โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อัปเดตดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ น้ำมันโลกพุ่ง WTI ทะลุ 103 ดอลลาร์ จับตาตะวันออกกลาง-เฟดกดดันหุ้นนิวยอร์ก เช็กราคาน้ำมันไทย 25/10/69

สยามรัฐ

อัพเดต 55 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดการเงินโลกเข้าสู่สัปดาห์ใหม่วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ท่ามกลางความผันผวนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งผลักดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นแรง ขณะที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กเผชิญแรงขายจากความกังวลเรื่องต้นทุนการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่วนน้ำมันขายปลีกในประเทศไทยยังต้องติดตามการประกาศปรับราคาครั้งใหม่ โดยราคาที่เผยแพร่ล่าสุดอ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2569

น้ำมัน WTI พุ่ง 3.82% ปิดเหนือ 103 ดอลลาร์ เบรนท์ทะลุ 116 ดอลลาร์

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนต่อเนื่องในระยะสั้น หลังสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) และเบรนท์ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในการซื้อขายวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2569 โดยมีปัจจัยสำคัญจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 3.80 ดอลลาร์ หรือ 3.82% ปิดที่ 103.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 3.55 ดอลลาร์ หรือ 3.14% ปิดที่ 116.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้น 6% ส่วน WTI เพิ่มขึ้น 2.3% สะท้อนแรงซื้อที่กลับเข้ามาในตลาด โดยเฉพาะน้ำมันเบรนท์ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงด้านอุปทานและการขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ

แรงหนุนสำคัญมาจากรายงานการโจมตีของกลุ่มฮูตีในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางขนส่งน้ำมัน นอกจากนี้ ยังมีรายงานเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลจากทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ทำให้นักลงทุนต้องประเมินความเสี่ยงต่อปริมาณน้ำมันที่จะเข้าสู่ตลาดโลกอย่างใกล้ชิด

รายงานข่าววันที่ 24 ตุลาคมระบุว่า กลุ่มฮูตีอ้างว่าได้โจมตีเป้าหมายด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบียเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นอิสระว่าทุกเป้าหมายได้รับความเสียหายจริง

สำหรับแนวโน้มก่อนเปิดตลาดวันที่ 26 ตุลาคม ราคาน้ำมันดิบยังมีโอกาสเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้น หากสถานการณ์ความขัดแย้งลุกลามจนกระทบแหล่งผลิต โรงกลั่น ท่อส่งน้ำมัน หรือเส้นทางเดินเรือสำคัญ แต่ต้องระวังแรงขายทำกำไรหลังราคาปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว

อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกและระดับน้ำมันสำรอง เนื่องจากราคาพลังงานที่สูงอาจเพิ่มต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง ตลอดจนกระทบกำลังซื้อของผู้บริโภค หากไม่มีเหตุการณ์ใหม่ที่กระทบอุปทาน ราคาน้ำมันอาจเผชิญแรงกดดันจากการขายทำกำไรได้เช่นกัน

ดาวโจนส์ร่วง 652 จุด นักลงทุนกังวลต้นทุน AI จับตาประชุมเฟด 27-28 ต.ค.

ด้านตลาดหุ้นนิวยอร์กมีแนวโน้มเปิดสัปดาห์ใหม่ด้วยความระมัดระวัง หลังดัชนีหลักทั้ง 3 ตลาดปิดลดลงในการซื้อขายวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม โดยนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความคุ้มค่าของการลงทุนด้าน AI และรอติดตามผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินของเฟด

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 52,215.16 จุด ลดลง 652.82 จุด หรือ 1.23% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,623.68 จุด ลดลง 39.75 จุด หรือ 0.52% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,955.34 จุด ลดลง 53.52 จุด หรือ 0.21%

แม้ตลาดจะปรับตัวลงในวันศุกร์ แต่ภาพรวมรายสัปดาห์ยังมีความแตกต่างกัน โดยดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 0.4% และปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 ส่วน S&P 500 ลดลง 0.5% และ Nasdaq ลดลง 0.7% สะท้อนแรงขายทำกำไรและการประเมินความเสี่ยงของนักลงทุนที่เข้มงวดมากขึ้น

ประเด็นที่ตลาดให้ความสำคัญคือการลงทุนด้าน AI ซึ่งต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก ทั้งการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ การสร้างศูนย์ข้อมูล และการจัดหาอุปกรณ์ประมวลผล หลังผลประกอบการของ Meta Platforms และ Lam Research สร้างความผิดหวังให้แก่นักลงทุนและเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว

ในสัปดาห์นี้ นักลงทุนจะจับตาผลประกอบการของ Alphabet, Microsoft และ Amazon รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์รายอื่น หากผลประกอบการสะท้อนว่ารายได้จาก AI เติบโตสอดคล้องกับเม็ดเงินลงทุน อาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นและหนุนหุ้นเทคโนโลยี แต่หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ ตลาดอาจเผชิญแรงขายต่อเนื่อง

