โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ส่องเทรนด์ความงามโลก สวยสะอาดจากภายในสู่ภายนอก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 เม.ย. 2568 เวลา 06.34 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2568 เวลา 02.00 น.
อินสตาแกรม @gisou, @rhode และ @haileybiber

ส่องเทรนด์ความงามโลก สวยสะอาดจากภายในสู่ภายนอก

การแพร่ระบาดของโควิด 19 ส่งผลให้กระแสนิยมในอุตสาหกรรมความงามเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาเทรนด์การแต่งหน้าปี 2016 ที่ให้ความสำคัญกับการใช้คอนทัวร์และไฮไลต์ที่ชัดเจนเพื่อส่งเสริมความคมชัดของใบหน้า รวมถึงการแต่งตาด้วยอายแชโดว์พร้อมกับใช้เทคนิค cut crease เพื่อสร้างมิติให้ดวงตากลมโต และแน่นอนว่าเบสของการแต่งหน้าในยุคนั้นหนีไม่พ้นรองพื้นเนื้อแมตต์ที่แบบปกปิดขั้นสุดเพื่อให้ผิวเนียนกริบ กระแสตกลงฮวบ

เรื่องนี้มีปัจจัยสำคัญมาจากการที่การทำงานที่บ้าน รวมถึงการสวมหน้ากากอนามัยได้กลายเป็นวิถีชีวิตใหม่ ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องแต่งหน้าจัดเต็มอีกต่อไป งานวิจัยของ McKinsey & Company ระบุว่า สำหรับแบรนด์ความงามระดับพรีเมียม ยอดซื้อเครื่องสำอางลดลงถึง 55% เพียงหนึ่งปีหลังวิกฤตโควิด ในขณะเดียวกันการศึกษาของ Kantar ที่สำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภค 300,000 ราย ทั้งบุคคลและครัวเรือนใน 20 ประเทศ รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ความงามในชีวิตประจำวันของผู้หญิงใน 7 ประเทศที่ขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดพบว่า อุปสงค์ของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายและดูแลเส้นผมนั้นเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สวยสะอาด Clean Girl Aesthetic
Clean Girl Aesthetic คือความงามแบบมินิมอลที่เน้นขับความงามที่มีอยู่แล้ว โดยทำให้ตัวเองดูดีขึ้นในแบบที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความงามตามธรรมชาติที่เรามี แต่เหมือนอาบน้ำวันละ 10 รอบ เหมือนไม่พยายาม แต่ที่แท้จริงแล้วพยายามมาก!

บริติชโว้ก ระบุว่า บนแพลตฟอร์มติ๊กต็อก ผู้คนเริ่มพูดถึงคำว่า Clean Girl Aesthetic มาตั้งแต่ช่วงปลายปี
2021 จนมาถึงปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ เฮลีย์ บีเบอร์ นางแบบสาวชื่อดังและภรรยาของ จัสติน บีเบอร์ ศิลปินระดับโลก ออกแบรนด์ Rhode ที่เสิร์ฟสุนทรียะคลีนเกิร์ลอย่างที่สุด ด้วยแพคเกจจิ้งที่เรียบง่าย ดูสะอาดตา ประกอบกับการที่แบรนด์เปิดตัวด้วยผลิตภัณฑ์ลิปทรีตเมนต์บำรุงริมฝีปาก เข้ากับช่วงเวลาที่ตลาดกำลังให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง ยิ่งกระตุ้นให้เทรนด์ Clean Girl Aesthetic ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

การแต่งหน้าแบบ Clean Girl Aesthetic เน้นไปที่การใช้รองพื้นที่มีเนื้อสัมผัสบางเบา มีฟินิชลุคผิวโกลว์ใส ปกปิดเพียงเล็กน้อยและเผยให้เห็นผิวธรรมชาติ สามารถสังเกตได้ว่าหลากหลายเบรนด์ก็ได้ออกทินท์มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มอบให้ความชุ่มชื้นกับผิว มาสอดรับกับอุปสงค์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Huda Beauty GloWish Multi Dew Skin Tint หรือ NARS Pure Radiant Tinted Moisturizer SPF30 PA+++ ก็ตาม

