โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สถิติโลก! หนุ่มอินเดียมีขนบนใบหน้าเยอะที่สุดในโลก ปกคลุมใบหน้าถึง 95%

Khaosod

อัพเดต 11 มี.ค. 2568 เวลา 07.46 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. 2568 เวลา 07.36 น.

ขนดกเป็นสถิติ! หนุ่มอินเดียวัย 18 ปี เจ้าของสถิติโลก บุคคลที่มีขนปกคลุมบนใบหน้าเยอะที่สุดในโลก ณ เวลานี้ บันทึกสถิติโดย กินเนส เวิลด์ เรคคอร์ด

‘ลลิต ปฏิดาร์’ หนุ่มอินเดียเจ้าของสถิติ ‘ผู้ที่มีขนบนใบหน้าเยอะที่สุดในโลก’ ด้วยวัยเพียง 18 ปี เขาเกิดมาพร้อมกับ 'โรคมนุษย์หมาป่า' (Werewolf Syndrome) หรือชื่อทางการแพทย์ ‘Hypertrichosis’ โรคดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการเกิดขนบนร่างกายมนุษย์ โดยมีขนเกิดขึ้นจำนวนมาก และหนาเกินกว่าปกติ

ปัจจุบัน หนุ่ม 18 ปี เจ้าของสถิติ กินเนส เวิลด์ เรคคอร์ด รายนี้ ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคดังกล่าว ซึ่งทำให้เขานั้นมีผมเส้นเล็ก ๆ ยาวผิดปกติถึง 5 ซม. เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากบนใบหน้า แขน และส่วนอื่น ๆ ตามร่างกาย ครั้งเมื่อเขาคนนี้อายุได้เพียง 6 ขวบ เท่านั้น

ภาพประกอบจาก IG : lalitpatidar520

จากสถิติทางการแพทย์ระบุว่า โรค‘Hypertrichosis’ พบว่ามีผู้คนที่เป็นโรคดังกล่าวอยู่ราว ๆ 50 รายเพียงเท่านั้นจากการที่ได้มีการบันทึกเอาไว้ โรคดังกล่าวในปัจจุบันยังไม่มีทางรักษาได้ เนื่องจากเป็นโรคทางพันธุกรรม ซึ่งทำให้ผู้ป่วยนั้นต้องจัดการตามอาการตนเองเบื้องต้น โดยการโกนขน ตัดผม หรือ แว็กซ์ขนตนเองด้วยวิธีต่าง ๆ

อาการของ ‘ลลิต ปฏิดาร์’ ทำให้เขานั้นมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น และแตกต่างจากผู้อื่นเป็นอย่างมากมาทั้งชีวิต เขาต้องอดทนจากการถูกเด็กนักเรียนวัยรุ่นบางรายตราหน้าว่าเขานั้นเป็น “เด็กลิง” จากการที่เขามีใบหน้าเต็มไปด้วยขนที่ผิดปกติ ซึ่งเพื่อนนักเรียนบางรายถึงขั้นกลัวเขาเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามเมื่อเขาได้รับการบันทึกสถิติในครั้งนี้ หนุ่มอินเดียรายนี้ยอมรับว่าเขาเองนั้น “พูดไม่ออก” และ “มีความสุขเป็นอย่างมาก” ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ครอบครองเจ้าของสถิติโลกในหมวดหมู่ดังกล่าว

ภาพประกอบจาก IG : lalitpatidar520

‘ลลิต ปฏิดาร์’ กล่าวถึงความรู้สึกของเขา “ตอนนี้ไม่ค่อยมีใครปฏิบัติไม่ดีกับผมแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ดีกับผมมาก ๆ” เขายังได้เล่าประสบการณ์ครั้งเมื่อเขาไปโรงเรียนครั้งแรกอีกว่า “การที่ผมไปเรียนในวันแรก มันไม่ค่อยดีมากนัก เด็กคนอื่น ๆ กลัวผมในครั้งแรกที่เจอ แต่เมื่อพวกเขาได้รู้จักผมมากขึ้น พวกเขาก็สามารถรู้ได้ว่า ผมนั้นไม่แตกต่างจากคนอื่น ๆ เลย”

มีการเปิดเผยจากสื่อต่างประเทศว่า มีผู้คนมากมายแนะนำให้ ‘ลลิต ปฏิดาร์’ กำจัดขนบนใบหน้าของเขา แต่ตัวของหนุ่มอินเดียเจ้าของสถิติรายนี้ เขาได้บอกว่าตัวเขาเองยังไม่มีแผนที่จะทำตามคำแนะนำของผู้อื่นแต่อย่างใด “ผมชอบการที่ตัวผมเองนั้นเป็นแบบนี้ และผมไม่ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงมัน” เขาได้กล่าวทิ้งท้าย

โรค ‘Hypertrichosis’ นั้นมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ประเภท จำแนกอาการได้ดังนี้

  • ขนเทอร์มินอลเยอะผิดปกติ (Hypertrichosis terminalis) เป็นลักษณะที่พบบ่อยมากที่สุด ซึ่งขนเทอร์มินอลเป็นขนมีลักษณะยาว สีเข้ม และหนากว่าขนประเภทอื่น ๆ โดยผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีขนเทอร์มินอลปกคลุมทั่วร่างกายในจำนวนที่มากผิดปกติ
  • ขนลานูโกเยอะผิดปกติ (Hypertrichosis lanuginosa) ขนลานูโกคือขนอ่อนที่ปกคลุมอยู่ทั่วร่างกายของเด็กแรกเกิด มักจะหลุดไปภายใน 1 สัปดาห์หลังคลอด โดยในเด็กแรกเกิดที่มีอาการของโรคมนุษย์หมาป่า ขนนี้จะไม่หลุดไปแต่จะยาวขึ้นเรื่อย ๆ
  • ขนดกบางจุด (Nevoid hypertrichosis) โดยขนจะเกิดขึ้นเยอะเฉพาะบริเวณใดบริเวณหนึ่งของร่างกาย ส่วนใหญ่มักพบตั้งแต่เกิด แต่ในบางรายก็อาจพบอาการนี้ในภายหลังได้เช่นกัน

นอกจากอาการดังกล่าวแล้ว อีกอาการที่พบได้บ่อยในโรค ‘Hypertrichosis’ คือปัญหาเกี่ยวกับช่องปาก เช่น ภาวะเหงือกบวมโต การที่ฟันบางซี่หลุดออกไปหรือไม่งอก ผู้ที่มีโรคดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้“ตั้งแต่กำเนิด หรือแสดงอาการได้ในภายหลัง”

ในปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนว่า โรค ‘Hypertrichosis’ เกิดจากสาเหตุใด แต่สำหรับผู้ที่พบโรคตั้งแต่แรกเกิด อาจสันนิษฐานได้ว่าเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของยีน ทำให้เกิดกระบวนการสร้างขนที่ผิดปกติ เนื่องจากมักเคยมีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคนี้มาก่อน

อ้างอิงโดย : POBPAD

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สถิติโลก! หนุ่มอินเดียมีขนบนใบหน้าเยอะที่สุดในโลก ปกคลุมใบหน้าถึง 95%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...