ส่องเทรนด์ความงามโลก สวยสะอาดจากภายในสู่ภายนอก
ส่องเทรนด์ความงามโลก สวยสะอาดจากภายในสู่ภายนอก
การแพร่ระบาดของโควิด 19 ส่งผลให้กระแสนิยมในอุตสาหกรรมความงามเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาเทรนด์การแต่งหน้าปี 2016 ที่ให้ความสำคัญกับการใช้คอนทัวร์และไฮไลต์ที่ชัดเจนเพื่อส่งเสริมความคมชัดของใบหน้า รวมถึงการแต่งตาด้วยอายแชโดว์พร้อมกับใช้เทคนิค cut crease เพื่อสร้างมิติให้ดวงตากลมโต และแน่นอนว่าเบสของการแต่งหน้าในยุคนั้นหนีไม่พ้นรองพื้นเนื้อแมตต์ที่แบบปกปิดขั้นสุดเพื่อให้ผิวเนียนกริบ กระแสตกลงฮวบ
เรื่องนี้มีปัจจัยสำคัญมาจากการที่การทำงานที่บ้าน รวมถึงการสวมหน้ากากอนามัยได้กลายเป็นวิถีชีวิตใหม่ ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องแต่งหน้าจัดเต็มอีกต่อไป งานวิจัยของ McKinsey & Company ระบุว่า สำหรับแบรนด์ความงามระดับพรีเมียม ยอดซื้อเครื่องสำอางลดลงถึง 55% เพียงหนึ่งปีหลังวิกฤตโควิด ในขณะเดียวกันการศึกษาของ Kantar ที่สำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภค 300,000 ราย ทั้งบุคคลและครัวเรือนใน 20 ประเทศ รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ความงามในชีวิตประจำวันของผู้หญิงใน 7 ประเทศที่ขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดพบว่า อุปสงค์ของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายและดูแลเส้นผมนั้นเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สวยสะอาด Clean Girl Aesthetic
Clean Girl Aesthetic คือความงามแบบมินิมอลที่เน้นขับความงามที่มีอยู่แล้ว โดยทำให้ตัวเองดูดีขึ้นในแบบที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความงามตามธรรมชาติที่เรามี แต่เหมือนอาบน้ำวันละ 10 รอบ เหมือนไม่พยายาม แต่ที่แท้จริงแล้วพยายามมาก!
บริติชโว้ก ระบุว่า บนแพลตฟอร์มติ๊กต็อก ผู้คนเริ่มพูดถึงคำว่า Clean Girl Aesthetic มาตั้งแต่ช่วงปลายปี
2021 จนมาถึงปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ เฮลีย์ บีเบอร์ นางแบบสาวชื่อดังและภรรยาของ จัสติน บีเบอร์ ศิลปินระดับโลก ออกแบรนด์ Rhode ที่เสิร์ฟสุนทรียะคลีนเกิร์ลอย่างที่สุด ด้วยแพคเกจจิ้งที่เรียบง่าย ดูสะอาดตา ประกอบกับการที่แบรนด์เปิดตัวด้วยผลิตภัณฑ์ลิปทรีตเมนต์บำรุงริมฝีปาก เข้ากับช่วงเวลาที่ตลาดกำลังให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง ยิ่งกระตุ้นให้เทรนด์ Clean Girl Aesthetic ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
การแต่งหน้าแบบ Clean Girl Aesthetic เน้นไปที่การใช้รองพื้นที่มีเนื้อสัมผัสบางเบา มีฟินิชลุคผิวโกลว์ใส ปกปิดเพียงเล็กน้อยและเผยให้เห็นผิวธรรมชาติ สามารถสังเกตได้ว่าหลากหลายเบรนด์ก็ได้ออกทินท์มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มอบให้ความชุ่มชื้นกับผิว มาสอดรับกับอุปสงค์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Huda Beauty GloWish Multi Dew Skin Tint หรือ NARS Pure Radiant Tinted Moisturizer SPF30 PA+++ ก็ตาม
ในส่วนของแก้ม การใช้บลัชออนที่มีเนื้อครีมคือ“ของมันต้องมี!” ในการสร้างลุคที่เป็นธรรมชาติ เพราะจะกลืนไปกับผิวเหมือนมีแก้มสีนี้มาตั้งแต่เกิด โดยครีมบลัชที่กำลังมีกระแสในต่างประเทศหนีไม่พ้น Stay Vulnerable Melting Blush และ Soft Pinch Liquid Blush ของ Rare Beauty ที่สามารถกวาดคะแนนจากผู้รีวิวกว่า 12,000 คน ในเว็บไซต์เซโฟร่าสหรัฐไปได้ถึง 4.4/5 คะแนน ขณะที่ BeachPlease Tinted Balm for Lips + Cheeks ของ Tower 28 Beauty ก็ตอบโจทย์ Clean Girl Aesthetic อย่างที่สุด ในฝั่งของเมืองผู้ดี แบรนด์ Refy ได้ออกครีมบรัชสีตุ่นทั้งคลูโทนและวอร์มโทนซึ่งละลายไปกับผิวแก้ม ก็ฮอตฮิตไม่แพ้กัน
ความนิยมของการแต่งหน้าให้ผิวโกลว์ฉ่ำในลุคที่เป็นธรรมชาติส่งผลให้ Asian Makeup กำลังเป็นที่ฮือฮาในฝั่งตะวันตก เพราะการแต่งหน้าในภูมิภาคนี้ปฏิเสธการแต่งหน้าจัดและเน้นความเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญการบำรุงผิวคือพื้นฐานของความงามและเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ปรากฏการณ์นี้ทำให้ K-Beauty สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดไปทั่วโลก เดอะการ์เดียนรายงานว่า ยอดขายสกินแคร์ที่มาจากเกาหลีใต้ในสหราชอาณาจักรนั้นพุ่งสูงเพราะผู้บริโภคต่างหลงใหลในผลิตภัณฑ์ที่ให้สัญญาว่าจะมอบผิวสวยกระจ่างใส ขณะที่ Boots ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ก็ได้ขยายไลน์สินค้าของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นด้วย
โคเรีย เฮอรัลล์ ระบุว่า กระทรวงความปลอดภัยด้านอาหารและยาแห่งเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า การส่งออกเครื่องสำอางของเกาหลีใต้เมื่อปี 2024 ทำสถิติยอดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะเดียวกัน CJ Olive Young ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกเครื่องสำอางรายใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ก็มีแผนการที่จะดีตลาดสหรัฐในปี 2025 นี้ด้วย
สุขภาพดีภายในสู่ความงามภายนอก
จากการรายงานของบิสซิเนส อินไซเดอร์ Gen Y และ Gen Z กำลังมีบทบาทสำคัญในการพยุงหนึ่งอุตสาหกรรมให้รอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งก็คือ อุตสาหกรรมด้านความเป็นอยู่ที่ดี (wellness industry)
นักวิเคราะห์ของแบงก์ออฟอเมริกากล่าวว่า ชาวอเมริกันรุ่นใหม่มีความสนใจเรื่องการดำเนินชีวิตที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ภาคธุรกิจสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมีแนวโน้มเติบโดอย่างต่อเนื่อง โดย Gen Z ใช้จ่ายกับเรื่องฟิตเนสมากกว่าเบบี้บูมเมอร์ 2.8 เท่า ขณะที่ Gen Y ใช้จ่ายมากกว่าราว 3 เท่า นอกจากนั้น ในช่วงไม่ที่ปีที่ผ่านมา Gen Y และ Gen Z หันหลังให้กับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และใส่ใจในการบริโภคมากขึ้น
ก่อนที่กระแสการดื่มมัทฉะจะมาแรงในประเทศไทย โลกโซเชียลมีเดียตะวันตกได้มีการพูดถึงประโยชน์ของการดื่มมัทฉะกันอย่างกว้างขวาง โดยมัทฉะเปรียบเสมือนซุปเปอร์ฟู้ดที่ค่อยๆ ปล่อยคาเฟอีนออกมาทำให้มีแรงในการใช้ชีวิตต่อเนื่อง คลอโรฟิลล์ในมัทฉะยังเป็นสารล้างพิษตามธรรมชาติ และที่สำคัญมัทฉะเต็มไปด้วยสารด้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอวัย ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ self care ที่เกิดขึ้นอีกด้วย
ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียจำนวนมากได้โพสต์คอนเทนต์ลงแพลต์ฟอร์มส่วนตัวพร้อมกับติด #matchagirlie จนได้กลายเป็นกระแส มีชาวตะวันตกจำนวนมากตัดสินใจมาลองดื่มมัทฉะกันมากขึ้น ฟอบส์รายงานว่า ความนิยมของการดื่มมัทฉะกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยคาดว่าจะเติบโตถึงประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2028 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีระหว่างปี 2023 ถึง 2028 ที่ 10.39%
