ผบช.ก.ยันชัด! เตรียมออกหมายจับคดีมูลนิธิ บุ๋ม ปนัดดา แย้มล็อตแรก 3 คน
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ห้องแถลงข่าว L201 ชั้น 10 อาคารพิทักษ์สันติ (ตึกใหญ่) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินออกจากบัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี โดยใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ ว่า วันนี้จะมีการประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันอีกครั้ง คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อดูว่าในตอนนี้พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการในส่วนใดไปแล้วบ้าง และหากพิจารณาจากข้อกฎหมายแล้วจะได้ดำเนินการอย่างไรต่อไปบ้าง
ส่วนกรณีที่ที่ดินที่จังหวัดนครนายก กรณีที่ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ถูกแจ้งดำเนินคดีไว้ในท้องที่นั้น หากถูกจับกุมในคดีดังกล่าว ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น อย่างที่ได้เรียนไปว่าทางกองบังคับการปราบปราม โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จะดำเนินการในส่วนของคดีฉ้อโกง ซึ่งถ้าหากมีความผิดปรากฏอย่างชัดเจน เราก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายทุกอย่าง
เมื่อถามว่าขณะนี้กองบังคับการปราบปรามได้ดำเนินการความคืบหน้าในคดี น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ไปถึงไหน อย่างไรแล้วบ้าง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ยังคงอยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ต้องดูว่าจริงเท็จอย่างไร แล้วต้องดูว่าสิ่งที่บอกว่ามีการหลอก มีการหลอกอย่างไร โอนเงินกันอย่างไร จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานก่อน
ต่อข้อถามถึงกรณีที่ น.ส.ปนัดดา ได้มีการส่งหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ลงวันที่ 3 พ.ย. 69 เพื่อแสดงเจตนาสุจริตและความประสงค์ในการให้ความร่วมมือแก่พนักงานสอบสวน จะมีผลต่อการพิจารณาอย่างไรหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า หนังสือฉบับดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดเนื้อหา ส่วนจะมีการขอร้องหรือไม่นั้น ตนต้องบอกว่าในกรณีนี้ การดำเนินคดีก็ถือว่า น.ส.ปนัดดา ก็เป็นพี่น้องประชาชนคนหนึ่ง อย่างที่เราได้เน้นย้ำตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีว่าจะต้องปิดชื่อถือพฤติกรรม ดังนั้น การดำเนินการทุกสิ่งทุกอย่างก็จะต้องดำเนินการเหมือนกับพี่น้องประชาชนทั่วไป และจะไม่มีการต่อรองใด ๆ เพราะตำรวจสอบสวนกลางต่อรองไม่ได้อยู่แล้ว
ต่อข้อถามว่ากรณีที่ น.ส.ปนัดดา ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงต่อนายก๊อต อธิป (สามี) และช่างเอ๋ จะถือเป็นการแจ้งแก้เกี้ยวหรือไม่นั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนนั้นก็ให้เขาว่ากันไป ส่วนประเด็นเรื่องที่มีข้ออ้างว่า น.ส.ปนัดดา จะขอออกมาด้านนอกเพื่อจะหาเงินใช้หนี้ให้แก่มูลนิธิองค์กรทำดี และอ้างว่าลูกยังเล็ก ส่วนนี้จะมีการนำมาร่วมพิจารณาหรือไม่ หากจะต้องมีการพิจารณาให้ประกันตัวชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น ตนมองว่าขึ้นอยู่กับพฤติกรรม พยานหลักฐานทั้งหมด จึงต้องขอดูรายละเอียดก่อนพิจารณาดำเนินการ ซึ่งเราจะใช้มาพิจารณาทุกอย่าง เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายมากที่สุด
