โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดปฏิบัติการทีมอารักขาจาก 3 ป. สู่ VIP ไทย ถอดบทเรียน 'อาเบะ'

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 ก.ค. 2565 เวลา 07.42 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2565 เวลา 07.06 น.

เปิดปฏิบัติการทีมอารักขาจาก 3 ป. สู่ VIP ไทย ถอดบทเรียน “อาเบะ”

จากเหตุลอบยิง นายชินโสะ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น จนทำให้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา สร้างความสะเทือนขวัญ ตกตะลึงไปทั่วโลก โดยเฉพาะเกิดคำถามว่ามาตรการรักษาความปลอดภัย(รปภ.) ของหน่วยอารักขานั้นละหล่วมหรือไม่อย่างไร หรือดีแล้วแต่เกิดช่องหว่างตรงไหน

โดยวันเดียวกัน ภายหลังมีข่าวการลอบยิงผู้นำญี่ปุ่น มีรายงานข่าวว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงไทยก็เด้งรับ ประชุมหารือเพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมถึง ‘บิ๊กป้อม’พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นในต่างประเทศ

ทั้งนี้ หน่วยงานด้านความมั่นคงจะปรับแผนให้มีความเข้มข้น เพื่อเฝ้าระวังกลุ่มไม่ทราบฝ่าย หรือกลุ่มก่อการร้ายที่จะแฝงเข้ามาในประเทศ โดยอาศัยช่วงจังหวะเวลาที่เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันไม่ให้มาก่อเหตุในช่วงการจัดประชุมเอเปคในเดือนพฤศจิกายนนี้ด้วย

สำหรับหน่วยงานหลักที่ รปภ.VIP ที่มีความเชี่ยวชาญของไทย คือ ศูนย์รักษาความปลอดภัย(ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย(บก.ทท.) และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) โดยทั้ง 2 หน่วยจะถูกฝึกการต่อสู้ทั้งที่มีอาวุธ และการต่อสู้ด้วยมือเปล่าอย่างเข้มข้น จะมีหน้าที่คล้ายๆกัน คือ ศรภ. มีภารกิจ 1.เป็นหน่วยหลักด้านกิจการข่าวกรองทางทหาร และการรักษาความปลอดภัย สถาบัน และบุคคลสำคัญ 2. ปฏิบัติการข่าวกรอง และต่อต้านการข่าวกรอง ข่าวกรองทางการสื่อสาร และการรักษาความปลอดภัย

3. ประสานความร่วมมือด้านการข่าว กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมิตรประเทศ 4. พัฒนาบุคลากรด้านการข่าวให้มีมาตรฐาน 5. พัฒนายุทโธปกรณ์ที่สนับสนุนการปฏิบัติการข่าว และการรักษาความปลอดภัยให้มีความทันสมัย 6. สนับสนุนกองทัพในการแก้ปัญหาความมั่นคงของประเทศ

ขณะที่ ตร.สันติบาล มีหน้าที่ 1. ถวายความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะผู้สำเร็จ 2. ดำเนินการเกี่ยวกับการข่าวกรองบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ 3. ดำเนินการเกี่ยวกับงานดำเนินกรรมวิธีข่าวกรองให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

4. ดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านการรักษาความปลอดภัยของบุคคลสำคัญและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ 5. ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศตามอำนาจหน้าที่ 6. ดำเนินการเกี่ยวกับงานวิชาการ งานมาตรฐานการข่าว และงานฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรในด้านการข่าวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 7. ดำเนินการเกี่ยวกับงานสถานีวิทยุกระจายเสียงของกองบัญชาการตำรวจสันติบาล

อย่างไรก็ตาม ในการ รปภ.ของ 3 ป. หรือคณะรัฐมนตรี(ครม.) หลังๆ มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย โดยเฉพาะ 3 ป.ที่มาจากทหาร จึงไม่ใช้ ศรภ.และ สันติบาล เป้นทีมหลัก โดยที่ ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่โตมาจาก ร.21 รอ. จึงมีความคุ้นเคยและเรียกใช้น่วยของตนเองตั้งแต่เป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่และติดตัวมาจนถึงเป็นนายกฯ โดยจะมีเสริมคือ กองร้อยน้ำหวานจาก ตร. และทีมรถนำจาก มทบ.11

ขณะที่ ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯด้านความมั่นคง หรือ’บิ๊กบราเทอร์’ของน้องๆในกองทัพ จะมีหลายดูแลด้วยกัน ตั้งแต่ พัน.สห.11 ,สห.กลาโหม ส่วน’บิ๊กป๊อก’ พล.อ.อนุพงษ์ เผาจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะมีทีม รปภ.จากทบ.เช่นเดียวกัน ส่วน รมต.คนอื่นส่วนใหญ่จะใช้นายตำรวจติดตามเท่านั้น รวมทั้งขึ้นอยู่กับความคุ้นเคยจึงขอตัวมาที่ ผบ.ตร.เพื่อขออนุมัติอนุมัติ และมีรถนำของ ตร. 1 คัน

ถ้าถามว่า การรปภ.ทีมไหนที่เข้มและละเอียดสุดคงหนีไม่พ้น 3 ป. โดยเฉพาะ ป.ประยุทธ์และป.ประวิตร ..!!!

ส่วนทีม รปภ. จาก ศรภ.และสันติบาล ถูกวางภารกิจสำคัญในการดูแล VIP จากต่างประเทศในการประชุมเอเปคปลายปีนี้ ยิ่งเมื่อเกิดเหตุกับ ‘ชินโสะ อาเบะ’ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คงเป็นการบ้านให้หน่วยงาน รปภ.ของไทยที่ต้องเตรียมตัวให้ดีต่องานที่สำคัญระดับประเทศในครั้งนี้….

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...