‘โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก’ อนาคตของ ‘หุ้นโรงไฟฟ้าไทย’
The Bangkok Insight
อัพเดต 23 พ.ย. 2567 เวลา 02.07 น. • เผยแพร่ 23 พ.ย. 2567 เวลา 02.07 น. • The Bangkok Insightหากใครได้อ่านร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย 2567-2580 หรือ PDP 2024 คงได้เห็นการปรากฏของคำศัพท์ใหม่ที่เขียนเอาไว้ในร่างฉบับนี้ คือคำว่า "โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR" ซึ่งถูกวางในช่วงปลายแผน PDP ในปี 2580 ด้วยเป้าหมายกำลังการผลิต 300 เมกะวัตต์
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR ย่อมาจาก Small Modular Reactors คือโรงไฟฟ้าที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะให้กำลังการผลิตประมาณ 70-350 เมกะวัตต์ (MW) ถือเป็นทางเลือกใหม่ของการผลิตไฟฟ้าสะอาด มีความมั่นคง และเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ปลอดภัยสูง
เนื่องจากใช้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก จึงสามารถประกอบสำเร็จรูปเรียบร้อยมาจากโรงงาน และนำมาวางใช้งานเพื่อเป็นเชื้อเพลิงป้อนโรงไฟฟ้าได้ทันที
ตลอดอายุการใช้งาน 20 ปีไม่ต้องเปิดฝาครอบใด ๆ เพื่อเปลี่ยนเชื้อเพลิง จึงปลอดภัยจากปัญหาการรั่วไหลของรังสี และเมื่อหมดอายุการใช้งาน ก็จะส่งคืนกลับไปยังประเทศผู้ผลิตทันที เสมือนการย่อส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีโรงผลิตในประเทศจีน และรัสเซีย
จึงเป็นความน่าสนใจของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR ที่ถูกบรรจุไว้ในแผน PDP ฉบับล่าสุด ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานสะอาดในประเทศแล้ว ยังช่วยให้ไทยมุ่งสู่เป้ามายCarbon Neutrality ภายในปี 2593 และเป้าหมายNet Zero Emissions ภายในปี 2608
ล่าสุดบล.กสิกรไทย ได้จัดงานสัมมนา KS Expert-Series ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ ในแผน PDP ใหม่ โดยมีมุมมองเกี่ยวกับอุตสาหกรรมพลังงานไทย และคำแนะนำการลงทุนต่อหุ้นโรงไฟฟ้า ด้วยประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
ข้อดีของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR คือเป็นแหล่งพลังงานที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ และเชื่อถือได้ สอดคล้องกับเป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทย
นอกจากนี้ สามารถเริ่มลงทุนด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า เพราะขนาดที่เล็กกว่าของ SMR (<300 MW) ช่วยลดความต้องการเงินลงทุนในช่วงแรก ทำให้พลังงานนิวเคลียร์เข้าถึงได้ง่ายและสามารถขยายตัวได้
การติดตั้งมีประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสูงขึ้น เนื่องจากการก่อสร้างแบบโมดูลาร์ ช่วยให้สามารถสร้าง และประกอบในโรงงาน และติดตั้งได้อย่างรวดเร็วที่หน้างาน ทำให้ระยะเวลาการก่อสร้างสั้นลง
ขณะที่ครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็กปล่อยความร้อนน้อยกว่า ลดความเสี่ยงของการแผ่รังสีในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ทำให้ SMR มีความปลอดภัยกว่าเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบดั้งเดิม
การใช้งานเชิงพาณิชย์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แม้ว่าเทคโนโลยี SMR กำลังได้รับความสนใจทั่วโลก แต่คาดว่า SMR รุ่นแรกของจีนจะเริ่มเดินเครื่องในปี 2569 แม้ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจยังไม่ชัดเจน แต่บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ ๆ เริ่มให้ความสนใจ SMR เพื่อใช้ในศูนย์ข้อมูล และ AI ซึ่งบ่งบอกถึงโอกาสการเติบโตในอนาคต คาดว่าอีก 5-10 ปีข้างหน้า SMR จะแพร่หลายมากขึ้น
หากการพัฒนา SMR มีความก้าวหน้าในประเทศไทย คาดว่าผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ในประเทศจะเข้าร่วมโครงการนี้ เช่น GPSC, EGCO, RATCH และ BPP ทำให้มีโอกาสแทนที่กำลังการผลิตจากถ่านหิน ซึ่งจะช่วยให้พอร์ตการลงทุนของบริษัทเหล่านี้สอดคล้องกับเป้าหมายการลดคาร์บอน
นักวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย มีมุมมอง"บวก" ต่อกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าไฟฟ้า และสาธารณูปโภค โดยคาดว่าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) จะกลับมามีกำไรที่แข็งแกร่งในปี 2568-2569 จากอัตรากำไรที่ดีขึ้น เนื่องจากคาดว่าราคาก๊าซจะปรับตัวลดลง ขณะที่อัตราค่าไฟฟ้าจะยังคงอยู่ในระดับปัจจุบัน
หุ้นเด่นแนะนำคือ "GPSC" บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ราคาเป้าหมาย 52 บาทต่อหุ้น เพราะคาดว่าจะได้รับประโยชน์สูงสุด
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- โอกาสของหุ้นอะไร? เมื่อ 'Nvidia' เตรียมบุกลงทุนในไทย
- สำรวจ 5 หุ้น REIT ปันผลสูงในยุคประหยัดดอกเบี้ย
- 10 หุ้นบิ๊กเทคจีน รับการกระตุ้นครั้งใหญ่
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์:https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook:https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg