โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ราคาน้ำมันโลก” พุ่ง เบรนท์ทะลุ 105 ดอลลาร์ หลังสหรัฐโจมตีเกาะเกชม์ของอิหร่าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 22.04 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ราคาน้ำมันโลก" พุ่ง เบรนท์ทะลุ 105 ดอลลาร์ หลังสหรัฐโจมตีเกาะเกชม์ของอิหร่าน แม้ทั้งสองฝ่ายส่งสัญญาณพร้อมเจรจายุติสงคราม ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อ

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 13.40 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังมีรายงานว่าสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีเกาะเกชม์ (Qeshm Island) ของอิหร่านเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ

*ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.97% อยู่ที่ 105.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เพิ่มขึ้น 0.97% อยู่ที่ 97.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล*

การฟื้นตัวของราคาน้ำมันเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากราคาน้ำมันร่วงลงมากกว่า 7% เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังประธานาธิบดีสหรัฐและอิหร่านส่งสัญญาณเปิดกว้างต่อการใช้แนวทางการทูตเพื่อยุติสงครามระหว่างสองประเทศ

ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 ท่ามกลางความวิตกว่าสหรัฐฯ อาจเพิ่มปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอม

หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า รัฐบาลวอชิงตันได้โจมตีเกาะเกชม์ของอิหร่านเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และสหรัฐฯ ยังดำเนินปฏิบัติการโจมตีทางทหารในวงจำกัดต่ออิหร่านอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารดังกล่าวถูกดำเนินการอย่างไม่เปิดเผยมากนัก เพื่อหลีกเลี่ยงการส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ กำลังเตรียมยกระดับความขัดแย้งครั้งใหญ่ โดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รายหนึ่งที่ไม่เปิดเผยชื่อ

อย่างไรก็ตาม แม้สหรัฐฯ ยังคงดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน แต่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการหาทางออกผ่านการเจรจาทางการทูตควบคู่กันไป

เจ.ดี. แวนซ์ (JD Vance) รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า ทั้งเขาและประธานาธิบดีทรัมป์มีความเชื่อมั่นต่อโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงผ่านการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง

ขณะที่ มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการยุติสงครามกับอิหร่านด้วยวิธีทางการทูต และไม่ประสงค์ใช้กำลังทหารหากสามารถหลีกเลี่ยงได้

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันอัตราเงินเฟ้อและราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ ให้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลทรัมป์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน

นอกจากนี้ ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นยังเพิ่มความท้าทายต่อการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาภูมิภาค 2 แห่ง ส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยอาจจำเป็นต้องปรับเพิ่มขึ้นอีก เพื่อควบคุมแรงกดดันเงินเฟ้อ

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแม้จะช่วยชะลอเงินเฟ้อ แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มภาระต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจและผู้บริโภค

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดน้ำมันโลกยังคงอ่อนไหวต่อพัฒนาการของสงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน โดยนักลงทุนต้องติดตามทั้งความคืบหน้าของการเจรจาทางการทูตและความเสี่ยงจากการยกระดับปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในระยะต่อไป

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...