โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กลัวดูแร้งน้ำใจ เลยไม่กล้าปฎิเสธ รู้จัก ‘People Pleaser’ ช่วยงานคนอื่นจนเดือดร้อนตัวเอง

TODAY Bizview

อัพเดต 10 มี.ค. 2568 เวลา 16.31 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2568 เวลา 09.30 น. • workpointTODAY

เมื่อพูดถึงพฤติกรรมคนที่ เอาอกเอาใจคนอื่น’ หรือคอยใส่ใจ คอยช่วยงานอยู่เสมอ ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าการดูแลและช่วยเหลือเหล่านั้นมีเหตุผลเพราะไม่อยากดูเป็นคนใจดำ แม้งานตัวเองจะล้นมากแค่ไหนก็ตามยังต้องเข้าไปช่วย ถือเป็นเรื่องที่ ‘ผิด’ และอาจส่งผลร้ายแรงได้ในอนาคตทั้งต่อสุขภาพพนักงาน เช่น โรคเครียด และรายได้ของบริษัท (นายจ้าง)

ในเชิงจิตวิทยาเรียกกันว่า People Pleaser’ โดยกลุ่มคนที่เป็นส่วนใหญ่จะไม่รู้ตัวว่า ตัวเองกำลังมีภาวะแบบนี้อยู่

ผลสำรวจจาก Financial Finesse ระบุว่า พนักงานที่มีความเครียด โดยเฉพาะทางการเงินและสังคมในที่ทำงาน มีแนวโน้มสูงที่จะหางานใหม่มากกว่า 2.3 เท่า และ 55% ของพนักงานมักจะเสียสมาธิในการทำงานจนถึงขั้น ‘ขาดงาน’ หรือ ‘ประสิทธิภาพผลงานลดลง’ เพราะภาวะเครียดต่างๆ รุมเร้า

นั่นหมายถึง การขาดรายได้ของบริษัทเพราะพนักงานที่มีภาวะเครียดไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึง การขาดงาน และการลาออกในที่สุด

ลองมาดูความหมายของ People Pleaser กันอย่างละเอียด และเช็คอาการไปด้วยกัน

– เห็นความสำคัญของคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ

– ความต้องการของคนอื่น คือความเร่งด่วนที่ต้องทำให้ก่อน

– ไม่กล้าปฎิเสธ แม้ว่างานตัวเองก็ท่วมโต๊ะแล้ว

– การช่วยเหลือจนคนอื่นพึงพอใจ คือ การได้รับการยอมรับจากคนอื่น

– ขี้เกรงใจ กลัวดูเป็นคนแร้งน้ำใจ และคนอื่นมานินทาได้ หากไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย

– รู้สึกวิตกกังวลถ้ารู้ว่ากำลังถูกละทิ้ง หรือเพื่อนร่วมงานเมินเฉย

– พยายามรักษาความใกล้ชิดด้วยการเสียสละเวลาของตนเอง

– บอกคนอื่นในสิ่งที่พวกเขาต้องการได้ยิน เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง

– มีความคิดว่าตนเองเป็นเพื่้อนร่วมงานที่ดี น่าคบหา ก็ต่อเมื่อคุณยังคงตอบสนองความต้องการของคนอื่น

– กล่าวคำขอโทษต่อคนอื่นมากเกินไป

– ไม่ค่อยวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น

– น้อยมากที่จะไม่เห็นด้วยกับคนอื่น

นักจิตวิทยาวิเคราะห์อาการของคนที่มีภาวะ People Pleaser ว่าจริงแล้วมีเหตุผลเบื้องหลังที่พวกเขาคิดหรือมีมุมมองแบบนั้น อย่างเช่น

‘เพอร์เฟ็คต์ชันนิสต์’สิ่งที่หล่อหลอมให้พวกเขาเป็นอย่างนั้นส่วนหนึ่งก็คือ การที่คาดหวังให้ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบมากๆ ตั้งความหวังกับทุกสิ่งไว้สูงว่าต้องออกมาสมบูรณ์ทุกกระเบียดนิ้ว แล้วตัวเองต้องเข้าไปช่วยมันถึงจะออกมาสมบูรณ์แบบ

