โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

แม่ทัพ 4 ผบช.9 สั่งเปิดแผนเชิงรุก 3 จ.ใต้ 12 เป้าคุมตัว 7 ต้องสงสัยเหตุรุนแรง จชต.

77kaoded

อัพเดต 29 เม.ย. 2568 เวลา 15.53 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2568 เวลา 08.53 น. • 77Kaoded

เมื่อเวลา 05.00 นี่. วันที่ 29 เมย. กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า และ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค9 โดย พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 และ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภาค 9 ได้เปิดปฏิบัติการเชิงรุกพร้อมกันในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อทำการปิดล้อมตรวจค้นพื้นเป้าหมายเพื่อจับกุมผู้ต้องหาและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบตามข้อมูลจากพยานหลักและการขยายผล จากแหล่งข่าวเชิงลึก และจากการสอบสวนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมมาก่อนหน้านี้

โดยการปฏิบัติครั้งนี้ทางหน่วยงานความมั่นคงได้มีการจัดกำลังหน่วยปฏิบัติการร่วมในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ร่วม 12 เป้าหมายให้มีจัดกำลังร่วมกัน 3 ฝ่ายออกปฏิบัติการณ์ตามเป้าหมายที่วางไว้พร้อมกันทั้ง 3 จังหวัด ซึ่งผลการปฏิบัติครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่เกิดเหตุรุนแรงขึ้นแต่อย่างใด และสามารถควบคุมตัว สมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงรุ่นใหม่ จำนวน7 ราย ดังนี้ จังหวัดปัตตานี3 รายจังหวัดนราธิวาส2 รายและจังหวัดยะลา2 ราย

โดยที่จังหวัดปัตตานี กำหนดปฏิบัติการณ์ 4 เป้าหมายและสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 3 ราย สอบสวนทราบขื่อ 1.นายมูฮำหมัดฮาซัน (ขอสงวนนามสกุล) โดยควบคุมตัวได้ในพื้นที่ อ.หนองจิก 2. นายสุกิฟลี (ขอสงวนนามสกุล) ถูกควบคุมได้ที่ อ.โคกโพธิ์ 3. นายสาบุดิน(ขอสงวนนามสกุล) ควบคุมตัวได้ที่ อ.โคกโพธิ์ ส่วนเป้าหมายที่ 4 ไม่พบตัว โดยทั้ง 3 คนที่ถูกคุมตัวเป็นชุดที่คอยสนับสนุนการก่อเหตุในพื้นที่

ขณะที่พื้นที่จังหวัดนราธิวาส ผลการปฏิบัติปิดล้อมตรวจค้นสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 2 ราย ทราบชื่อ 1.นายซูลอีมาน(ขอสงวนนามสกุล) สามารถควบคุมตัวได้ในพื้นที่ อ. สุไหงปาดี ซึ่งเป็นการขยายผลเหตุระเบิด จนท.ทพ.4808 พื้นที่ ต.สากออ.สุไหงปาดี เหตุเกิดเมื่อ18 ค.ค. 67 ซึ่งจากการตรวจค้นได้ตรวจยึดสิ่งของซึ่งตรงกับข้อมูลการตรวจสอบกล้องวงจรปิดวันเกิดเหตุและอื่นๆ จำนวน4 รายการ ประกอบด้วยรถ.จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นPCX สีขาว ทะเบียน7 ขญ6783 กทม เสื้อแขนสั้นสีกรมท่า,กางเกงขายาวสีเทา,รองเท้าแตะแบบสวม สีครีมและ 2.นายอัฟนัน (ขอสงวนนามสกุล) ควบคุมได้ในพื้นที่ อ.รือเสาะ

ส่วนที่ จ.ยะลา สามารถควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยตามพยานหลักฐานได้ จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย 1. นายอดินันต์ (ขอสงวนนามสกุล) ควบคุมตัวได้ในพื้นที่ อ.เมือง และ 2. นายอัฟฟาน (ขอสงวนนามสกุล) ควบคุมตัวได้ในพื้นที่ อ.เมือง

ด้าน พลโท ไพศาลหนูสังข์ แม่ทัพภาคที่4 เปิดเผยว่า การเปิดแผนปฏิบัติการเชิงรุกครั้งนี้สืบเนื่องจาก ข้อมูลเชิงลึกและ การขยายผลที่นำไปสู่ การจับกุมและควบคุมตัว ทางนี้จากที่ผ่านมาในพื้นที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสนธิกำลังในการระดมปฏิบัติการเพื่อปิดช่องว่างและสกัดกั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมีความพยายามที่จะก่อเหตุสร้างความวุ่นวายในห้วงที่ผ่านมากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4 ส่วนหน้า ให้ความสำคัญด้านการควบคุมพื้นที่และการบังคับใช้กฎหมาย การควบคุมพื้นที่เป็นการดูแลพื้นที่ไม่ให้เกิดเหตุ ส่วนการบังคับใช้กฎหมายเป็นการติดตามจับกุมกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุความรุนแรงที่อยู่ในกลุ่มขบวนการ ผู้ก่อเหตุรุนแรงที่อยู่ในหมายจับ โดยเน้นย้ำส่วนที่เกี่ยวข้องในการจับกุมแต่ละครั้งให้ใช้ความระมัดระวังและหากต้องเผชิญเหตุก็ให้ใช้กำลังการปฏิบัติจากน้อยไปหาหนัก ประสานผู้นำท้องที่ท้องถิ่นให้ช่วยเจรจาและสำคัญคือเรื่องของความปลอดภัยทั้งของเจ้าหน้าที่และประชาชน

แม่ทัพภาคที่4 เผยถึงเรื่องกำหนดพื้นที่ความปลอดภัยว่า ได้มีแผนเสริมสร้างสันติสุขในการรักษาความปลอดภัยทั้งสาธารณูปโภคแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ กลุ่มเปราะบางต่าง ๆ แต่ในห้วงที่เกิดเหตุการณ์มากขึ้น ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4 ส่วนหน้า มีแผนพิทักษ์กำลังพล เนื่องจากที่ผ่านมาเป้าหมายของฝ่ายตรงข้าม คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร ซึ่งแผนพิทักษ์กำลังพลเป็นการรักษาความปลอดภัย แบ่งเป็น2 ห้วง คือ ห้วงการปฏิบัติหน้าที่ และห้วงการลาพัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ จึงมีมาตรการทั้ง2 ส่วน ในส่วนของการปฏิบัติหน้าที่หลัก ๆ จะดำเนินการ รปภ. พื้นที่ ส่วนการลาพักเป็น3 มาตรการ คือมาตราการ การรักษาความปลอดภัยด้วยตนเอง มาตรการ การรักษาความปลอดภัยด้วยชุมชน มีผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นที่คอยช่วยเหลือดูแลแจ้งข่าวสารเพราะบุคคลเหล่านี้ เป็นกำลังพลในชุมชน และมาตรการที่3 การรักษาความปลอดภัยโดยเจ้าหน้าที่ในแต่ละฐานก็จะมีเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง และทหาร บางครั้งกำลังพลอยู่ในพื้นที่จริงแต่ไปทำงานที่หน่วยอื่น เมื่อกลับมาก็ต้องมีการประสานกับหน่วยที่ดูแลพื้นที่ทั้งการแจ้งข่าวสาร การดูแลเป็นพิเศษ แม้แต่เรื่องการแจ้งเตือนต่าง ๆ รวมถึงการพิจารณาสถานที่ล่อแหลมต่าง ๆ เพื่อหาวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...