โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

"กู๊ดดอกเตอร์" เปิดเกมรุกเทเลเมดิซีนเจาะ B2B

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ต.ค. 2564 เวลา 05.29 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2564 เวลา 06.23 น.

“กู๊ดดอกเตอร์” ประกาศปักธงลุยตลาดเทเลเมดิซีน เปิดแผนเฟสแรก เน้นสร้างรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง มุ่งเจาะ B2B ก่อนขยับตัวมาจับ B2C ตั้งเป้าหนึ่งแพทย์ต่อหนึ่งครอบครัวทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อ 3-5 ปี ขยายตัวแรงรับเทรนด์ระยะยาว

คลื่นวิกฤตโควิด-19 สร้างแรงกระเพื่อมผลักดันให้ “เทเลเมดิซีน” ก้าวขึ้นมาเป็นอีก 1 ธุรกิจสำคัญบนเมกะเทรนด์โลกและในประเทศไทย สะท้อนได้จากบรรดาสตาร์ตอัพ ธุรกิจโรงพยาบาล เริ่มทยอยเปิดตัวทำการตลาดอย่างจริงจัง เช่นเดียวกับ “ผิงอัน กู๊ดดอกเตอร์” เทเลเมดิซีนชั้นนำสัญชาติจีน ที่มีผู้ใช้งานกว่า 200 ล้านราย ได้ร่วมทุนกับ “แกร็บ” เปิดตัวลุยธุรกิจการแพทย์ทางไกลในไทยอย่างเต็มรูปแบบในปี 2564 ภายใต้ชื่อ “กู๊ดดอกเตอร์”

นายสุทธิชัย โชคกิจชัย หัวหน้าฝ่ายการแพทย์ บริษัท กู๊ดดอกเตอร์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GDT เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันตลาดการแพทย์ทางไกล (telemedicine) ในภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มเติบโตขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ประชากร 70 ล้านคน ส่วนใหญ่มีความรู้และคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นอย่างดี ด้วยอัตราการใช้งานสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) ประกอบกับพื้นที่ห่างไกลจากตัวเมืองหรือย่านชนบทในไทย ยังมีทรัพยากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึง บริการเทเลเมดิซีนจะเข้ามาตอบโจทย์จุดนี้ และคาดการณ์ว่าภายใน 3-5 ปี ธุรกิจของบริษัทจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในประเทศไทย

นายสุทธิชัยกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันแม้ว่าระบบเทเลเมดิซีนจะเป็นแนวคิดด้านการให้บริการสุขภาพดิจิทัลที่ค่อนข้างใหม่สำหรับในประเทศไทย แต่หากพิจารณาในแง่ของเทรนด์ จะเห็นได้ว่าบริษัทต่าง ๆ ในประเทศไทยจำนวนมากให้ความสนใจ ดังนั้น เมื่อบริษัทนำบริการด้านดิจิทัลมาให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าจะขยายตัวได้ดี

สำหรับการให้บริการของกู๊ดดอกเตอร์ในเฟสแรก จะเริ่มให้บริการในรูปแบบข้อตกลงธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) กับพันธมิตรบริษัทต่าง ๆ ทั้งออนไลน์ผ่านการวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับแพทย์ และทางออฟไลน์ผ่านการสนทนาด้วยการพิมพ์โต้ตอบ ซึ่งมีข้อดีในแง่การเก็บข้อมูลการรักษาได้ในระยะยาว เบื้องต้น การทำการตลาดเน้นไปที่การสร้างแคมเปญให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายหลัก B2B ตลอดจนการสร้างการใช้งานที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มองค์กร อาทิ การจัดการสุขภาพของพนักงาน การแพทย์ทางไกลกับการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ตลอดจนการช่วยสนับสนุนระบบสถานะการตรวจโควิดของพนักงานรายคน

ส่วนกลยุทธ์ทางการตลาด เนื่องจากกู๊ดดอกเตอร์อยู่ในช่วงเริ่มเปิดตัวได้ไม่นาน จึงจะเน้นไปที่การสร้างการรับรู้ผ่านผู้นำในอุตสาหกรรมจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเป็นแกนหลักสำคัญในการรณรงค์ด้านการศึกษา และแพลตฟอร์มการแบ่งปันความรู้ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับประโยชน์ของการแพทย์ทางไกล แก่องค์กรและประชาชนในประเทศไทย ด้วยการริเริ่มอย่างต่อเนื่องเหล่านี้เอง ส่วนหนึ่งจะช่วยกำหนดอนาคตของการให้บริการสุขภาพแบบดิจิทัลในประเทศไทย และสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ไปพร้อม ๆ กัน

“ในเฟสถัดไปหลังจากนี้ประมาณไตรมาสหน้า เมื่อมีการรับรู้แบรนด์พอสมควรแล้ว จะเริ่มเปิดให้บริการในแบบ B2C หรือให้บริการกับผู้บริโภคทั่วไปโดยตรง ตามเป้าหมายหลัก ‘หนึ่งแพทย์ต่อหนึ่งครอบครัวทั่ว SEA’ ซึ่งก็เป็นความมุ่งมั่นที่จะครอบคลุมทุกครอบครัวในประเทศไทยเช่นเดียวกัน เพื่อให้การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ง่ายขึ้นในราคาประหยัด”

อย่างไรก็ดี สำหรับการลงทุนในอนาคตยังคงเน้นไปที่การเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีเป็นหลัก เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแพทย์ดั้งเดิมในสถานพยาบาลต่าง ๆ เมื่อมีผู้ป่วยมากขึ้น ด้วยการให้การดูแลผ่านช่องทางออนไลน์ ควบคู่กับลงทุนด้านทรัพยากรบุคคล จัดจ้างแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญเข้ามาทำงานการแพทย์ทางไกลกับกู๊ดดอกเตอร์แบบเต็มเวลามากขึ้น พร้อมกับเพิ่มความรู้ด้านเทคโนโลยีให้แก่ทีมแพทย์ประจำ ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มการฝึกอบรมที่เข้มข้น เพื่อรักษามาตรฐานสูงสุดในการให้บริการการแพทย์ทางไกล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...