โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เอาซากแซลมอน มาสวมเป็นหมวก! แฟชั่นแปลกๆ ในหมู่วาฬเพชฌฆาต ที่กลับมาอีกครั้งในรอบ 40 ปี

The MATTER

เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2567 เวลา 07.19 น. • Brief

ย้อนกลับไปในสมัยทศวรรษที่ 1980 มีกระแสแปลกๆ ที่กลุ่มวาฬเพชฌฆาต หรือวาฬออร์กา (Orga) ทำกันนั่นก็คือ ‘การสวมหมวกแซลมอน’ หรือการเอาปลาแซลมอนที่ตายแล้วมาวางไว้บนหัว ลักษณะคล้ายการสวมหมวก

การสวมหมวกแซลมอนนี้ ถูกพบเห็นครั้งแรกบริเวณชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ โดยมีวาฬเพชฌฆาตเพศเมียตัวหนึ่ง นำซากปลามาวางไว้บนหัวและได้จุดชนวนให้เกิดพฤติกรรมลักษณะนี้ขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุ เนื่องจากภายใน 2-3 สัปดาห์ต่อมาวาฬเพชฌฆาตตัวอื่นๆ ก็เริ่มเอาซากปลามาวางบนหัวเหมือนเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง

จนกระทั่งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ในรัฐวอชิงตัน เห็นวาฬเพชฌฆาตว่ายน้ำเล่นโดยที่มีปลาตายวางอยู่บนหัวของพวกมัน เป็นไปได้ไหมว่ากระแสยุค 80 อาจกลับมาอีกครั้ง?

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า วาฬเพชฌฆาตที่สวมหมวกแซลมอนในปัจจุบัน อาจจะเป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยทำเมื่อเกือบๆ 40 ปีที่แล้ว และดูเหมือนว่าวาฬเพชฌฆาตตัวอื่นๆ ที่เพิ่งพบเห็นก็จะทำตามด้วย

แต่ถ้าถามถึงแรงบันดาลใจว่ามันทำไปทำไมนั้นก็ยังคงเป็นปริศนาที่รอวันกระจ่าง นักวิทยาศาสตร์บอกว่า หมวกแซลมอนนี้เป็นเหมือน ‘กระแสแฟชั่น’ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ริเริ่มโดยบุคคล 1-2 คน และถูกหยิบมาทำต่อๆ กันก่อนที่จะหายไปตามกาลเวลา

ซึ่งถ้าย้อนกลับมาดูช่วงเวลาของกระแสสวมหมวกปลาของกลุ่มวาฬเพชฌฆาตแล้ว มันเกิดขึ้นจริงๆ ราว 1 ปีเท่านั้น โดยกระแสนี้เกิดขึ้นในปี 1987 แต่พอถึงฤดูร้อนปี 1988 การเอาปลาตายมาสวมหัวก็กลายเป็นสิ่งล้าสมัยสำหรับพวกมันไปแล้ว และเทรนด์พวกนี้ก็หายไปจากฝั่งตะวันตก

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์คาดเดาว่า หมวกปลาแซลมอนนี้อาจเป็นวิธีหนึ่งในการแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารของพวกมัน ลักษณะคล้ายๆ กับนักเดินป่าที่ต้องการอาหารสำหรับการเดินทางไกล

ขณะที่อีกกรณีหนึ่งมองว่าอาจเป็นพฤติกรรมที่ตอบสนองต่อจำนวนแซลมอนที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้ เพราะหากวาฬเพชฌฆาตสามารถกินปลาแซลมอนได้จนอิ่ม มันก็อาจจะเลือกเก็บที่เหลือไว้บนหัวเพื่อที่จะเอามากินอีกครั้งตอนหิว

อ้างอิงจาก

livescience.com

theguardian.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...