ไลฟ์สไตล์การใส่ใจสุขภาพกลายมาเป็นแนวทางการใช้ชีวิตแบบ “ลักชัวรี่” ในลักษณะใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องถือกระเป๋าเฮอเมสหรือดีออร์ เพียงแต่ถือแก้วสมูทตี้ที่ติดโลโก้ Erawhon ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่เป็นแหล่งสวรรค์ของคนรักสุขภาพ อย่างไรก็ดี ร้านค้าแห่งนี้ก็ได้รับการขนานนามว่าเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่แพงที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐ โดยสมูทตี้เพียงแก้วเดียวมีราคาประมาณ 700 บาท ขณะที่สตรอว์เบอร์รี่ที่นำเข้าจากญี่ปุ่นเพียงลูกเดียวก็ขายในราคาเกือบ 700 บาทด้วย
โว้กบิสซิเนสรายงานว่า Erawhon ไม่ได้เป็นเพียงแค่ซูเปอร์มาร์เก็ตธรรมดาๆ แต่เป็นสัญลักษณ์ของสถานะ ทางสังคม นักท่องเที่ยวจากเบอร์ลินให้สัมภาษณ์ว่า “การซื้อสมูทตี้จาก Erawhon เป็นเหมือนการซื้อแว่น กันแดดชาแนลในวันที่ยังไม่สามารถซื้อชาแนลได้” เพื่อนของเธอกล่าวเสริมว่า “มันเป็นเหมือนการซื้อตั๋วราคา 20 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อเข้าสู่โลกที่หรูหรา ที่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในนั้น” ด้าน พาเมล่า แดนซิเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าหรูหรา กล่าวว่า “Erawhon เป็นจุดบรรจบของ 2 เทรนด์ในตลาดสินค้าหรูหรา ได้แก่ ความหรูหราที่ได้มาจากประสบการณ์ และกระแสการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี”
อีกหนึ่งเทรนด์ที่มากำลังมาแรงในต่างประเทศคือ Pink Pilates Princess โว้กบิสซิเนสรายงานว่า เทรนด์นี้มีต้นกำเนิดมาจากติ๊กต็อกในช่วงปลายปี 2023 โดยศัพท์ดังกล่าวใช้อธิบายกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองและชื่นชอบการเล่นพิลาทิส อีวา เรนเด เทรนเนอร์ออกกำลังกายส่วนตัว นิยาม Pink Pilates Princess ไว้ว่า
“เวลาที่ฉันนึกถึง Pink Pilates Princess ฉันจะนึกถึงผู้หญิงที่ตื่นเช้าและจริงจังกับการดูแลตัวเอง เธออาจจะใช้ลูกกลิ้งเย็นในตอนเช้า ชงมัทฉะลาเด้หรือกาแฟเย็น ขณะที่กำลังแปะมาร์คใต้ตาเอาไว้ ต่อมาก็จะหยิบแก้วทัมเบลอร์ สวมชุดพิลาทิสน่ารักๆ และจะมุ่งหน้าไปที่คลาสพิลาทิสหลังจากนั้น” โว้กบิสซิเนสระบุด้วยว่า ในเดือนธันวาคม 2024 มีวิดีโอที่ติด #PinkPilatesPrincess บนติ๊กตอกมากถึง 47,000 คลิป
Prejuveuation ป้องกันเพื่อชะลอวัย
คลินิกเสริมความงาม Bare Radiance Aestheics ที่ตั้งอยู่ที่รัฐโคโลราโด ชี้ว่า Prejuveunation เป็นเทรนด์ความงามที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคน Gen Y และ Gen Z โดยคำดังกล่าวเป็นค้าผสมของคำว่า Prevention (การป้องกัน) และ Rejuvenation (การฟื้นฟู) ซึ่งแตกต่างจากการดูแลแบบ Anti-Aging หรือแก้ไขความชรา แต่เป็นการดูแลในเชิงป้องกันก่อนที่จะเกิดปัญหา
พร้อมระบุอีกว่า ความจำเป็นที่จะต้องใช้ซูมเพื่อสื่อสารในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิค ทำให้หลายคนสังเกตใบหน้าของตนเองผ่านจอมากขึ้น จนทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Zoom Boom ซึ่งเป็นสภาวะของตระหนักถึงภาพลักษณ์ของตนเอง โดยหัตถการ Rejuvenation จะเห็นไปที่การดูแลผิว กระตุ้นคอลลาเจนและป้องกันริ้วรอย ซึ่งรวมถึงการฉีดโบท็อกริ้วรอย ฉีดสกินบูสเตอร์ การทำทรีทเม้นท์ ไปจนถึงการใช้การเครื่องยกกระชับด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องเทรนด์ความงามโลก สวยสะอาดจากภายในสู่ภายนอก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th