โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ปลดล็อกอนาคตประกันภัย เหตุใด “อินชัวร์เทค“ จึงลังเลที่จะใช้ AI ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 มี.ค. 2568 เวลา 18.03 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. 2568 เวลา 01.30 น.
Photo : pexels

บทความโดย “เฟเดอริโก้ เบรนดี” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัทรู้ใจ

อุตสาหกรรมประกันภัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทย กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ แม้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จะมีศักยภาพและในขณะเดียวกันถูกคาดหวังให้ปฏิวัติการดำเนินงานและประสบการณ์ของลูกค้า แต่บริษัทประกันภัยในภูมิภาคยังคงลังเลในการนำ AI มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากความกังวลของสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัยของข้อมูล

ศักยภาพของ AI ในอุตสาหกรรมประกันภัย

AI จะเปลี่ยนหน้าอุตสาหกรรมประกันภัย ด้วยการเพิ่มความแม่นยำในการประเมินความเสี่ยง ปรับปรุงกระบวนการเคลมให้รวดเร็วขึ้น และปรับแต่งการให้บริการลูกค้าให้มีความเฉพาะบุคคลเพื่อให้บริการได้ตรงจุดมากขึ้น จากรายงานแนวโน้มอุตสาหกรรมประกันภัยปี 2025 ของ Deloitte ระบุว่า AI สามารถช่วยบริษัทประกันบริหารความเสี่ยงที่ซับซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การนำ AI มาใช้ในกระบวนการประกันภัยจะช่วยให้การพิจารณารับประกันภัยแม่นยำมากขึ้น การเคลมประกันทำได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งหมายถึงความพึงพอใจของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา การใช้ AI โดยเฉพาะ Generative AIหรือปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง ที่มีความสามารถในการ “สร้างใหม่”ของข้อมูลจากชุดข้อมูลที่มีอยู่ ได้กลายเป็นจุดสนใจหลักในอุตสาหกรรมประกันภัย ครอบคลุมเทคโนโลยีหลัก 3 ประเภท ได้แก่

1.โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models: LLM) – ระบบที่สามารถเข้าใจและสร้างภาษามนุษย์ ซึ่งเป็นพื้นฐานของ Generative AI

2.การเรียนรู้ของเครื่องและการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Machine Learning/Predictive Analytics: ML/PA)- โมเดลทางสถิติที่ใช้อัลกอริทึมในการคาดการณ์หรือช่วยตัดสินใจแบบเรียลไทม์ และสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพได้จากข้อมูลย้อนหลัง

3.การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing: NLP)– เทคโนโลยีที่ช่วยให้ระบบเข้าใจและวิเคราะห์ข้อมูลจากข้อความหรือเสียงพูด ช่วยให้สามารถจัดการข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในประเทศไทย บริษัทประกันภัย เช่น รู้ใจ เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรมมาตั้งแต่ปี 2016ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้บริการประกันออนไลน์ที่สะดวก รวดเร็ว และคุ้มค่า ด้วยแพลตฟอร์มนวัตกรรม ลูกค้าสามารถขอใบเสนอราคาเฉพาะบุคคล ปรับแต่งความคุ้มครองตามต้องการ แจ้งเคลมออนไลน์ และชำระเงินผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ได้ในไม่กี่คลิก AI ถูกผสานเข้าไปในระบบหลังบ้านเพื่อช่วยในการคำนวณเบี้ยประกันภัย ประเมิน เคลม และตรวจสอบสภาพรถยนต์ออนไลน์

ความท้าทายประยุกต์ใช้ AI ธุรกิจประกันในไทย

แม้ AI จะมีศักยภาพสูง แต่ AIในธุรกิจประกันภัยไทยยังอยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะธรรมชาติของธุรกิจที่ระมัดระวังความเสี่ยงและมองความคุ้มค่าในการรับประกันเป็นที่ตั้ง ส่งผลต่อท่าทีที่ตั้งรับต่อเทคโนโลยีใหม่ ๆ นอกจากนี้ ความซับซ้อนและความไม่แน่นอนของความเสี่ยง บวกกับการตั้งคำถามต่อความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของอัลกอริธึม AI ยิ่งเพิ่มความท้าทายต่อการนำ AI มาปรับใช้ในวงการประกันภัย

