โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

GML ชี้อุตสาหกรรมโดรนถึงจุดเปลี่ยน สู่ยุค AI ซอฟต์แวร์ และระบบอัจฉริยะ

THE STANDARD

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
GML ชี้อุตสาหกรรมโดรนถึงจุดเปลี่ยน สู่ยุค AI ซอฟต์แวร์ และระบบอัจฉริยะ

บริษัท จีเอ็มแอล เอ็กซิบิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GML เผยว่า เทคโนโลยีโดรนกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในหลากหลายภาคส่วน ทั้งการเกษตร อุตสาหกรรม โลจิสติกส์ ความปลอดภัย และการป้องกันประเทศ จากศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และรองรับการปฏิบัติงานที่ซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้นกำลังสร้างโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรม

ด้วยเหตุนี้จึงเตรียมจัดงาน DronTech Asia 2026 ระหว่างวันที่ 11–13 พฤศจิกายน 2569 ณ ฮอลล์ 5 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ พร้อมนำเสนอความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านโดรนและระบบไร้คนขับจากทั่วโลก ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือและสร้างโอกาสทางธุรกิจในระดับภูมิภาค

ภาพโดรนกำลังบินอยู่เหนือพื้นที่เกษตรกรรม แสดงถึงการใช้งานเทคโนโลยีโดรนในภาคส่วนต่างๆ 1

“จีเอ็มแอล เอ็กซิบิชั่น” ชี้อุตสาหกรรมโดรนกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากการแข่งขันที่มุ่งเน้นตัวอากาศยาน ไปสู่การพัฒนาซอฟต์แวร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัจฉริยะ และเทคโนโลยีตรวจจับและต่อต้านโดรน (Anti-Drone) เพื่อรองรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ อุตสาหกรรม และการป้องกันประเทศที่หลากหลายมากขึ้น ขณะที่กฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต โดยงาน DronTech Asia 2026 จะรวมผู้ประกอบการกว่า 150 บริษัทจากไทยและต่างประเทศ ในการนำเสนอเทคโนโลยีโดรน ระบบไร้คนขับ AI และโซลูชันสำหรับการใช้งานจริง พร้อมเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจในระดับภูมิภาค

ภาพโดรนกำลังบินอยู่เหนือพื้นที่เกษตรกรรม แสดงถึงการใช้งานเทคโนโลยีโดรนในภาคส่วนต่างๆ 2

เยาวลักษณ์ ชูวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการ บริษัท จีเอ็มแอล เอ็กซิบิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมโดรนกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามการพัฒนาของเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัจฉริยะ ซอฟต์แวร์ และระบบบริหารจัดการข้อมูล ส่งผลให้การใช้งานโดรนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการเกษตรหรือการสำรวจอีกต่อไป แต่ขยายไปสู่ภาคอุตสาหกรรม การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ ความปลอดภัย การป้องกันประเทศ และภารกิจกู้ภัย

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนบทบาทของโดรนที่เพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม จากความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาและต้นทุนการดำเนินงาน ทั้งการเกษตรอัจฉริยะ การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน การสำรวจและจัดทำแผนที่ ตลอดจนการขนส่งสินค้าและเวชภัณฑ์ไปยังพื้นที่ห่างไกลหรือเข้าถึงได้ยาก ขณะที่การพัฒนา AI เซนเซอร์ขั้นสูง และระบบการบินอัตโนมัติ กำลังยกระดับโดรนจากเครื่องมือปฏิบัติงานเฉพาะด้านไปสู่แพลตฟอร์มอัจฉริยะที่สามารถรองรับภารกิจที่ซับซ้อนมากขึ้น

ภาพโดรนกำลังบินอยู่เหนือพื้นที่เกษตรกรรม แสดงถึงการใช้งานเทคโนโลยีโดรนในภาคส่วนต่างๆ 3

หนึ่งในแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรม คือ การเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับตัวอากาศยานเพียงอย่างเดียว ไปสู่เทคโนโลยีและโซลูชันที่ตอบโจทย์ภารกิจเฉพาะด้าน ทั้งซอฟต์แวร์ควบคุมการบิน การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI ระบบตรวจจับและต่อต้านโดรน (Anti-Drone) รวมถึงระบบอัตโนมัติที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจของอากาศยานไร้คนขับ

โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจัดแสดงภายในงานปีนี้มากกว่า 40% นำเสนอเทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร สอดคล้องกับการใช้งานโดรนในประเทศไทยที่เติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2025 มีโดรนเกษตรที่มีน้ำหนักมากกว่า 25 กิโลกรัมขึ้นทะเบียนแล้ว 10,608 ลำ

“วันนี้การแข่งขันในอุตสาหกรรมโดรนไม่ได้อยู่ที่ตัวอากาศยานเพียงอย่างเดียว แต่กำลังขยับไปสู่การแข่งขันด้านซอฟต์แวร์ AI ระบบอัจฉริยะ และความสามารถในการพัฒนาโซลูชันให้ตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะด้านมากขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมโดรนในระยะต่อไป” เยาวลักษณ์ กล่าว

นอกจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีแล้ว ความพร้อมด้านกฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการขออนุญาตบิน การขึ้นทะเบียนอากาศยานไร้คนขับ การสอบและออกใบอนุญาตผู้บังคับโดรน ตลอดจนการพัฒนาระบบบริหารจัดการจราจรทางอากาศ เพื่อรองรับการใช้งานโดรนที่มีความซับซ้อนมากขึ้นและสามารถใช้พื้นที่น่านฟ้าร่วมกับอากาศยานประเภทอื่นได้อย่างปลอดภัย

