โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ตม.หนองคายรวบหนุ่มตากวัย 18 ปี ตามหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชน พ่วงข้อหาบัญชีม้า

สยามรัฐ

อัพเดต 40 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผู้ต้องหาอ้างทำงานร้านค้าใน สปป.ลาว รับโอนเงินให้ลูกค้าแลกค่าบริการ ก่อนถูกจับกุมและส่งพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย นำโดย พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธียาณพัฒท์ รังสิพราหมณกุล รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย และ พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เข้าจับกุมนายธีณพัต (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี ชาวอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569
ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และสนับสนุนการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน ปลอม หรือเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน รวมถึงข้อหาเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยไม่มีเจตนาใช้เพื่อตนเองหรือกิจการที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่รู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น
การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ และ พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวมถึง พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า ปัจจุบันพักอาศัยอยู่กับแฟนสาวชาวไทยและทำงานใน สปป.ลาว มาประมาณ 1 ปีเศษ โดยแฟนสาวพักอาศัยอยู่กับญาติชาวลาวที่บ้านดอนกลอย เมืองหาดทรายฟอง แขวงนครหลวงเวียงจันทน์ และทำงานในร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภคของญาติ ซึ่งมีทั้งสินค้าโชห่วย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และของแห้ง
ผู้ต้องหาอ้างว่า ตนทำงานในร้านดังกล่าว มีหน้าที่ยกและขนส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดจากฝั่งไทยไปจำหน่ายในร้าน นอกจากนี้ยังหารายได้เสริมด้วยการรับโอนเงินจากลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยได้รับค่าบริการในอัตรา 20 บาทต่อเงินโอนทุก 1,000 บาท
ผู้ต้องหาให้การเพิ่มเติมว่า ช่วงหนึ่งได้เดินทางกลับมาเยี่ยมพ่อแม่ที่ประเทศไทย โดยมีลูกจ้างในร้านใช้บัญชีธนาคารของตนรับโอนเงินตามปกติ ซึ่งตนอ้างว่าไม่ทราบว่ามีลูกค้ารายใดโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายเข้ามาบ้าง ต่อมาในช่วงเดือนกรกฎาคม 2569 บัญชีธนาคารออมสินของตนถูกระงับ โดยไม่ทราบสาเหตุ
ก่อนถูกจับกุม ผู้ต้องหาอ้างว่าในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ตนและแฟนสาวกำลังจะเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อติดต่อพนักงานสอบสวน หลังทราบข้อมูลจากข้อความแจ้งเตือนในแอปพลิเคชันของธนาคาร แต่ไม่ทราบว่าตนมีหมายจับ
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...