โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เบิร์ด” แฟน แตงโม” ฟิวขาด! ออกมาพูดผ่านสื่อ ที่เงียบมา 3 ปีเพราะเสียใจ

WeR NEWS

อัพเดต 06 มี.ค. 2568 เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2568 เวลา 04.44 น.

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่เวลา 13.00 น.ที่ผ่านมา นายเบิร์ด เทคนิค แฟนหนุ่มของแตงโม นักแสดงชื่อดัง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสืบสวนที่ 20/2568 กรณี คดีการเสียชีวิตของแตงโม เพื่อให้ข้อมูลข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ.

นายเบิร์ด เทคนิค เปิดเผยหลังเข้าให้ข้อมูลคณะพนักงานสืบสวน ว่า "ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีให้กับทาง DSI ไปหมดแล้วครับ ในทุก ๆ เรื่องเลย วันนี้ดีใจที่ได้ออกมาแสดงความบริสุทธิ์และทำตามหน้าที่และก็ทำในสิ่งที่ดีเอสไอได้นัดหมายแล้ว แล้วก็ถ้ามีปัญหาหรือมีเรื่องสำคัญอะไรที่ดีเอสไอจะขอเพิ่มเติมก็สามารถทักมาหาตนโดยตรงได้เลย เพราะตนได้ให้ข้อมูลทางคดีไปกับทางดีเอสไอเรียบร้อยหมดแล้ว

เมื่อถามย้อนเรื่องที่ไปภูเก็ตนั้นเจ้าตัวเผยว่า

เรื่องไปจังหวัดภูเก็ต ตนได้เดินทางไปจังหวัดภูเก็ตในวันที่ 17 ก.พ.65 แล้วเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ ในวันที่ 19 ก.พ.65 แต่แตงโมแฟนสาวได้ลงเรือในวันที่ 24 ก.พ.65 แล้วจะมาบอกว่าตนรีบกลับมาวันเดียวอะไรอย่างนั้น ตนก็งง เนื่องจากไทม์ไลน์จริง ๆ แล้วตนเดินทางวันที่ 17 ก.พ.65 และกลับมาถึงกรุงเทพฯ วันที่ 19 ก.พ.65 แล้วจำได้ว่าแตงโมจะมีถ่ายละครที่ยังถ่ายไม่จบ ซึ่งจะต้องเป็นการถ่ายต่อในประมาณวันที่ 22-23 ก.พ.65

และยังบอกอีกว่า การที่แตงโมจะไปลงเรือในคืนวันดังกล่าว แตงโมได้บอกกับตนล่วงหน้าหนึ่งคืน (23 ก.พ.65) ว่า พรุ่งนี้ตนเองจะไปลงเรือกินข้าวกับเพื่อน ซึ่งตนก็ได้สอบถามว่าจะไปกับใคร แตงโมก็ตอบกลับตนว่าไปกับกระติก ซึ่งแตงโมบอกแค่นี้ตนเลยไม่ได้ถามต่อ และในวันที่แตงโมไปลงเรือ ซึ่งก่อนที่แตงโมจะเดินทางออกจากบ้าน ตนได้นอนอยู่บนเตียง เขาก็แต่งตัวเสร็จแล้วเดินขึ้นมาลาตนว่า “ที่รัก เค้าไปแล้วนะ เค้าออกจากบ้านแล้วนะ” ซึ่งแตงโมก็ได้มีการมาหอมแก้มตนก่อนไป