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เผยต่อว่า ส่วนในตอนนี้พยานหลักฐานมีผลเพียงพอที่จะขอศาลออกหมายจับหรือไม่นั้น ตนต้องชี้แจงว่าใน 2 วันแรก เราได้ข้อมูลจากพยานเพิ่มเติมจากที่ปรากฏเป็นข่าวจำนวนหลายราย และเราเองก็ได้ดำเนินการในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น เจ้าหน้าที่รัฐที่เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องที่ดิน ก็ได้ดำเนินการไปพอสมควรแล้ว จึงขอให้รอดูต่อไปก่อน ส่วนตอนนี้จะมีความพร้อมกี่เปอร์เซ็นต์แล้วที่จะยื่นคำร้องขอศาลออกหมายจับนั้น ตนก็ยังยืนยันว่าต้องขอดูหลักฐานก่อน
เมื่อถามว่าในส่วนของเหรัญญิกและกรรมการภายในมูลนิธิองค์กรทำดี ได้มีการทยอยเดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนบ้างแล้วหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบรายงานมายังไม่มีในส่วนของเหรัญญิกเข้ามาพบ
ส่วนการขอศาลออกหมายจับจะเป็นการออกหมายจับกลุ่มแถวแรกก่อนหรือไม่นั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า มันต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ส่วนจะมีการขอศาลออกหมายจับจำนวนประมาณกี่รายนั้น เบื้องต้นก็ต้องทำไปตามพยานหลักฐานที่ชัดเจนก่อน ส่วนจะมีจำนวนประมาณ 2-3 รายหรือไม่นั้น ตนยืนยันว่าต้องขอดูก่อน เพราะอย่างที่ตนบอกว่าไม่เกิน 2-3 วันนี้จะมีความชัดเจนแน่นอน นักข่าวถามเสริมว่า ไม่เกินวันศุกร์นี้ใช่หรือไม่ ปรากฏว่าผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางตอบว่า ใช่ครับ จะมีความชัดเจน
ทั้งนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยอมรับว่าทางพนักงานสอบสวนตำรวจได้มีการเดินทางเข้าพบฝ่ายตุลาการและฝ่ายกฎหมายเพื่อหารือจริง ส่วนว่ามีความเห็นเหมือนกันหรือไม่นั้น ต้องขอเวลาทำงานก่อน และเนื่องด้วยคดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ เราได้มีการปรึกษาพนักงานอัยการหรือไม่นั้น ยอมรับว่ามีการปรึกษากับพนักงานอัยการจริง แต่อย่างที่ตนบอกว่าเราต้องพิจารณาจากพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นพยานนิติวิทยาศาสตร์ และพฤติกรรม ส่วนกรณีที่มีนักกฎหมายออกมาตามการทำงานของพนักงานสอบสวน ว่าโครงเรื่องที่จะเอาผิดด้วยข้อหาต่าง ๆ นั้น มันอาจจะผิดทางนั้น ตนจึงบอกว่าขอให้รอดูก่อน
ส่วนว่าจะเข้าข่ายยักยอกทรัพย์มากกว่าข้อหาฉ้อโกงประชาชนหรือไม่นั้น เราดูพฤติกรรมทั้งหมด เราไม่ได้ดูเป็นเคส ตนคงบอกได้ประมาณนี้ ส่วนกรณีที่ว่ามีการยักยอกทำเป็น 100 ครั้ง จะเข้าข่ายเป็นการฟอกเงินเลยหรือไม่นั้น ปรากฏว่าผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้หัวเราะกับคำถามดังกล่าว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ไขข้อสงสัย! ทนายยกเคส เงินบริจาคมูลนิธิ ใครต้องรับผิดชอบ
- หนุ่ม กรรชัย เข้าให้ปากคำ บก.ปอศ. ปมบริจาคเงินให้มูลนิธิ บุ๋ม ปนัดดา เผยไม่เสียดายเงิน แต่ผิดหวังหากพบถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์
- ออยศรี เผยดีใจที่ บุ๋ม ปนัดดา เลือกเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ย้ำไม่ได้ต้องการเอาผิดถึงที่สุด ยืนยันหากเจอกันยังยกมือไหว้และเรียกพี่เหมือนเดิม