โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ผู้เกิดในนรก' : ความหลากหลายทางเพศ ในมุมมองจริยศาสตร์ศาสนา/บทความพิเศษ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 21 ก.ค. 2565 เวลา 02.15 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2565 เวลา 02.15 น.

บทความพิเศษ

ชาคริต แก้วทันคำ

‘ผู้เกิดในนรก’

: ความหลากหลายทางเพศ

ในมุมมองจริยศาสตร์ศาสนา

โครงสร้างทางร่างกายของมนุษย์ ถูกจำแนกผ่านเพศสภาพ (gender) เพียงชายและหญิง ตามสรีระที่ปรากฏตั้งแต่กำเนิด ซึ่งสังคมเรียกบุคคลที่มีลักษณะ “ชายจริง-หญิงแท้” ว่าปกติ

ในขณะที่ปัจจุบัน โลกมีความเปลี่ยนแปลง เลื่อนไหลและพัฒนาในเรื่องความหลากหลายทางเพศให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น แม้บุคคลที่มีเพศสภาพไม่ตรงกับสรีระจะถูกมองเป็นคนอื่น ผิดปกติ แปลกแยก น่ารังเกียจ

แต่เมื่อคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ทางเลือก ความเท่าเทียม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์แล้ว บุคคลที่ถูกมองว่าเป็นเพศที่สาม หรือ “กลุ่มหลากหลายทางเพศ” ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายครอบคลุม ทั้งรักร่วมเพศ ไม่ว่าชายรักชาย หญิงรักหญิง คนที่แปลงเพศแล้ว กะเทย และกลุ่มรักสองเพศที่ตอบสนองได้ทั้งชายและหญิง เป็นต้น ซึ่งมีมานานและอยู่ร่วมในสังคม หากแต่จะถูกยอมรับ เปิดเผย หรือขัดต่อคำสอนทางศาสนามากน้อยเพียงใด หรือไม่เท่านั้น

บทความนี้จะศึกษาเรื่องสั้น “ผู้เกิดในนรก” ของ iMuGi ตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 8-14 กรกฎาคม 2565 ปีที่ 42 ฉบับที่ 2186 หน้า 54-55 (https://www.matichonweekly.com/column/article_574286) ซึ่งให้ “ผม” เป็นผู้เล่าเรื่อง หลังจากเห็นข้อความในแผ่นพับกับข้อความในป้ายที่โบสถ์คริสต์แห่งหนึ่งมีความย้อนแย้งกัน จนเขาได้มาพบรักกับยุนซอก ชายหนุ่มไร้ศาสนา ต่อมาฆ่าตัวตายเพราะไม่อาจอยู่ร่วมในสังคมที่ผู้คนไม่ยอมรับรักร่วมเพศ สุดท้ายแม่ก็ขอให้ผมบวชตามหลักศาสนาพุทธ เพราะอยากขึ้นสวรรค์ จึงเป็นความขัดแย้งเรื่องเพศที่สะท้อนความคิด ความเชื่อระหว่างคนต่างศาสนา และไร้ศาสนาในสังคม

โดยจะวิเคราะห์ผ่านมุมมองจริยศาสตร์ศาสนาคริสต์และพุทธ ตามทัศนะที่ปรากฏในบทความวิชาการของ ‘หริณวิทย์ กนกศิลปธรรม’ เป็นหลัก ดังนี้

ความหลากหลายทางเพศ

ในมุมมองจริยศาสตร์ศาสนาคริสต์

“จริยศาสตร์ (ethics) เป็นสาขาหนึ่งของปรัชญา (philosophy) ที่มุ่งใช้เหตุผลไตร่ตรองเกี่ยวกับคุณค่าและการกระทำของมนุษย์ โดยทั่วไปมุ่งพิจารณาพฤติกรรมมนุษย์ในสภาวการณ์ทางจริยธรรม (moral situation) อันเป็นสภาวการณ์ที่ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าพฤติกรรมหนึ่งๆ ถูกหรือผิด ดีหรือชั่ว จริยศาสตร์มีหน้าที่ในการวิเคราะห์ ประเมินค่า และพัฒนาหลักเกณฑ์ศีลธรรมในเชิงบรรทัดฐาน (normative moral criteria) เพื่อนำมาใช้จัดการปัญหาทางจริยธรรม (moral problem) (Britannica 1980 : 976 อ้างถึงใน หริณวิทย์ กนกศิลปธรรม 2556 : 107)

“รักร่วมเพศต้องตกนรก?”

เป็นข้อความเปิดเรื่องเรื่องสั้นได้น่าสนใจ ซึ่งข้อความนี้อยู่ในแผ่นพับที่หญิงวัยเกษียณยื่นให้ ต่อมาผมได้ขยายความในอีกย่อหน้าว่า “คนบ้านเมืองนี้เขายังไม่เปิดกว้างเรื่องแบบนี้กัน แต่ไม่นึกว่าจะแสดงความรังเกียจเดียดฉันท์กันโต้งๆ ในที่สาธารณะแบบนี้”

แสดงว่าข้อความเปิดเรื่อง เป็นทัศนะที่ศาสนาปฏิเสธพฤติกรรมของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ เพราะพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ชายกับหญิงเท่านั้นใช่หรือไม่

คำว่า “ควรตกนรก” จึงหมายถึงรักร่วมเพศที่ตกเป็นเหยื่อความรังเกียจเดียดฉันท์ จากคำสอนหรืออคติของผู้นับถือศาสนากันแน่ เพราะรักร่วมเพศอาจเกิดจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ธรรมชาติ กรรมพันธุ์ สภาวะแวดล้อม การอบรมเลี้ยงดูจากครอบครัว

ในศาสนาคริสต์จะมองบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศที่มีจิตใจไม่ตรงกับสรีระเฉยๆ ว่าเป็นเรื่องปกติ แต่จะไม่สนับสนุนกิจกรรมทางเพศแบบคู่สามีภรรยา (หมายถึงบุคคลที่มีพฤติกรรมร่วมด้วย) มันไม่ใช่เรื่องผิดก็จริง เพียงศาสนิกไม่ยอมรับ เท่ากับว่าลักษณะและพฤติกรรมของตัวละครในเรื่องสั้นนี้ ถูกสังคมป้ายสีให้คร่ำเขลอะ และสมควรตกนรก

ทั้งๆ ที่ “พระองค์ทรงรักทุกท่าน” ซึ่งเป็นข้อความจากป้ายติดผนังโบสถ์ สะท้อนคำสอนศาสนาคริสต์จากหลัก “ความรักสากล” โดยการรักคนอื่นและมีพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง รวมถึง “การรักเพื่อนบ้านเหมือนกับรักตนเอง” หมายความว่าศาสนิกไม่ควรนำปัจจัยเรื่องเพศมาชี้วัดตัดสิน แบ่งแยก กดขี่ และควรก้าวข้ามความแตกต่างนี้ จึงทำให้สองข้อความย้อนแย้งกันนั่นเอง

เหตุการณ์นี้ทำให้ผมโต้ตอบไปว่า “งั้น ถ้าคุณป้าเจอผมที่นี่ ก็หมายความว่าคุณป้าตกนรกแล้วน่ะสิครับ” แสดงถึงการไม่ยอมรับของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศที่อยู่บนโลกเดียวกัน แต่แบ่งสวรรค์ นรก จนหลงลืมหรือขาดการคำนึงเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรืออาจจะตีความว่าเป็นคำเสียดสีก็ได้ เมื่อหญิงวัยเกษียณบิดเบือนคำสอน ก็เท่ากับต้องตกนรกเช่นกัน นรกจึงเป็นข้ออ้างของความกลัวที่ไร้เหตุผล

ดังนั้น เมื่อผมควรตกนรก คุณป้าก็อยู่ในนรก เพราะผมอยู่ร่วมสังคมด้วยตอนนี้ เท่ากับว่าข้อความในแผ่นพับขาดความเข้าใจในคำสอนของพระเจ้า ที่มุ่งเชิดชูคุณค่าความเป็นมนุษย์ เพราะ “พระเจ้าทรงรักมนุษย์ทุกคน” ไม่ใช่กีดกัน หรือหาข้ออ้างทางศาสนามาชี้วัดตัดสิน

การตกนรกหรือเกิดในนรกจึงเป็นอุปมา (simile) ว่า เรื่องรักร่วมเพศยังไม่ถูกยอมรับ ทั้งในระดับความคิด ความเชื่อจากครอบครัว สังคม ศาสนา สิ่งนี้จึงเป็นความขัดแย้งภายในใจของผม มันรุนแรงมากขึ้นเมื่อคนรักหรือยุนซอก คนไร้ศาสนาฆ่าตัวตาย เขาหลุดพ้นโลกนี้ที่ไม่ต่างจากนรก