ท้ายที่สุด การพึ่งพาระบบเก่าสร้างข้อจำกัดต่อการพัฒนา ระบบไอทีแบบเดิม ถึงแม้จะเคยเป็นรากฐานที่มั่นคงในการสนับสนุนและรักษาเสถียรภาพของบริษัทประกันภัย โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตการณ์โลก อย่างการแพร่ระบาดของโควิด-19แต่ปัจจุบัน ระบบดังกล่าวอาจกำลังบั่นทอนการพัฒนา เพราะในขณะเดียวกันบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีกำลังเข้ามามีบทบาทในธุรกิจประกันภัยมากขึ้น นี่ถือเป็นอีกสัญญาณว่ากรมธรรม์รูปแบบเดิม ๆ กำลังเผชิญความท้าทายในการปรับตัวให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กฎหมายและข้อบังคับไม่ได้เอื้อต่ออุตสาหกรรมประกันภัยในการนำ AI มาใช้ บริษัทประกันภัยต้องรับมือกับกฎหมายเรื่องความเป็นส่วนตัวของลูกค้าและความปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งกีดกันการนำโซลูชัน AI มาใช้ดำเนินงาน ในขณะเดียวกัน AI เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ขาดแนวทางกำกับดูแลที่ชัดเจน ช่องโหว่ที่มีความเสี่ยงทางกฎหมายเช่นนี้ บริษัทประกันภัยจึงต้องยังแบกรับปัญหาเชิงโครงสร้าง

ความมั่นคงและความปลอดภัยของข้อมูล

ความมั่นคงและความปลอดภัยของข้อมูลเป็นเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมประกันภัย บริษัทประกันภัยต้องจัดการข้อมูลลูกค้าที่ละเอียดอ่อนในปริมาณมาก ซึ่งหากเกิดการรั่วไหล อาจส่งผลกระทบร้ายแรง ความกังวลเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์และความเป็นไปได้ที่ AI อาจถูกใช้ในทางที่ผิด ส่งผลให้บริษัทประกันภัยลังเลที่จะนำ AI มาใช้แบบเต็มรูปแบบ

รายงานจาก McKinsey ระบุว่า การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการนำ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมประกันภัย

ในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ก็ได้ออกแนวทางการเชิงรุกในการกำหนดแนวทางเพื่อรับรองความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วอาจทำให้กรอบกฎหมายครอบคลุมไม่ได้ในทุกแง่มุม บริษัทประกันภัยต้องระมัดระวังและปรับตัวเพื่อป้องกันความเสี่ยงและรักษาเชื่อมั่นจากลูกค้า

ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยลดช่องโหว่

อีกหนึ่งอุปสรรคในการนำ AI มาใช้คือ การขาดผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมประกันภัย บริษัทประกันภัยหลายแห่งขาดทักษะและความรู้ที่จำเป็นในการใช้และบริหารจัดการ AI อย่างมีประสิทธิภาพ ช่องว่างด้านทักษะนี้ ลดทอนการใช้ AI อย่างเต็มประสิทธิภาพและเพิ่มความเสี่ยง รายงานจาก GlobalData ชี้ให้เห็นว่าการขาดผู้เชี่ยวชาญเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขัดขวางการนำ AI มาใช้ในภาคอุตสาหกรรมประกันภัย

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ บริษัทประกันภัยจะต้องเป็นฝ่ายลงทุนในการศึกษาและฝึกอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI ให้กับพนักงาน การทั้งการเรียนรู้การวิเคราะห์ข้อมูล และการเรียนรู้ของระบบคอมพิวเตอร์ (Machine Learning) ของ AIจะเติมเต็มช่องว่างด้านความรู้ การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและผู้ให้บริการเทคโนโลยีเพื่อจัดโปรแกรมการฝึกอบรมที่เหมาะสมจะช่วยให้พนักงานได้รับทั้งความรู้เชิงทฤษฎีและประสบการณ์จริงเพื่อความมั่นใจในการใช้ AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ

ในประเทศไทย รู้ใจ รับมือกับความท้าทายนี้ผ่านการลงทุนพัฒนาทักษะ AI และจับมือพันธมิตรด้านเทคโนโลยี พร้อมสร้างวัฒนธรรมแห่งการใช้นวัตกรรมและสร้างความร่วมมือผ่านการดึงผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบ ช่วยให้รู้ใจสามารถเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ Insurtech ได้อย่างรวดเร็ว

