ตม.หนองคายรวบหนุ่มตากวัย 18 ปี ตามหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชน พ่วงข้อหาบัญชีม้า
ผู้ต้องหาอ้างทำงานร้านค้าใน สปป.ลาว รับโอนเงินให้ลูกค้าแลกค่าบริการ ก่อนถูกจับกุมและส่งพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย นำโดย พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธียาณพัฒท์ รังสิพราหมณกุล รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย และ พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เข้าจับกุมนายธีณพัต (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี ชาวอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569
ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และสนับสนุนการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน ปลอม หรือเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน รวมถึงข้อหาเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยไม่มีเจตนาใช้เพื่อตนเองหรือกิจการที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่รู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น
การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ และ พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวมถึง พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า ปัจจุบันพักอาศัยอยู่กับแฟนสาวชาวไทยและทำงานใน สปป.ลาว มาประมาณ 1 ปีเศษ โดยแฟนสาวพักอาศัยอยู่กับญาติชาวลาวที่บ้านดอนกลอย เมืองหาดทรายฟอง แขวงนครหลวงเวียงจันทน์ และทำงานในร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภคของญาติ ซึ่งมีทั้งสินค้าโชห่วย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และของแห้ง
ผู้ต้องหาอ้างว่า ตนทำงานในร้านดังกล่าว มีหน้าที่ยกและขนส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดจากฝั่งไทยไปจำหน่ายในร้าน นอกจากนี้ยังหารายได้เสริมด้วยการรับโอนเงินจากลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยได้รับค่าบริการในอัตรา 20 บาทต่อเงินโอนทุก 1,000 บาท
ผู้ต้องหาให้การเพิ่มเติมว่า ช่วงหนึ่งได้เดินทางกลับมาเยี่ยมพ่อแม่ที่ประเทศไทย โดยมีลูกจ้างในร้านใช้บัญชีธนาคารของตนรับโอนเงินตามปกติ ซึ่งตนอ้างว่าไม่ทราบว่ามีลูกค้ารายใดโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายเข้ามาบ้าง ต่อมาในช่วงเดือนกรกฎาคม 2569 บัญชีธนาคารออมสินของตนถูกระงับ โดยไม่ทราบสาเหตุ
ก่อนถูกจับกุม ผู้ต้องหาอ้างว่าในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ตนและแฟนสาวกำลังจะเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อติดต่อพนักงานสอบสวน หลังทราบข้อมูลจากข้อความแจ้งเตือนในแอปพลิเคชันของธนาคาร แต่ไม่ทราบว่าตนมีหมายจับ
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป