โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

หนุ่มวัย 21 นัดเคลียร์กับรุ่นน้องวัย 16 แต่คุยกันไม่ลงตัวเกิดชกต่อยกัน ก่อนชักมีดแทงรุ่นน้องดับ

77kaoded

เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2567 เวลา 01.30 น. • 77 ข่าวเด็ด

https://youtu.be/5HFe6IrDCmw

หนุ่ม วัย 21 ปี นัดเคลียร์กับรุ่นน้อง วัย 16 ปี โรงเรียนดัง ก่อนมีปากเสียงจนชกต่อยกัน หนุ่ม วัย 21 ปี ชักมีดแทงหนุ่มรุ่นน้องเจ็บก่อนจะพาขึ้นรถมาส่งโรงพยาบาลแต่หนุ่มรุ่นน้องทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่โรงพยาบาล สาเหตุมาจากการมองหน้ากันเมื่อวาน และนัดกันมาเคลียร์วันนี้

เมื่อเวลา 21.50 น. วันที่ 17 ธันวาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธมีดแทงกันทำให้มีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บริเวณลานจอดรถหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจ และ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหต

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณลานจอดรถหน้าห้าง เจ้าหน้าที่ พบ กองเลือดขนาดใหญ่เป็นทางยาว ใกล้กัน พบ รองเท้า 1 คู่ / ถุงผ้าขนาดเล็ก 1 ใบ เจ้าหน้าที่ได้ถ่ายรูปและเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ ทราบว่า ผู้ก่อเหตุพาขึ้นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ นำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวนจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบ ว่าผู้ได้รับบาดเจ็บ ถูกอาวุธมีดปลายแหลมแทงตามลำตัวหลายแห่ง ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต ที่โรงพยาบาล ทราบชื่อ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ส่วนผู้ก่อเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสามารถควบคุมตัวได้ที่หน้าโรงพยาบาล พร้อมอาวุธมีดปลอกผลไม้ จำนวน 1 เล่ม ที่ใช้ก่อเหตุ ก่อนนำตัวมาสอบสวนต่อที่โรงพัก ทราบชื่อ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี

จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่า นายบี ได้มีขับ รถ อัลพาร์ด มากับพวก 3 คน และมอเตอร์ไซค์อีก 2 คน 1 คัน เพื่อนัดเคลียร์กับกลุ่มของผู้บาดเจ็บบริเวณดังกล่าว และเหมือนจะเคลียร์กันไม่ได้จึงเกิดการชกต่อยชุลมุนกัน ฝ่ายผู้ก่อเหตุ นายบี ได้ชักอาวุธมีด ซึ่งเป็นมีดปลอกผลไม้ออกมา แทงผู้บาดเจ็บบริเวณท้อง 2 แผล ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะนำตัวของผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล และ ผู้บาดเจ็บก็เสียชีวิติที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา เพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว

จากการสอบถาม นายซี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี เพื่อนคนตาย เล่าว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดตั้งแต่เมื่อวาน ตอนนั้นเพื่อนตนก็เดินโยกกันมา อีกฝ่ายก็มองหน้าเพื่อนตนเพื่อนตนก็มองกลับ และเขาก็มีการถ่ายรูปเพื่อนของตนส่งให้ทางโรงเรียน แล้วเหมือนกับว่าเพื่อนอีกกลุ่มได้คุยกันจบแล้ว แต่พี่คนก่อเหตุเขายังไม่จบกับเพื่อนของตน ตอนแรกก็เหมือนจะคุยกันดี ๆ แต่พอเพื่อนตนเปิดรูป เขาก็เข้ามาต่อยเพื่อนตนเลย และเขาก็มีการโอบรัดคอเพื่อนของตนจนหัวเพื่อนของตนไปกระแทกกับรถ และพอเพื่อนตนหลุดออกมาได้เขาก็ชักมีดแทงเพื่อนตนเลย เขาแทงบริเวณท้องแต่ตนไม่แน่ใจว่ากี่แผลจนมองไม่ชัด ตอนแรกเขาขึ้นรถไปก่อนแล้วปล่อยเพื่อนตนนอนอยู่ตรงนั้น พอสักพักเขาก็บอกให้อุ้มเพื่อนตนขึ้นรถ เขาบอกว่าจะเอาไปส่งโรงพยาบาล เขาขับรถยี่ห้อ อัลพาร์ด มา ที่ตนเห็นเขามาเขามาบนรถ 3 คน และมอเตอร์ไซค์อีก 2 คน / สาเหตุหลักๆ มันก็เป็นแค่เรื่องเดินโยกและมองหน้ากันตั้งแต่เมื่อวาน / ตัวผู้ก่อเหตุเหมือนจะเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน ถ้าชกต่อยกันธรรมดาเรื่องมันก็จบแต่นี่เขาใช้อาวุธแทงเพื่อนของตน

ด้าน ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนเห็นพวกเขามาคุยกันและอยู่ดี ๆ พวกเขาก็ชกกัน พอฝ่ายผู้ก่อเหตุสู้ไม่ได้ ก็เหมือนเอาอาวุธออกมาแทงอีกฝ่าย ผู้ก่อเหตุ มาประมาณ 4-5 คน ตนเห็นเขาแทงหลายทีแต่ไม่แน่ใจว่าจะเข้ากี่แผล แล้วอยู่ดี ๆ ผู้ก่อเหตุก็อุ้มคนเจ็บขึ้นรถและขับออกไปเลยตนก็ไม่รู้ว่าเขาขับออกไปไหน สาเหตุตนก็ไม่แน่ใจแต่เหมือนว่าจะ เดินชนกันแล้วก็นัดมาเคลียร์ใจกัน

ส่วน นายดี (นามสมมุติ) เพื่อนของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนมีการคุย ไอจี กับทางเพื่อนของผู้ตาย และตนก็ได้เอาไปบอกเพื่อนว่าเพื่อนของผู้ตายทักมาและจะขอคุยด้วย และหลังจากนั้นพอวันเกิดเหตุคือวันนี้ ตนก็มากับเพื่อนๆเป็นกลุ่มใหญ่มาเจอกับเพื่อนของผู้ตายก่อน และได้มีการคุยกัน ก่อนที่ผู้ตายจะตามมา และเพื่อนของตนหรือผู้ก่อเหตุก็ตามมาทีหลัง ก่อนจะมีการพูดคุยกัน แต่พูดคุยกันไม่ลงตัว เถียงกันไปเถียงกันมา และผู้ก่อเหตุกับผู้ตาย ก็ได้มีการชกต่อยกันตัวต่อตัว ก่อนที่พวกเพื่อนของตนจะพยายามเข้าไปห้าม แล้วสักพักผู้ตายก็ตะโกนบอกว่าโดนแทง พวกตนจึงได้นำตัวผู้ตายมาส่งที่โรงพยาบาล เพื่อนของผู้ตาย ไม่ได้มาด้วยแค่ยืนดูอยู่ที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ผู้ก่อเหตุ ในข้อหาฆ่าคนตาย และ พกพาอาวุธมีด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...