สมดุลระหว่างนวัตกรรม-ความปลอดภัย

เพื่อก้าวข้ามความท้าทายเหล่านี้ บริษัทประกันภัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย โดยใช้แนวทางเชิงรุกในการนำ AI มาใช้ควบคู่ไปกับมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เข้มงวด บริษัทประกันภัยสามารถเริ่มต้นได้ด้วยการลงทุนในบุคลากรด้าน AI และสร้างวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรมภายในองค์กร

นอกจากนี้ การร่วมมือกับสตาร์ตอัพ Insurtech และพันธมิตรด้านเทคโนโลยีจะช่วยลดช่องว่างด้านทักษะและเร่งการนำ AI มาประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาองค์ความรู้ภายในเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถตรวจสอบ ควบคุม และนำ AI มาใช้อย่างปลอดภัยและมั่นคง

บทบาทความโปร่งใสและความเป็นธรรม

ความโปร่งใสและความเป็นธรรมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าและการได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลสำหรับโซลูชัน AI บริษัทประกันภัยต้องมั่นใจว่าอัลกอริธึม AI ของตนมีความโปร่งใสและสามารถอธิบายได้ ซึ่งหมายถึงการให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการตัดสินใจของ AI และรับรองว่าการตัดสินใจเหล่านั้นเป็นธรรมและปราศจากอคติ การนำแนวทางปฏิบัติด้าน AI อย่างมีจริยธรรมมาใช้จะช่วยให้บริษัทประกันภัยสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งลูกค้าและหน่วยงานกำกับดูแล พร้อมทั้งเป็นการนำร่องในการประยุกต์ใช้ AI อย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น

5 วิธี นำ AI มาใช้ในการประกันภัย

การนำ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมประกันภัยสามารถแบ่งออกเป็น 5 แนวทาง ดังนี้

1.การตลาดและการขาย: AI ช่วยปรับแต่งผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย โดยการวิเคราะห์โปรไฟล์และแนะนำความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละบุคคล

2.บริการลูกค้า: แชทบอทที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการโต้ตอบแบบเฉพาะบุคคล ขณะที่ระบบประมวลผลเอกสารอัตโนมัติช่วยเพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการให้บริการ

3.ผลิตภัณฑ์และการพิจารณารับประกันภัย: AI วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากเพื่อเร่งกระบวนการพิจารณารับประกันภัย และช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ตามความต้องการของลูกค้าที่เกิดขึ้นในลักษณะที่มีความคล้ายคลึงกัน

4.การจัดการเคลม: ระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยให้กระบวนการอนุมัติการเคลมเร็วขึ้น ขณะที่แชทบอทที่ใช้ NLP อัลกอริทึม ทำให้หน่วยงานเคลม ส่งมอบบริการที่รวดเร็วและแก่ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ อย่างไรก็ตาม การมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ยังคงมีความสำคัญในกระบวนการเคลม เพราะเป็นเหตุการณ์ที่มักสร้างความตึงเครียด ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจทางอารมณ์ การที่ลูกค้าได้รับการดูแลและบริการอย่างใส่ใจจากมนุษย์ สามารถเพิ่มคุณค่าในงานบริการได้อย่างมีนัยสำคัญ

5.การประเมินความเสี่ยงและการตรวจจับการฉ้อโกง: การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Predictive Analytics)ช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงได้แบบเรียลไทม์ ขณะที่ Machine Learning ช่วยตรวจจับการฉ้อโกงและประเมินความเสี่ยงโดยอัตโนมัติ

บทสรุปอุตสาหกรรมประกันภัยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทยมองเห็นโอกาสที่จะได้รับประโยชน์จากการนำ AI มาใช้ อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่การปรับใช้ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งในด้านความปลอดภัยของข้อมูล การปฏิบัติตามข้อบังคับ และการขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ

การสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรม ความปลอดภัยและยึดแนวปฏิบัติด้านจริยธรรมคือ กุญแจปลดล็อกศักยภาพให้กับบริษัทประกันภัย แน่นอนว่าการปรับเปลี่ยนเช่นนี้ต้องอาศัยการวางกลยุทธ์และสร้างความร่วมมือที่เหมาะสม AI จะไม่เป็นเพียงแค่เทคโนโลยีเสริม แต่จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจประกันภัยให้กับภูมิภาคแประเทศไทยในอนาคตอย่างแท้จริง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปลดล็อกอนาคตประกันภัย เหตุใด “อินชัวร์เทค“ จึงลังเลที่จะใช้ AI ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...