อีกปัจจัยสำคัญคือการประชุมนโยบายการเงินของเฟดระหว่างวันที่ 27-28 ตุลาคม 2569 โดยนักลงทุนจะติดตามทั้งมติอัตราดอกเบี้ยและถ้อยแถลงเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม

หากเฟดส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน อาจเป็นผลดีต่อหุ้นเติบโตและหุ้นเทคโนโลยี แต่หากยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและจำเป็นต้องคงนโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป อาจกดดันมูลค่าหุ้นและทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยง

ดังนั้น แนวโน้มตลาดหุ้นนิวยอร์กก่อนเปิดตลาดวันที่ 26 ตุลาคมจึงยังมีความผันผวนสูง โดยต้องติดตามผลประกอบการบริษัทขนาดใหญ่ ทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และสัญญาณจากเฟด ทั้งนี้ ข้อมูลราคาปิดในวันศุกร์ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าตลาดจะเปิดบวกหรือลบในวันจันทร์

เช็กราคาน้ำมันวันนี้ 25 ต.ค. 2569 ปตท. บางจาก PT และเชลล์

สำหรับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทย ข้อมูลที่เผยแพร่วันที่ 25 ตุลาคม 2569 อ้างอิงราคาจากผู้ให้บริการ 4 สถานี ได้แก่ ปตท. บางจาก PT และเชลล์ โดยเป็นข้อมูลอัปเดต ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 05.00 น. ราคาที่แสดงเป็นราคาขายปลีกในกรุงเทพฯ ซึ่งยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น และอาจเปลี่ยนแปลงได้หากมีการประกาศปรับราคาใหม่

ราคาน้ำมันปั๊ม ปตท. (PTT)

แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 42.04 บาทต่อลิตร

แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 35.69 บาทต่อลิตร

แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 31.63 บาทต่อลิตร

แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 41.67 บาทต่อลิตร

ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 43.54 บาทต่อลิตร

เบนซิน ราคา 51.03 บาทต่อลิตร

ราคาน้ำมันปั๊มบางจาก (Bangchak)

แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 42.04 บาทต่อลิตร

แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 35.69 บาทต่อลิตร

แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 31.63 บาทต่อลิตร

แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 41.67 บาทต่อลิตร

ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 43.54 บาทต่อลิตร

ดีเซลพรีเมียม ราคา 50.05 บาทต่อลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม PT

ดีเซล ราคา 43.54 บาทต่อลิตร

ดีเซล B20 ราคา 37.19 บาทต่อลิตร

เบนซิน ราคา 51.53 บาทต่อลิตร

แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 42.04 บาทต่อลิตร

แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 41.67 บาทต่อลิตร

แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 35.69 บาทต่อลิตร

ราคาน้ำมันปั๊มเชลล์ (Shell)

เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 35.89 บาทต่อลิตร

เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 42.17 บาทต่อลิตร

เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 42.54 บาทต่อลิตร

เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 51.84 บาทต่อลิตร

เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล ราคา 43.54 บาทต่อลิตร

เชลล์ ดีเซล B20 ราคา 37.19 บาทต่อลิตร

เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล ราคา 51.84 บาทต่อลิตร

ราคาน้ำมันดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ซึ่งเผยแพร่การปรับราคาตามประกาศของผู้ให้บริการน้ำมัน โดยจะมีการอัปเดตเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงราคา ทั้งนี้ ผู้ใช้รถควรตรวจสอบราคาจากสถานีบริการก่อนเติมน้ำมันทุกครั้ง

สรุปทิศทางตลาดโลกและผลกระทบต่อผู้บริโภค

ภาพรวมวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ตลาดน้ำมันดิบยังมีปัจจัยสนับสนุนจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ โดย WTI ปิดเหนือ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเบรนท์ปิดเหนือ 116 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเรื่องต้นทุน AI และการรอผลประชุมเฟด

ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบโลกเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ต้องติดตาม เพราะหากราคาพลังงานอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อาจเพิ่มต้นทุนการนำเข้า การขนส่ง และการผลิต ซึ่งส่งผลต่อภาคธุรกิจและค่าครองชีพในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทยไม่ได้ปรับขึ้นหรือลงตามราคาน้ำมันดิบโลกทันทีหรือในอัตราเดียวกัน เนื่องจากยังขึ้นอยู่กับต้นทุนสำเร็จรูป อัตราแลกเปลี่ยน ภาษี กองทุนน้ำมัน และนโยบายราคาภายในประเทศ

นักลงทุนและประชาชนจึงควรติดตามพัฒนาการในตะวันออกกลาง ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ และผลการประชุมเฟด ควบคู่กับการตรวจสอบราคาน้ำมันขายปลีกจากสถานีบริการก่อนเดินทาง เพื่อประเมินผลกระทบต่อการลงทุนและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ที่มา: ข้อมูลตลาดน้ำมันดิบและตลาดหุ้นตามรายละเอียดที่ระบุในข่าว และสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เว็บไซต์ www.eppo.go.th

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...