ตกลงเหตุการณ์ในเรื่องเกิดขึ้นเพราะพระเจ้ารังเกียจรักร่วมเพศ หรือคนที่นับถือพระเจ้าเกลียดพวกเขากันแน่ (ดังอธิบายแล้ว) จึงเป็นคำถามที่ต้องใช้มุมมองทางจริยศาสตร์ตอบ

พระเจ้าไม่ได้เกลียดรักร่วมเพศ แม้จะทรง “สร้างมนุษย์ให้เป็นชายกับหญิง” (ปฐมกาล 5 : 1) แต่ความหลากหลายทางเพศอาจมองในมุมหรือตีความจาก “พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามฉายาของพระองค์” (ปฐมกาล 1 : 27) มากกว่า เพราะมนุษย์แต่ละคนแตกต่าง มีลักษณะพิเศษและเสรีภาพ จึงไม่ควรแบ่งแยกจากเรื่องเพศ เชื้อชาติ ผิวสีว่าคนนั้นปกติ คนนี้ผิดปกติ คนนั้นเลวควรตกนรก คนโน้นดีควรขึ้นสวรรค์

ความหลากหลายทางเพศ

ในมุมมองจริยศาสตร์ศาสนาพุทธ

ในทางศาสนาพุทธ คนที่แปลงเพศแล้วบวชไม่ได้ แต่กรณีของตั้มลูกป้าแต๋ว แต่งหญิง บวชได้ ส่วนผม แม้เป็นชายรักชายหรือบัณเฑาะก์ก็บวชได้ หมายความว่ากลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายบางระดับอุปสมบทได้ (ตามพระวินัยปิฎก เล่ม 4 มหาวรรค ภาคหนึ่ง และอรรถกถา) แม่จึงคะยั้นคะยอให้ผมบวช เพราะหวังจะเกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์

แม้คำสอนศาสนาพุทธจะไม่ต่อต้านบุคคลที่มีพฤติกรรมหลากหลายทางเพศ แต่พระพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาตให้ชายที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศบวช น่าจะเกิดจากบริบทและเงื่อนไขทางสังคมมากกว่า เพราะเกรงจะทำให้ภาพลักษณ์ของศาสนาต้องมัวหมอง ถูกติฉินจากชาวบ้าน เช่น ชาวบ้านนินทาพระตั้มลูกป้าแต๋วว่า หลวงเจ๊

ทุกศาสนามีหลักคำสอนมุ่งให้ศาสนิกเป็นคนดี คำนึงถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์ เพราะศาสนาคริสต์ พระเจ้าทรงรักมนุษย์ทุกคน ดังนั้น ทุกคนย่อมเข้าถึงพระเจ้าได้ด้วยความรักของพระองค์ ส่วนศาสนาพุทธเห็นว่า มนุษย์ทุกคนล้วนมีจิตใจเป็นอิสระและสามารถบรรลุธรรมได้ การมีจิตใจไม่ตรงเพศสรีระจึงไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรม ผิดปกติ หรือเป็นบาป เพราะศาสนาพุทธยึดหลักกฎแห่งกรรมหรือการกระทำ

ดังนั้น หากพิจารณาในมุมมองจริยศาสตร์ศาสนา จึงไม่ควรปล่อยให้อวิชชาหรือความไม่รู้ (พุทธ) หรือความผิดบาป (คริสต์) มาแบ่งแยกหรือกักขังจิตใจมนุษย์ด้วยเรื่องเพศ จนลืมเคารพคุณค่าตนและคนอื่น

“ผู้เกิดในนรก” ของ iMuGi จึงเป็นเรื่องสั้นที่กล้าตั้งคำถาม โต้แย้งเรื่องเพศกับศาสนา ถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์หรือ ‘มะนุสโสสิ’ ได้อย่างน่าสนใจ เพื่อให้สังคมได้ร่วมหาทางออก ยอมรับ ลดละอคติในทุกความแตกต่างหลากหลาย

บรรณานุกรม

หริณวิทย์ กนกศิลปธรรม. (2556). ความหลากหลายทางเพศในมุมมองจริยศาสตร์ศาสนาคริสต์และพุทธศาสนา. วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. 35 : 2, 101-122.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...