‘ความนับถือตนเองต่ำ’ความคิดแบบนี้ถือว่าอันตราย เพราะมีโอกาสที่จะคิดสั้น หรือทำร้ายตัวเองสูงหากเผชิญกับความผิดหวังรุนแรง หรือเจอบ่อยๆ ซึ่งภาวะนี้อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณเห็นเพื่อนร่วมงานบางคนเข้าไปช่วยคนอื่นทำงานบ่อยๆ ทั้งที่งานตัวเองที่รับผิดชอบกองเต็มโต๊ะ

‘ใช้ชีวิตตามกระแสที่คนอื่นกำหนด’ เพราะคนกลุ่มนี้จะมองว่า ถ้าเราเข้าไปมีตัวตนในเทรนด์ที่คนอื่นอยู่อาจทำให้พวกเขาได้รับการยอมรับมากขึ้น

ดร. Sherry Pagotoนักวิทยาศาสตร์และนักจิตวิทยาจาก Department of Allied Health Sciences ที่มหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา ได้กล่าวว่า การเสียสละตนเองมากเกินไปอาจนำไปสู่ความเคียดแค้น และการพึ่งพาผู้อื่นที่มากขึ้น เพราะตั้งความหวังว่าคนอื่นก็ต้องมาช่วยเหมือนกัน”

“พวกเขามักจะละเลยความต้องการของตัวเองเสมอ เพื่อเอาใจคนอื่น นั่นหมายความคุณอาจจะติดอยู่ในวังวนของการทุ่มเททุกอย่างให้กับคนอื่นจนเคยชิน”

นอกจากนี้ เธอยังวิเคราะห์ว่า คนที่เอาใจคนอื่นมากจนเกินไป อาจมีปัญหาในการแยกแยะสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ไม่ชอบ รวมถึงงานอดิเรกของตัวเองด้วย เพราะพวกเขาจะไม่รู้ความต้องการที่แท้จริง เป้าหมายของชีวิต ซึ่งในอนาคตอาจเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาในการปฏิเสธหรือยอมรับสิ่งที่ไม่อยากทำ

“การบรรเทาความรู้สึกว่าตัวเองจะถูกละเลย ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะนี้ขึ้น”

สำหรับโซลูชั่นที่เปลี่ยนแปลง เลิกเป็น ‘People Pleaser’ โดย Oocaแพลตฟอร์มออนไลน์ให้บริการปรึกษาจิตแพทย์ออนไลน์ของคนไทย 3 ประเด็นหลักๆ ได้แก่

  • สร้างขอบเขต: การมีน้ำใจเป็นเรื่องไม่ผิด แต่อย่างน้อยต้องขีดกรอบข้อจำกัดที่ชัดเจน ทั้งในแง่การช่วยเหลือ และการฝึกปฎิเสธที่จะช่วยคนอื่น รวมถึงการตามคนอื่นเพื่้อแลกกับการยอมรับจากคนอื่น
  • เริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ: พยายามใจเย็นกับการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงด้วยก้าวเล็กๆ ก่อน เช่น ลองปฏิเสธดูบ้างในบางครั้ง, ลองพูดคำว่าไม่ออกไปบ้าง หรือ เรื่องไหนที่รู้สึกว่าฝืนใจทำมานานแล้ว เรื่องนั่นแหละให้เลิกทำก่อน
  • ตั้งเป้าหมายและลำดับความสำคัญ: อยากช่วยใครไม่ผิด แต่ต้องลำดับความสำคัญให้ได้ก่อน ที่สำคัญคือต้องจัดการเคลียร์งานของตัวเองที่เร่งด่วนให้เสร็จก่อนไปช่วยคนอื่น แต่ถ้าการช่วยนั้นบั่นทอนพลังงาน หรือใช้เวลามากเกินไป ให้ลองปฎิเสธไปเลย ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเพราะเป็นงานของคนอื่น

อ้างอิง:
https://psychcentral.com/health/the-need-to-please-the-psychology-of-people-pleasing#traits
https://www.psychologytoday.com/us/blog/shrink/201210/are-you-a-people-pleaser
https://www.sunnydayfund.com/blog/impact-of-financial-pressures-on-workplace-performance

People Pleaser กำลังเป็นกันอยู่รึเปล่า? ยอมได้เพื่อคนอื่น แต่ตัวเองทุกข์หนัก!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...