นายเบิร์ด กล่าวอีกว่า วันนั้นไม่ได้ถือเป็นลางสังหรณ์อะไรเลย เป็นเหมือนปกติเหมือนที่แตงโมออกไปถ่ายละคร แตงโมก็มักจะมาลาตนเป็นปกติอยู่แล้ว ตนอยากย้ำว่าตนไม่ได้รู้จักกับคนบนเรือเลย รู้จักกระติกแค่คนเดียว แต่ตนก็ไม่ได้สนิทกับกระติก ส่วนใครที่มาบอกว่าตนรู้จักกับคนบนเรือ หรือมาบอกว่าคนบนเรือรู้จักตน ตนขอย้ำชัด ๆ ว่าไม่เคยรู้จักใครเลย ตนไม่มีเบอร์โทรศัพท์ ไม่เคยพูดคุยกับใครบนเรือ โดยเฉพาะกรณีของคนที่ชื่อเอ็กซ์ที่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ หรือที่ออกมาให้ข้อมูล ออกรายการอะไรสักอย่าง ตนได้ไปดูรายการดังกล่าวมาแล้ว ยอมรับว่ารู้จักกับเขาแต่ไม่ได้สนิทด้วย ตนรู้จักกับเขาแค่วันเดียว เนื่องจากเพื่อนสนิทของตนที่ชื่อน็อต เขาเป็นรุ่นน้องกับคนที่ชื่อเอ็กซ์ แล้ววันนั้นตนได้ไปขับรถเล่น กับเพื่อนและรุ่นน้องที่บางแสน เพื่อนที่ชื่อน็อตได้โทรศัพท์ไปหาคนที่ชื่อเอ็กซ์ ว่าจะมีการไปขับรถเล่นที่บางแสน ซึ่งเป็นการติดต่อกันเองตนไม่ได้รู้จักเอ็กซ์ แต่ไปรู้จักกันในวันนั้นเพียงแค่ทักทายและกล่าวสวัสดีเท่านั้น จากนั้นตนก็ไม่ได้ติดต่อนายเอ็กซ์อีกเลย ไม่มีไลน์อะไรทั้งสิ้น นายเอ็กซ์สนิทกับนายน็อตมากกว่า

นายเบิร์ดเผยกับสื่อว่า ตนได้พูดอธิบายข้อมูลที่มีประโยชน์กับทางดีเอสไอไปหมดแล้ว ตนไม่สามารถพูดอะไรได้มากไปกว่านี้แล้ว นอกจากนี้ ย้อนไปเมื่อวันเกิดเหตุ ในเวลาประมาณ 19.19 น. ตนได้คุยกับแตงโมเป็นครั้งสุดท้าย โดยแตงโมบอกว่าถึงร้านอาหารแล้ว ลงเรือกินข้าวแล้ว และแตงโมก็ได้ถามตนว่า “เธอกินข้าวหรือยัง” ตนจึงตอบกลับไปว่า “กินแล้ว กำลังทำงานอยู่” หลังจากที่เบิร์ดพูดประเด็นดังกล่าวปรากฏว่าเพื่อนผู้ชายของเบิร์ดที่มาด้วยพยายามดึงตัวเบิร์ดออกไปแล้วบอกว่า “พอแล้ว ขอบคุณมากครับ ขอโทษนะครับ”

และยังทิ้งท้ายกับสื่อว่า

“ผมไม่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ และตนอยากให้สังคมเสพข่าว แต่ไม่ต้องเชื่อข่าวทั้งหมด ต้องคิดวิเคราะห์แยกแยะ ทั้งนี้ ผมไม่เคยโดนข่มขู่และไม่กลัวใครด้วย ผมไม่ออกมา 3 ปีแต่ผมเสียใจ ผมเจ็บ เพราะแต่ละคนจิตใจไม่เหมือนกัน ผมขอโทษที่มีอาการรู้สึกอึดอัด บางครั้งเจอข่าวคนโจมตีผม แค่อยากจะบอกว่าจิตใจคนเราไม่เหมือนกัน ผมก็รับได้เท่านี้ แต่ละคนรับได้ไม่เท่ากัน ทุกวันนี้ผมเลือกทำตามใจของตัวเอง ไม่ได้ทำตามใจคนอื่น ที่ไม่ได้ออกมา แต่สิ่งที่คนเรียกร้องให้ผมออกมาเป็นการทำตามใจของคนอื่น แต่ที่ตัวไม่ออกมาเป็นเพราะตนทำใจตัวเอง” นายเบิร์ด ระบายความในใจ.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...