โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

IMF หั่นคาดการณ์ศก.โลกปีนี้เหลือ 2.8% เตือนสงครามการค้าทรัมป์ทำกระอัก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 05.26 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 05.26 น.
FILE PHOTO AP

IMF หั่นคาดการณ์ศก.โลกปีนี้เหลือ 2.8% เตือนสงครามการค้าทรัมป์ทำกระอัก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เตือนว่า นโยบายภาษีที่คาดเดาไม่ได้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และมาตรการตอบโต้จากประเทศคู่ค้า อาจสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจของสหรัฐเองที่จะได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษ

ในการรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Outlook) ที่ไอเอ็มเอฟเผยแพร่เมื่อวันที่ 22 เมษายน คาดการณ์ว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะชะลอลงเหลือ 2.8% ในปีนี้ จาก 3.3% ในปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ ผลกระทบทางเศรษฐกิจสำหรับสหรัฐอเมริกาจะรุนแรงอย่างยิ่ง โดยคาดว่าการเติบโตจะเหลือเพียง 1.8% ในปี 2025 เทียบกับ 2.8% ในปี 2024

การคาดการณ์ทั้งสองอย่างนี้ถือว่ามองในแง่ร้ายกว่าการคาดการณ์เมื่อเดือนมกราคมอย่างมาก ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ทรัมป์จะออกมาตรการเก็บภาษีขาเข้าใหม่ๆ จนทำให้อัตราภาษีนำเข้าโดยเฉลี่ยของสหรัฐพุ่งขึ้นถึงระดับสูงสุดในรอบศตวรรษ

“ความตึงเครียดทางการค้าทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว และความไม่แน่นอนทางนโยบายในระดับที่สูงมาก จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจโลก และความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกในเวลานี้มีแนวโน้มไปทางลบอย่างชัดเจน” ไอเอ็มเอฟระบุ

นายปิแอร์-โอลิวิเยร์ กูแร็งชาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของไอเอ็มเอฟเขียนในบล็อกโพสต์ว่า มาตรการภาษีใหม่ของทรัมป์มีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของการปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ โดยชี้ว่าเพียงแค่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายก็ทำให้ความต้องการภายในประเทศลดลงตั้งแต่ก่อนที่จะมีการประกาศขึ้นภาษีศุลกากรกับสินค้านำเข้าแล้ว

กูแร็งชาสกล่าวว่า อเมริกาเหนือก็เป็นเช่นเดียวกับทุกภูมิภาคทั่วโลก ที่จะไม่ได้ประโยชน์ระยะยาวจากมาตรการภาษีเหล่านี้ ผลกระทบระยะยาวของภาษี หากมันยังคงอยู่ต่อไป จะส่งผลที่เป็นลบต่อทุกภูมิภาค เช่นเดียวกับผลกระทบในระยะสั้นที่เกิดขึ้นแล้ว

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของไอเอ็มเอฟเสริมด้วยว่า “ความเป็นอิสระของธนาคารกลางยังคงเป็นรากฐานสำคัญ” ซึ่งความเห็นดังกล่าวของเขามีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากทรัมป์โจมตีนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าเป็น “คนขี้แพ้ตัวฉกาจ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามอย่างต่อเนื่องของทรัมป์เพื่อกดดันให้พาวเวลล์ลดดอกเบี้ย

กระนั้นก็ดี การลดต้นทุนการกู้ยืม ณ เวลานี้มีความเสี่ยงที่จะผลักดันให้เงินเฟ้อของสหรัฐพุ่งสูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันเงินเฟ้อสหรัฐก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอีกเนื่องจากภาษีทรัมป์ ตามการคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญหลายคน

ไอเอ็มเอฟยังมีมุมมองด้านลบต่อระดับราคาในสหรัฐมากขึ้น โดยคาดว่าเงินเฟ้อสหรัฐจะพุ่งสูงถึง 3% ในปีนี้ เมื่อเทียบกับที่คาดการณ์ในเดือนมกราคมที่ 2%

ไอเอ็มเอฟระบุว่ารายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับล่าสุดนี้ จัดทำขึ้นภายใต้สถานการณ์พิเศษ โดยการที่ทรัมป์เผยแผนเรียกเก็บภาษีศุลกากรครั้งใหญ่ในวันที่ 2 เมษายน บังคับให้ไอเอ็มเอฟต้องทิ้งการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ ซึ่งเกือบจะทำเสร็จแล้วในเวลานั้น

“เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ซึ่งระบบเศรษฐกิจโลกที่ดำเนินมาเป็นเวลากว่า 80 ปีกำลังถูกตั้งค่าใหม่” กูแร็งชาสกล่าว

ไอเอ็มเอฟยังระบุในรายงานด้วยว่า ความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมกับความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับทิศทางของนโยบายการค้า อาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงยิ่งกว่าเดิม ในทางกลับกัน การลดภาษีจากอัตราปัจจุบันและข้อตกลงใหม่ที่ให้ความชัดเจน บวกกับเสถียรภาพด้านนโยบายการค้า อาจส่งผลในทางตรงกันข้ามคือช่วยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

วันเดียวกัน คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป ก็แสดงความเห็นเกี่ยวกับการค้าในทำนองเดียวกันว่า การค้าเสรีช่วยส่งเสริมการเติบโตโดยรวมมาโดยตลอด และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของทุกประเทศ ขณะที่การขึ้นภาษีจะส่งผลลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของยุโรป แม้ว่าเธอไม่คาดว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในกลุ่ม 20 ประเทศที่ใช้เงินยูโรก็ตาม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : IMF หั่นคาดการณ์ศก.โลกปีนี้เหลือ 2.8% เตือนสงครามการค้าทรัมป์ทำกระอัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...