โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

หนุ่มขับหัวลากเสพยาจนหลอนระแวงเมียมีกิ๊ก ทำร้ายเมียจนสลบคิดว่าเมียไม่รอดแล้ว เกิดสำนึกได้ใช้ผ้าขาวม้าผูกคอดับ แต่เมียฟื้น

สยามนิวส์

เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 03.51 น. • สยามนิวส์
หนุ่มขับหัวลากเสพยาจนหลอนระแวงเมียมีกิ๊ก ทำร้ายเมียจนสลบคิดว่าเมียไม่รอดแล้ว เกิดสำนึกได้ใช้ผ้าขาวม้าผูกคอดับ แต่เมียฟื้น

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 68 เพจ แหลมฉบังนิวส์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า หนุ่มขับหัวลากเสพยาจนหลอนระแวงเมียมีกิ๊กตบตีบีบคอเมียจนสลบคิดว่าเมียตายเกิดสำนึกได้ใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตายตามแต่เมียฟื้นขึ้นมาเจอผัวผูกคอดับ เมื่อเวลา09.00นวันนี้(22เม.ย68)ร.ต.อ.อิสรพงษ์ ทวียศกีรติ ร้อยเวรสภ.แหลมฉบังรับแจ้งมีคนผูกคอเสียชีวิตในหอพักแห่งหนึ่งข้างร้านอาหารครัวริมบึงเลขที่ 209/10ม.12ต.ทุ่งสุขลาอ.ศรีราชาจ.ชลบุรี หลังรับแจ้งรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยชุดสืบสวนสภ.แหลมฉบังและอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา ในที่เกิดเหตุพบร่างนายวิเชษฐ์ ภูริมนาค อายุ34ปีเป็นพนักงานขับรถหัวลากบริษํทแห่งหนึ่ง ใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตัวเองกับพัดลมเพดาน คาคว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า5-6ชั่วโมง

สอบสวนนส.วารี นามสมมุติอยุ32ปีพนักงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม เป็นภรรยาเล่าว่าก่อนเกิดเหตุได้มีปากเสียงทะเลาะกับผู้ตายซึ่งพอเสพยาก็มีอาการระแวงหึงหวงตนเอง และบังคับให้ตนไปลาออกจากงาน ก่อนจะลงมือทำร้ายและบีบคอจนกระทั่งตนเองสลบไป พอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็พบว่านายวิเชษฐ์ผูกคอตัวเองเสียชีวิต ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ตายหลังจากทำร้ายภรรยาจนสลบปลุกไม่ตื่นคิดว่าภรรยาเสียชีวิตเกิดสำนึกผิดจึงได้ผูกคอตัวเองเพื่อตายตามเมียตัวเองไป เบื้องต้นได้ให้หน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชานำศพไปชันสูตรสาเหตุอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลแหลมฉบังและจะได้ติดต่อญาติมารับศพไปดำเนินการต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...