ทหาร‘กัมพูชา’ เกาะติดฝั่งไทย ผุดถนนยุทธวิธี
“ทหารกัมพูชา” เฝ้าจับตาไทยสร้างถนนยุทธวิธีช่องพราน ก่อนโชว์แผนที่-พิกัดยืนยันอยู่ในเขตไทย “ทร.” แจงปมคลิปทหารเรือถอนกำลัง หลังถูกขัดขวางตรวจรถต้องสงสัย ยันเลี่ยงปะทะเพื่อความปลอดภัยประชาชน ย้ำพบผิดฟันวินัย-อาญาเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 รายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ทหารกัมพูชาเข้าติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายทหารไทยอย่างใกล้ชิด หลังฝ่ายไทยโดยประชาชนได้ร่วมแรงร่วมใจดำเนินการก่อสร้างถนนเส้นทางยุทธวิธีบริเวณหลักเขตแดนที่ 10 ช่องพราน จ.สุรินทร์ โดยทหารกัมพูชาหลายสิบนายได้ปรากฏตัวในพื้นที่เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์การก่อสร้าง เนื่องจากมีข้อกังวลว่า แนวถนนอาจรุกล้ำเข้าไปในเขตแดนของกัมพูชา
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายทหารไทยได้ชี้แจงพร้อมแสดงหลักฐานแผนที่และพิกัดพื้นที่ เพื่อยืนยันว่า การก่อสร้างถนนดังกล่าวดำเนินการอยู่ภายในเขตแดนไทย ไม่ได้รุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ของกัมพูชา
โดยระหว่างการเฝ้าติดตาม ทหารกัมพูชามีการถ่ายภาพและบันทึกคลิปวิดีโอเพื่อนำไปรายงานต่อผู้บังคับบัญชา โดยปักหลักสังเกตการณ์ตลอดทั้งวัน ก่อนถอนกำลังออกจากบริเวณดังกล่าวในเวลาต่อมา
สำหรับการก่อสร้างถนนหลักเขตแดนที่ 10 ทางฝ่ายไทยจะดำเนินการก่อสร้างเรียบชายแดนไทย-กัมพูชา ไปถึงบริเวณช่องจอม จ.สุรินทร์ มีระยะก่อสร้างกว่า 20 กิโลเมตร ขณะนี้ได้มีการสร้างไปถึงหลักเขตแดนที่ 11 แล้ว โดยการก่อสร้างถนนเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ภูเขาสูงและมีความคดเคี้ยว แต่ฝ่ายไทยยืนยันว่าได้สร้างถนนในเขตแดนไทยชัดเจน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (22 ต.ค.69) และมีการพูดคุยกันแล้ว
ด้าน พล.ร.ต.ชานินท์ ศรียาภัย โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอและกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหารเรือ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนนั้น กองทัพเรือขอชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ในการเข้าตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัยตามข้อมูลเบาะแสว่าอาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนส่งสิ่งของผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ได้มีประชาชนบางส่วนเข้ามารวมตัวและขัดขวางการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่จึงประเมินสถานการณ์และตัดสินใจถอนกำลังออกจากพื้นที่ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า และป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
โดยยืนยันว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน มิใช่การละทิ้งภารกิจหรือเพิกเฉยต่อการกระทำผิดกฎหมาย กองทัพเรือยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยยึดหลักความอดทน อดกลั้น และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมเปิดรับข้อมูล เบาะแสและข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของกำลังพลทุกกรณี หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริง กองทัพเรือจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิด และจะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ขณะที่ ร.ต.อ.ธีรภัทร นามมั่น หัวหน้าชุด EOD ตชด.22 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด EOD กก.ตชด.22 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อตรวจสอบเก็บกู้ทำลายทุ่นระเบิดที่ฝ่ายทหารกัมพูชายิงมาตกในพื้นที่ป่าชุมชน หลังได้รับแจ้งจากผู้นำท้องถิ่นว่าพบวัตถุต้องสงสัยน่าจะเป็นทุ่นระเบิด
โดยกำลังชุดดังกล่าวเข้าทำการตรวจสอบพบว่าเป็นชิ้นส่วนด้านหางของลูกจรวด RPG 7 จึงเก็บไปรวมกับทุ่นระเบิดที่เก็บกู้มาจากพื้นที่ชายแดนเขาสัตตะโสมอีก 2 ลูก กระสุนปืน กปรส. 84 กับ ค.82 เพื่อนำไปทำลายรวมกันในพื้นที่อีกจุดหนึ่งที่ห่างไกลจากชุมชน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชนและเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ชายแดน
นายสินสมุทร ศรีละออง ชาวบ้านหมู่ 1 ต.เสาธงชัย กล่าวว่า ได้เข้าไปหาเห็ดและหาหน่อไม้ในป่า แล้วพบวัตถุต้องสงสัย จึงแจ้งผู้นำชุมชนไปตรวจสอบดังกล่าว.