โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สวยงาม-สมพระเกียรติ พิธีสวนสนาม-ถวายสัตย์ปฏิญาณ ตรวจแถวความเป๊ะ ของคีย์แมน ทม.รอ.

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 11 ธ.ค. 2567 เวลา 13.16 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2567 เวลา 13.16 น.

พิธีสวนสนามและถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ เมื่อ 3 ธันวาคม 2567 ณ พระลานพระราชวังดุสิต ผ่านไปแล้วอย่างสวยงาม และสมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์จอมทัพไทย

นอกจากจะเป็นการสวนสนามครั้งแรกในรัชกาลปัจจุบันแล้ว อาจกล่าวได้ว่าเป็นการสวนสนามที่เป๊ะที่สุด เท่าที่เคยมีมา

อาจด้วยเพราะล้วนเป็นทหารรักษาพระองค์ ที่เป็นทหารคอแดง ทั้งทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ทม.รอ.) และทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ รวม 4 กรม 10 กองพัน และอีก 1 กองพันทหารม้ารักษาพระองค์ จสก กองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์ (ม.พัน29 รอ.) กองพัน ม้าเนื้อรักษาพระองค์ กองพันเดียวของกองทัพบก

เพราะในส่วนของ “ฉก.คะเด็ต” กรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์ กรมนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ และกรมนักเรียนนายเรืออากาศรักษาพระองค์ ล้วนเป๊ะมาช้านานแล้ว

ที่สำคัญที่สุด ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ ที่ผู้บังคับกองผสมเป็นพระบรมราชินีของประเทศ โดยที่ พล.อ.หญิง สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงเป็นองค์ผู้บังคับกองผสม ด้วยพระองค์เอง ด้วยทรงเป็นนายทหารราชองครักษ์และมีตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (นถปภ.รอ.) อยู่แล้วด้วย ทรงนำทหารทั้ง 11 กองพันรักษาพระองค์สวนสนามอย่างเข้มแข็งพร้อมเพรียงและสง่างาม

และยังมี พล.อ.หญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นองค์ผู้บังคับกองพันทหารม้ารักษาพระองค์ด้วยพระองค์เอง เพราะพระองค์ก็ทรงเป็นทหารม้า

โดยที่ทั้งสองพระองค์สามารถปฏิบัติหน้าที่ของทหารรักษาพระองค์ได้อย่างสง่างาม โดยเฉพาะ พล.อ.หญิง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งเป็นองค์ผู้บังคับ ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นนายทหารราชองครักษ์ที่มีความแข็งแกร่งสง่างาม เพราะการเป็นองค์ผู้บังคับกองผสม สะท้อนถึงความมีพระพลานามัยแข็งแรง เพราะต้องวิ่งจากหน้าแถวไปถวายรายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน้าประตูภูธรลีลาศ โดยที่พระองค์สามารถถวายรายงานได้อย่างคล่องแคล่ว และพระสุรเสียงมีพลัง

รวมทั้งการสั่งแถวทหารและท่าทางต่างๆ ก็ทรงสง่างามตามธรรมเนียมของทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ แม้จะทรงเป็นสตรี แต่สะท้อนถึงพระปรีชาสามารถด้านการทหารของพระองค์

เพราะนอกจากเป็นองค์ผู้บังคับกองผสมด้วยพระองค์เองแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังทรงร่วมในการปรับแผนการสวนสนาม และพระองค์ก็มาซ้อมสวนสนามถึง 3 ครั้ง ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์จอมทัพไทยก็ทรงมอนิเตอร์การซ้อมสวนสนามทุกครั้ง

จนการสวนสนามถึงออกมาเป๊ะทั้งแข็งแรงและสง่างาม ทั้งการเตะเท้าสูง การฟันมือที่ได้องศา เพราะหากดูจากกล้องจากโดรนมุมบน จะเห็นได้ถึงความพร้อมเพรียงและเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว

ประกอบกับความตั้งใจของกำลังพลสวนสนามทุกคนที่มีความปลาบปลื้มที่ได้มีส่วนร่วมในพิธีสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ ครั้งหนึ่งในชีวิตของตนเอง ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสวนสนามครั้งประวัติศาสตร์นี้ ทุกคนจึงเต็มที่กับการซ้อมถึง 6 เดือน

ประการสำคัญ ที่น่าปลาบปลื้มคือคนไทยได้ชื่นชมพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในชุดเต็มยศทหารรักษาพระองค์สีแดงของกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

และทรงถือ “พระคฑาจอมพลองค์ที่ 4” หรือพระคฑาจอมทัพภูมิพล ที่กระทรวงกลาโหมทูลเกล้าฯ ถวาย เมื่อ 2 ธันวาคม 2509 ในการตรวจพลสวนสนามและรับการสวนสนาม

โดยมีรายงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดที่จะใช้พระคฑาองค์นี้ แม้ว่ากองทัพไทย และกระทรวงกลาโหม จะเคยทำเรื่องขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตในการทำพระคฑาองค์ใหม่ถวาย เพราะพระองค์ไม่ต้องการให้สิ้นเปลือง และพระองค์มีพระประสงค์ที่จะใช้พระคฑาของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์มีต่อกองทัพ

และยังความปลาบปลื้มให้กำลังพลทุกคน โดยเฉพาะเมื่อพระองค์มีพระบรมราโชวาท ชื่นชมการสวนสนามที่พร้อมเพรียง เป็นสง่า

พร้อมมีพระราชดำรัส ว่า เป็นนิมิตหมายอันดียิ่งว่า ทหารทุกหมู่เหล่า จะพร้อมเพรียงกันปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ เพื่อความวัฒนาผาสุกของประชาชน

“จึงขอให้ทุกท่านร่วมแรงร่วมใจกันและร่วมกับทุกคนทุกฝ่ายในบ้านเมือง ใช้ความรู้ ความสามารถ และสติปัญญา ปฏิบัติภารกิจน้อยใหญ่อย่างมีเอกภาพ ให้สำเร็จผลประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนพร้อมทุกส่วน ก็จะเป็นการรักษาคำปฏิญาณที่ให้ไว้ได้อย่างเที่ยงแท้ อันจะนำมาซึ่งความดีความเจริญ ทั้งของตนเองและชาติบ้านเมืองอย่างยั่งยืน…”

ถือว่าพระองค์พระราชทานแนวทางในการทำงานให้มีเอกภาพในความร่วมมือของทุกฝ่าย

การสวนสนามครั้งนี้ เป็นการประสานความร่วมมือระหว่างกองบัญชาการกองทัพไทย กับ ทม.รอ. และ ฉก.ทม.รอ.904

และถือเป็นวันประวัติศาสตร์ ผบ.อ๊อบ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในชีวิตรับราชการปีสุดท้ายก่อนเกษียณกันยายน 2568 ที่ได้นำผู้บัญชาการเหล่าทัพและทหารรักษาพระองค์กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนได้อย่างเข้มแข็งและมีพลัง

เพราะแม้ตามธรรมเนียมของกองทัพ ผบ.ทบ.จะเป็นเหล่าทัพที่ใหญ่ที่สุด และมีพลังอำนาจแฝงในทางการเมืองมากที่สุดมายาวนาน แต่ในพิธีสวนสนามเช่นนี้ถือเป็นบทบาทนำของคนเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในการยืนนำแถว ผบ.เหล่าทัพ เพราะตามสายการบังคับบัญชาแล้ว ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคือผู้บังคับบัญชาของ ผบ.เหล่าทัพ

แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการเหล่าทัพ ไม่ได้สวมเครื่องแบบเต็มยศของทหารรักษาพระองค์ ที่เป็นสีสันต่างๆ เช่นในอดีต

แต่การสวมชุดขาวพร้อมสายสะพายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ก็ถือเป็นความแตกต่าง เนื่องจากได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ฉก.ทม.รอ.904 ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา จึงทำให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และบิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก จากที่เคยเป็นทหารคอแดง และเป็นนายทหารพิเศษ ประจำหน่วยทหารรักษาพระองค์ ก็ต้องกลับมาสู่การเป็นทหารคอเขียว เพราะไม่มีการแต่งตั้งเป็นนายทหารพิเศษ ประจำหน่วยทหารรักษาพระองค์ และไม่ได้อยู่ ฉก.ทม.รอ.904 แล้วนั่นเอง

