สาธิต ม.รามฯ ประกาศปรับชุดลูกเสือ-เนตรนารี ใช้กับชุดพละของโรงเรียนได้
ไม่นานมานี้โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายมัธยม) ได้ประกาศปรับรูปแบบ ‘การแต่งกายชุดลูกเสือ-เนตรนารี’ สำหรับปีการศึกษา 2568 โดยให้นักเรียนใช้ หมวก ผ้าพันคอ และวอกเกิ้ล ร่วมกับชุดพละของโรงเรียน
“เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง และเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ” ทางโรงเรียนให้เหตุผล พร้อมระบุว่าการปรับการแต่งกายครั้งนี้ ยังเอื้อต่อการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ-เนตรนารี ของกลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอีกด้วย
หลังจากที่ประกาศปรับการแต่งกาย ก็มีคนจำนวนมากแสดงความคิดเห็นบนโพสต์ของโรงเรียน โดยหลายคนมองว่าเครื่องแบบใหม่นี้ เหมาะสมกับการเรียนวิชาลูกเสือ-เนตรนารี และไม่ยึดติดกับแนวทางเดิมๆ พร้อมช่วยให้นักเรียนทำกิจกรรมได้อย่างคล่องตัว และสะดวกปลอดภัยมากกว่าเดิม
ไม่เพียงเท่านั้น การแต่งกายชุดลูกเสือ-เนตรนารีแบบใหม่นี้ ยังช่วยผู้ปกครองประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดู ‘ราคา’ ของชุดลูกเสือ ตามระเบียบแบบเดิมๆ จะพบว่า ในการแต่งกายชุดดังกล่าว อาจต้องใช้เงินมากกว่าที่เราคิด
ที่ผ่านมา The MATTER เคยสำรวจราคาเครื่องแบบลูกเสือ-เนตรนารี ตามท้องตลาด โดยพบว่า ‘เครื่องแบบลูกเสือสามัญ’ แบบครบชุดนั้น อาจมีราคามากกว่า 1,000 บาท ซึ่งแบ่งเป็น
หมวกปีกสีกากีพับข้าง : ราคา 80 บาท เสื้อสีกากี แขนสั้นเหนือศอก : ราคา 250-550 บาท กางเกงสีกากี ขาสั้นเหนือเข่า : ราคาเริ่มต้นที่ 250 บาท ผ้าผูกคอสามเหลี่ยมหน้าจั่ว : ราคา 30 บาท เข็มขัดหนังสีน้ำตาล พร้อมหัวเข็มขัด : ราคา 80 บาท ถุงเท้ายาวสีกากี : ราคา 42-50 บาท รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลแก่ ไม่มีลวดลาย : ราคา 299-380 บาท
แน่นอนว่ามูลค่าข้างต้น เป็นเพียงราคาโดยประมาณ ซึ่งราคาชุดของแต่ละคน ก็อาจแตกต่างไปตามยี่ห้อ ขนาด คุณภาพ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ ว่าการแต่งกายลูกเสือ-เนตรนารี ตามระเบียบครบถ้วน ก็แลกมากับภาระที่เพิ่มขึ้นของนักเรียนและผู้ปกครอง
ฉะนั้นกรณีการปรับเครื่องแต่งกายครั้งนี้ คงทำให้หลายคนมองเห็นแนวทางใหม่ๆ ของการแต่งกายที่ทั้งเหมาะสมต่อกิจกรรม และลดภาระที่ไม่จำเป็น รวมถึงตั้งคำถามต่อแบบแผนเดิมๆ ที่ปฏิบัติต่อๆ กันมา ในระบบการศึกษาไทย
อ้างอิงจาก