ในส่วนของแก้ม การใช้บลัชออนที่มีเนื้อครีมคือ“ของมันต้องมี!” ในการสร้างลุคที่เป็นธรรมชาติ เพราะจะกลืนไปกับผิวเหมือนมีแก้มสีนี้มาตั้งแต่เกิด โดยครีมบลัชที่กำลังมีกระแสในต่างประเทศหนีไม่พ้น Stay Vulnerable Melting Blush และ Soft Pinch Liquid Blush ของ Rare Beauty ที่สามารถกวาดคะแนนจากผู้รีวิวกว่า 12,000 คน ในเว็บไซต์เซโฟร่าสหรัฐไปได้ถึง 4.4/5 คะแนน ขณะที่ BeachPlease Tinted Balm for Lips + Cheeks ของ Tower 28 Beauty ก็ตอบโจทย์ Clean Girl Aesthetic อย่างที่สุด ในฝั่งของเมืองผู้ดี แบรนด์ Refy ได้ออกครีมบรัชสีตุ่นทั้งคลูโทนและวอร์มโทนซึ่งละลายไปกับผิวแก้ม ก็ฮอตฮิตไม่แพ้กัน

ความนิยมของการแต่งหน้าให้ผิวโกลว์ฉ่ำในลุคที่เป็นธรรมชาติส่งผลให้ Asian Makeup กำลังเป็นที่ฮือฮาในฝั่งตะวันตก เพราะการแต่งหน้าในภูมิภาคนี้ปฏิเสธการแต่งหน้าจัดและเน้นความเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญการบำรุงผิวคือพื้นฐานของความงามและเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ปรากฏการณ์นี้ทำให้ K-Beauty สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดไปทั่วโลก เดอะการ์เดียนรายงานว่า ยอดขายสกินแคร์ที่มาจากเกาหลีใต้ในสหราชอาณาจักรนั้นพุ่งสูงเพราะผู้บริโภคต่างหลงใหลในผลิตภัณฑ์ที่ให้สัญญาว่าจะมอบผิวสวยกระจ่างใส ขณะที่ Boots ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ก็ได้ขยายไลน์สินค้าของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นด้วย

โคเรีย เฮอรัลล์ ระบุว่า กระทรวงความปลอดภัยด้านอาหารและยาแห่งเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า การส่งออกเครื่องสำอางของเกาหลีใต้เมื่อปี 2024 ทำสถิติยอดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะเดียวกัน CJ Olive Young ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกเครื่องสำอางรายใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ก็มีแผนการที่จะดีตลาดสหรัฐในปี 2025 นี้ด้วย

สุขภาพดีภายในสู่ความงามภายนอก
จากการรายงานของบิสซิเนส อินไซเดอร์ Gen Y และ Gen Z กำลังมีบทบาทสำคัญในการพยุงหนึ่งอุตสาหกรรมให้รอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งก็คือ อุตสาหกรรมด้านความเป็นอยู่ที่ดี (wellness industry)

นักวิเคราะห์ของแบงก์ออฟอเมริกากล่าวว่า ชาวอเมริกันรุ่นใหม่มีความสนใจเรื่องการดำเนินชีวิตที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ภาคธุรกิจสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมีแนวโน้มเติบโดอย่างต่อเนื่อง โดย Gen Z ใช้จ่ายกับเรื่องฟิตเนสมากกว่าเบบี้บูมเมอร์ 2.8 เท่า ขณะที่ Gen Y ใช้จ่ายมากกว่าราว 3 เท่า นอกจากนั้น ในช่วงไม่ที่ปีที่ผ่านมา Gen Y และ Gen Z หันหลังให้กับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และใส่ใจในการบริโภคมากขึ้น

ก่อนที่กระแสการดื่มมัทฉะจะมาแรงในประเทศไทย โลกโซเชียลมีเดียตะวันตกได้มีการพูดถึงประโยชน์ของการดื่มมัทฉะกันอย่างกว้างขวาง โดยมัทฉะเปรียบเสมือนซุปเปอร์ฟู้ดที่ค่อยๆ ปล่อยคาเฟอีนออกมาทำให้มีแรงในการใช้ชีวิตต่อเนื่อง คลอโรฟิลล์ในมัทฉะยังเป็นสารล้างพิษตามธรรมชาติ และที่สำคัญมัทฉะเต็มไปด้วยสารด้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอวัย ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ self care ที่เกิดขึ้นอีกด้วย

ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียจำนวนมากได้โพสต์คอนเทนต์ลงแพลต์ฟอร์มส่วนตัวพร้อมกับติด #matchagirlie จนได้กลายเป็นกระแส มีชาวตะวันตกจำนวนมากตัดสินใจมาลองดื่มมัทฉะกันมากขึ้น ฟอบส์รายงานว่า ความนิยมของการดื่มมัทฉะกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยคาดว่าจะเติบโตถึงประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2028 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีระหว่างปี 2023 ถึง 2028 ที่ 10.39%