ขณะเดียวกัน AI จะมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการวางแผนเส้นทางบินและบริหารจัดการจราจรทางอากาศ ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร เพื่อรองรับการควบคุมโดรนจากระยะไกลและการบินนอกระยะสายตา (Beyond Visual Line of Sight: BVLOS) ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการขยายการใช้งานโดรนในเชิงพาณิชย์ในอนาคต

สำหรับการแข่งขันในระดับภูมิภาค เยาวลักษณ์ มองว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมโดรน โดยเฉพาะการใช้งานด้านการเกษตร โลจิสติกส์ และการป้องกันประเทศ ขณะที่ผู้ประกอบการไทยเริ่มพัฒนาขีดความสามารถไปสู่โดรนขนาดใหญ่และเทคโนโลยี Dual-Use ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและด้านการป้องกันประเทศ

แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับการเติบโตของตลาดโดรนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 30.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 62.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2033 หรือเติบโตเฉลี่ย 10.9% ต่อปี ขณะที่ตลาดโดรนในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 262 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 หรือราว 8.6 พันล้านบาท สะท้อนโอกาสของอุตสาหกรรมที่ขยายตัวควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีและรูปแบบการใช้งานใหม่ๆ

ภาพโดรนกำลังบินอยู่เหนือพื้นที่เกษตรกรรม แสดงถึงการใช้งานเทคโนโลยีโดรนในภาคส่วนต่างๆ 4

การต่อยอดศักยภาพดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ภาคอุตสาหกรรม และผู้ใช้งาน เพื่อผลักดันเทคโนโลยีสู่การใช้งานจริง พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับพันธมิตรและตลาดต่างประเทศ

บริษัท จีเอ็มแอล เอ็กซิบิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดงาน DronTech Asia 2026 ระหว่างวันที่ 11–13 พฤศจิกายน 2569 ณ ฮอลล์ 5 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อเป็นเวทีรวบรวมผู้ผลิต ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ ผู้ซื้อ และผู้ใช้งานจากประเทศไทยและต่างประเทศ ให้ได้พบปะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันด้านโดรนและระบบไร้คนขับที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและการดำเนินงานจริง

ไฮไลต์เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์จากบริษัทชั้นนำระดับโลก

ภาพโดรนกำลังบินอยู่เหนือพื้นที่เกษตรกรรม แสดงถึงการใช้งานเทคโนโลยีโดรนในภาคส่วนต่างๆ 5

สำหรับการจัดงานปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมจัดแสดงกว่า 150 บริษัท จากประเทศไทยและต่างประเทศ โดยแบ่งเป็นผู้ประกอบการไทยประมาณ 40% และต่างประเทศ 60% อาทิ จีน ตุรกี รัสเซีย ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์ โดยมีบริษัทและแบรนด์ชั้นนำเข้าร่วมจัดแสดง อาทิ Amazon Web Services (AWS), STM, KNDS, Special Technology Center (STC), SYSTRONICS, ONCOMMAND, DJI Enterprise by SiS, AUTEL Robotics, ALCRONS FRONTIER, CHC Navigation, SDT Composites, INFOX Navigation และ Grepow Battery (Tattu) รวมถึงผู้ประกอบการอีกมากมายที่เตรียมนำเสนอสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่น่าสนใจ ครอบคลุมการใช้งานทั้งภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และการป้องกันประเทศ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเทคโนโลยีและโซลูชันอื่นๆ อีกหลากหลาย ทั้งโดรนเพื่อการเกษตร การสำรวจและจัดทำแผนที่ การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน ระบบตรวจจับและต่อต้านโดรน หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ตลอดจนอุปกรณ์และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโดรน นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีจากบริษัทชั้นนำดังกล่าว ภายในงานยังรวบรวมโซลูชันอื่นๆ ที่ครอบคลุมระบบนิเวศอุตสาหกรรมโดรน ทั้งโดรนเพื่อการเกษตรอัจฉริยะ ระบบสำรวจและจัดทำแผนที่ โดรนตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งและโลจิสติกส์ เทคโนโลยีสำหรับภารกิจกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ตลอดจนเซนเซอร์ ระบบสื่อสาร อุปกรณ์ควบคุมการบิน แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอากาศยานไร้คนขับ

นอกจากการจัดแสดงสินค้าและเทคโนโลยีแล้ว ภายในงานยังมีเวทีสัมมนาและเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและเอกชน ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ “ระบบไร้คนขับทางทหารยุคใหม่: บทเรียน ความต้องการ และขีดความสามารถแห่งอนาคต” และ “ประเทศไทย: ศูนย์กลางการเชื่อมโยงระบบนิเวศโดรนของอาเซียนและนานาชาติ” พร้อมกิจกรรมสาธิตเทคโนโลยีและการบินโดรนทั้งภายในและภายนอกอาคาร รวมถึงกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสเทคโนโลยี แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจ

การจัดงานครั้งนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมมากกว่า 5,000 คน และสร้างมูลค่าทางธุรกิจประมาณ 100–150 ล้านบาท พร้อมเชิญผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานภาครัฐจากประเทศอาเซียนที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร การทหาร และการจัดการภัยพิบัติ อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม เข้าร่วมงาน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจในระดับภูมิภาค

“DronTech Asia 2026 ไม่ได้มุ่งเป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยี แต่เราต้องการให้เป็นพื้นที่ที่ภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้ใช้งานได้มาพบกัน แลกเปลี่ยนมุมมอง และผลักดันการนำเทคโนโลยีโดรนไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์จริง พร้อมสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเชื่อมโยงกับตลาดและพันธมิตรในระดับภูมิภาคมากขึ้น” เยาวลักษณ์ กล่าว

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดงาน DronTech Asia 2026 และลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์

https://drontechasia.com/2026/en/visitor_profile.asp?utm_source=thestandard&utm_medium=pr&utm_campaign=visitor-registration&utm_content=website-pr

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...