แต่ความเป๊ะแบบทหารคอแดงก็ยังคงเต็ม 100 สำหรับ พล.อ.ทรงวิทย์ และ พล.อ.กพนา เพราะผู้บัญชาการเหล่าทัพก็เป็นนายทหารราชองครักษ์ที่ผ่านการฝึกหลักสูตร นรอ.มาแล้ว

ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เป็นครั้งแรกที่ ทม.รอ. หน่วยในพระองค์ร่วมในการสวนสนามด้วย จากเดิมที่เป็นเฉพาะในส่วนของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ

ซึ่งเดิมมีแผนที่จะให้ พล.อ.จักรภพ ภูรีเดช ทำหน้าที่เป็นผู้บังคับกองผสม เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ปฏิบัติหน้าที่องค์ผู้บังคับกองผสมและเสด็จขึ้นพลับพลาที่ประทับแล้ว เพราะ พล.อ.จักรภพ จะต้องมาดูแลเบื้องหลังให้เป๊ะที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆ และต้องสมพระเกียรติอย่างที่สุด รวมทั้งการปรับลดจำนวนกองพันสวนสนามจาก 13 กองพัน เป็น 11 กองพัน โดยลดในส่วนกำลังของ ทม.รอ.ลง เพื่อให้เกิดความเหมาะสม

จึงเป็นหน้าที่ของ“ผบ.แมน” พล.ท.นราพร แสนธิ (ตท.37) ผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ที่เป็นผู้สั่งแถวทหาร ต่อจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

โดยนายทหารที่ได้มีตำแหน่งในการสวนสนามก็ล้วนเป็นนายทหารที่เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย

ทั้ง พล.ท.พงษ์ศักดิ์ เปรมทองสุข (ตท.35) เจ้ากรมฝ่ายกำลังพล ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมการเสนาธิการ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ที่ทำหน้าที่ผู้เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ

และ พล.ต.สราพงษ์ ทิพวาที รองผู้อำนวยการกองยุทธการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมฝ่ายยุทธการ (อ) ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมการเสนาธิการ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นผู้เชิญธงชัยพระครุฑพ่าห์

โดยอดีตทหารเสือฯ ร.21 พล.ต.สมพร โตภาพ (ตท.34) ประจำพระองค์ ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนกรมฝ่ายยุทธการ ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมการเสนาธิการ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

ส่วนกองบังคับการกรมที่ 1 นำโดย ผบ.เก๋ พล.ท.จักรชัย ศรีคชา (ตท.28) ผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

และกองบังคับการกรมที่ 2 มี พ.อ.ต่อพงศ์ วรรณจันทร์ ผู้บังคับการกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ที่มีข่าวว่า กำลังจะย้ายโอนจากกองทัพบก มาอยู่ ทม.รอ. หลังเสร็จสิ้นพิธีสวนสนาม

ส่วนกองบังคับการกรมที่ 3 มี ผู้การหมู พ.อ.กฤษดา หิรัญโรจน์ (ตท.36) ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นผู้บังคับการ

ส่วนกองบังคับการกรมที่ 4 มี ผู้การนัท พ.อ.พิเชียรรัฐ ภารัญนิตย์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นผู้บังคับการ ที่มีข่าวว่าหลังเสร็จสิ้นพิธีสวนสนาม ก็จะย้ายโอนจากกองทัพบก มาอยู่ ทม.รอ. ที่กำลังมีการรับกำลังใหม่

หลังพิธีสวนสนามผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ ก็ทำให้ทหารทุกคนโล่งอก

และที่สำคัญทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้เห็นถึงความสง่างามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์จอมทัพไทย

และพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี รวมถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ในฐานะของทหารรักษาพระองค์

ที่สำคัญอีกประการคือ ภาพลักษณ์ของกองทัพซึ่งเป็นทหารของพระราชา มีความพร้อมเพรียงเข้มแข็งและสง่างาม

รวมทั้งเสียงคำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณพร้อมๆ กันของทหารรักษาพระองค์ ที่จักจงรักภักดีและปกป้องสถาบัน จนกว่าชีวิตจะหาไม่ และเปล่งสุดเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้อง

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สวยงาม-สมพระเกียรติ พิธีสวนสนาม-ถวายสัตย์ปฏิญาณ ตรวจแถวความเป๊ะ ของคีย์แมน ทม.รอ.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...