ไลฟ์สไตล์การใส่ใจสุขภาพกลายมาเป็นแนวทางการใช้ชีวิตแบบ “ลักชัวรี่” ในลักษณะใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องถือกระเป๋าเฮอเมสหรือดีออร์ เพียงแต่ถือแก้วสมูทตี้ที่ติดโลโก้ Erawhon ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่เป็นแหล่งสวรรค์ของคนรักสุขภาพ อย่างไรก็ดี ร้านค้าแห่งนี้ก็ได้รับการขนานนามว่าเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่แพงที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐ โดยสมูทตี้เพียงแก้วเดียวมีราคาประมาณ 700 บาท ขณะที่สตรอว์เบอร์รี่ที่นำเข้าจากญี่ปุ่นเพียงลูกเดียวก็ขายในราคาเกือบ 700 บาทด้วย

โว้กบิสซิเนสรายงานว่า Erawhon ไม่ได้เป็นเพียงแค่ซูเปอร์มาร์เก็ตธรรมดาๆ แต่เป็นสัญลักษณ์ของสถานะ ทางสังคม นักท่องเที่ยวจากเบอร์ลินให้สัมภาษณ์ว่า “การซื้อสมูทตี้จาก Erawhon เป็นเหมือนการซื้อแว่น กันแดดชาแนลในวันที่ยังไม่สามารถซื้อชาแนลได้” เพื่อนของเธอกล่าวเสริมว่า “มันเป็นเหมือนการซื้อตั๋วราคา 20 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อเข้าสู่โลกที่หรูหรา ที่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในนั้น” ด้าน พาเมล่า แดนซิเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าหรูหรา กล่าวว่า “Erawhon เป็นจุดบรรจบของ 2 เทรนด์ในตลาดสินค้าหรูหรา ได้แก่ ความหรูหราที่ได้มาจากประสบการณ์ และกระแสการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี”

อีกหนึ่งเทรนด์ที่มากำลังมาแรงในต่างประเทศคือ Pink Pilates Princess โว้กบิสซิเนสรายงานว่า เทรนด์นี้มีต้นกำเนิดมาจากติ๊กต็อกในช่วงปลายปี 2023 โดยศัพท์ดังกล่าวใช้อธิบายกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองและชื่นชอบการเล่นพิลาทิส อีวา เรนเด เทรนเนอร์ออกกำลังกายส่วนตัว นิยาม Pink Pilates Princess ไว้ว่า

เวลาที่ฉันนึกถึง Pink Pilates Princess ฉันจะนึกถึงผู้หญิงที่ตื่นเช้าและจริงจังกับการดูแลตัวเอง เธออาจจะใช้ลูกกลิ้งเย็นในตอนเช้า ชงมัทฉะลาเด้หรือกาแฟเย็น ขณะที่กำลังแปะมาร์คใต้ตาเอาไว้ ต่อมาก็จะหยิบแก้วทัมเบลอร์ สวมชุดพิลาทิสน่ารักๆ และจะมุ่งหน้าไปที่คลาสพิลาทิสหลังจากนั้น” โว้กบิสซิเนสระบุด้วยว่า ในเดือนธันวาคม 2024 มีวิดีโอที่ติด #PinkPilatesPrincess บนติ๊กตอกมากถึง 47,000 คลิป

Prejuveuation ป้องกันเพื่อชะลอวัย
คลินิกเสริมความงาม Bare Radiance Aestheics ที่ตั้งอยู่ที่รัฐโคโลราโด ชี้ว่า Prejuveunation เป็นเทรนด์ความงามที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคน Gen Y และ Gen Z โดยคำดังกล่าวเป็นค้าผสมของคำว่า Prevention (การป้องกัน) และ Rejuvenation (การฟื้นฟู) ซึ่งแตกต่างจากการดูแลแบบ Anti-Aging หรือแก้ไขความชรา แต่เป็นการดูแลในเชิงป้องกันก่อนที่จะเกิดปัญหา

พร้อมระบุอีกว่า ความจำเป็นที่จะต้องใช้ซูมเพื่อสื่อสารในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิค ทำให้หลายคนสังเกตใบหน้าของตนเองผ่านจอมากขึ้น จนทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Zoom Boom ซึ่งเป็นสภาวะของตระหนักถึงภาพลักษณ์ของตนเอง โดยหัตถการ Rejuvenation จะเห็นไปที่การดูแลผิว กระตุ้นคอลลาเจนและป้องกันริ้วรอย ซึ่งรวมถึงการฉีดโบท็อกริ้วรอย ฉีดสกินบูสเตอร์ การทำทรีทเม้นท์ ไปจนถึงการใช้การเครื่องยกกระชับด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องเทรนด์ความงามโลก สวยสะอาดจากภายในสู่ภายนอก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...