าหน้าที่ ก่อนรวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะมาปรับปรุงแนวทางปฏิบัติในวันที่ 21 ต.ค. 69 และเปิดปฏิบัติการเต็มรูปแบบ (D-Day) ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ต.ค. 69 โดยกระจายทีมช่างลงพื้นที่ตรวจประเมินความเสียหายทั่วกรุงเทพฯ

กทม. เตรียมอบรมเจ้าหน้าที่ผ่านระบบออนไลน์ พร้อมจัดตั้งห้องประชุมกลางผ่าน Zoom เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้คำปรึกษาและตอบข้อสงสัยระหว่างปฏิบัติงาน รวมถึงจัดเตรียมน้ำดื่ม อาหาร และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อดูแลเจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่

● ลดขั้นตอนเอกสาร เร่งรัดการพิจารณาคำร้อง

กทม. ลดขั้นตอนการลงนามเอกสารที่ซ้ำซ้อน โดยให้นายช่างผู้ตรวจและเจ้าหน้าที่รัฐอีก 1 คนร่วมเป็นพยาน พร้อมพิจารณาการอนุมัติเป็นชุดตามมติคณะกรรมการระดับเขตและบัญชีรายชื่อ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ

สำหรับกรณีประชาชนประสงค์อุทธรณ์ผลการพิจารณาหรือแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง กทม. จัดทำแนวทางและเอกสารกลางเพื่อให้สำนักงานเขตใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงแนวทางกรณีได้รับเงินช่วยเหลือเกินสิทธิ ขณะที่ความเสียหายด้านการเกษตรแยกพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยใช้แบบฟอร์ม กษ. 01 และประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบ

กทม. มุ่งเร่งรัดการตรวจประเมินและการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิอย่างทั่วถึง โดยคำนึงถึงความเดือดร้อนและข้อจำกัดของผู้ประสบภัยในแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ

การประชุมครั้งนี้มีผู้บริหารจากสำนักการโยธา สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำ สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักการคลัง สำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานเลขานุการปลัดกรุงเทพมหานคร สำนักอนามัย และผู้บริหารสำนักงานเขตประเวศ มีนบุรี หนองจอก สายไหม คลองสามวา บึงกุ่ม สะพานสูง และลาดกระบัง เข้าร่วมประชุม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...