โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ส่องการเติบโตอาณาจักร GULF กลุ่มทุนธุรกิจรายใหญ่ของไทย

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 02.15 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2566 เวลา 01.34 น. • ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

GULF หรือ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของโรงไฟฟ้ารายใหญ่ของไทย ในช่วงที่ผ่านมาโดนแรงกดดันจากความกังวลของนโยบายแกนนำรัฐบาลที่จะปรับลดค่าไฟฟ้า โดยในวันนี้ทาง Wealthy Thai จึงได้ทำรวบรวมความหุ้นในกลุ่ม GULF มาฝากนักลงทุน ที่รวมทั้ง INTUCH, ADVANC และ THCOMซึ่งทั้งหมดนี้จะมีเทรนด์การเติบโตได้แค่ไหน

GULF กำไรไตรมาส 2/66 ทำนิวไฮ

มาเริ่มกันที่ GULFโดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวลง หลังพรรคฝ่ายที่ได้รับเสียงข้างมากจากการเลือกตั้งมีนโยบายในการปรับลดค่าไฟฟ้าลง รวมถึงนโยบายการปรับรูปแบบการรับซื้อไฟฟ้าของภาครัฐ
อีกทั้งทำให้ตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าในอนาคต (GULF เป็นหนึ่งในผู้นำของอุตสาหกรรม) โดยคาดประเด็นดังกล่าวจะเป็น Overhang ต่อราคาหุ้นในระยะสั้น-กลาง (รอความชัดเจนเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลและทิศทางนโยบายของรัฐบาลใหม่)
ทั้งนี้คงราคาเหมาะสมที่ 59.50 บาท คงแนะนำ “ซื้อ” แต่ในเชิงกลยุทธ์ มองว่ายังไม่ต้องรีบเข้าลงทุน โดยนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยอาจพิจารณาเข้าลงทุนหลังการจัดตั้งรัฐบาลและทิศทางนโยบายมีความชัดเจนแล้ว (คาดภายในช่วงไตรมาส 3/66)
ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานเบื้องต้นคาดกำไรปกติไตรมาส 2/66 จะสามารถทำ New High ได้เป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกันแม้มีการปรับลดค่า Ft งวด พ.ค. - ส.ค. และออกจากช่วง High Season ของโรงไฟฟ้าพลังงานลมในไทยและต่างประเทศ เพราะ 1.ต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่มีแนวโน้มลดลงจะสามารถชดเชยผลกระทบจากการปรับค่า Ft ได้
2.GULF จะเริ่มรับรู้รายได้จากหน่วยที่ 1 ของโรงไฟฟ้า GPD ขนาด 662.5 MW (COD 31 มี.ค. 2566) และ 3.การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯแบบเต็มไตรมาส (คาดพลิกเป็นกำไรในไตรมาส 2/66 หลังราคาก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯมีเสถียรภาพมากขึ้น) โดยคาดภาพพรวมทั้งปี 66 จะมีกำไร 17,453 ล้านบาท โต 52% จากปีก่อนอยู่ที่ 11,417 ล้านบาท

INTUCH หุ้นปันผล 4% ต่อปี

มาต่อกันที่ INTUCHนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า แนะนำ Trading Buy มีราคาเป้าหมายปี 66 ที่ 81 บาท แม้ชอบ INTUCH ในฐานะหุ้นปันผล 4% ต่อปี คิดเป็นผลตอบแทนสูงสุดในกลุ่มมือถือ แต่ upside ที่เหลือแค่ 4% (vs ADVANC +15%) และปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่ามูลค่า NAV ที่ถือใน ADVANC และ Invent เพียง -5% น้อยกว่า 1-2 ปี ย้อนหลังที่ -9% จึงแนะนำเพียง “รอซื้อเมื่ออ่อนตัว” เพื่อรับปันผล โดยครึ่งแรกปี 66 คาดจ่าย 1.3-1.4 บาท/หุ้น
ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2/66 แม้คาดส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจมือถือจะโตต่อทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสแรก ตามการแข่งขันราคาน้อยลงเต็มไตรมาสกับสัดส่วนผู้ใช้ 5G ที่สูงขึ้นจาก 16% ในไตรมาสแรก และต้นทุนค่าไฟต่อหน่วยจะลง -12%จากไตรมาสแรก ตั้งแต่พ.ค.66 ขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดการเติบโตถูกลดทอนด้วย ไม่มีบันทึกกำไรจาก THCOM เหมือนไตรมาส 2/66 ที่ 127 ล้านบาทแล้ว ทั้งนี้คาดประเด็นดังกล่าวจะน้อยลงในครึ่งหลังปี 66 จึงคาดกำไร INTUCH ในครึ่งหลังปี 66 เร่งตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 66 ที่ 1.13 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%จากปีก่อน

ADVANC กำไรขาขึ้น

ADVANCนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า คาดว่าโมเมนตัมของกำไรในไตรมาส 2/66จะเร่งตัวขึ้นจากไตรมาสแรก เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นเพราะจำนวนผู้ใช้บริการใหม่เร่งตัวขึ้น และ ARPU ดีขึ้นเนื่องจากแพ็คเกจใช้งานแบบไม่จำกัดหมดอายุลง โดยยังคงคาดว่ากำไรในปีนี้ที่ 28,405 ล้านบาท เติบโต 9% จากปีก่อน
สำหรับดีลการควบรวม 3BB ประเมินแบบอนุรักษ์นิยมว่าดีลน่าจะจบได้ภายในสิ้นปีนี้ ในขณะที่บริษัทคาดว่าดีลน่าจะจบได้ในเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ เนื่องจากมองว่า 3BB จะส่งผลขาดทุนมาที่ ADVANC ปีละ 1.2 พันล้านบาท ดังนั้น การรวม 3BB เข้ามาในงบรวมภายในเดือนกรกฎาคมจะทำให้กำไรของ ADVANC ในปี 66ลดลงไป 1.8% (หรือประมาณ 500 ล้านบาท)
ดังนั้นยังคงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเป้าหมายเอาไว้ที่ 250 บาท โดยธีมการลงทุนคือการแข่งขันด้านราคาที่ลดลงจะทำให้กำไรขาลงพลิกกลับมาเป็นขาขึ้นได้ตั้งแต่ปี 66เป็นต้นไป

THCOM ปีนี้กำไรโตกระฉูด

สุดท้าย THCOMนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กำไรปกติไตรมาส 1/66คิดเป็น 27%ของประมาณการกำไรปกติทั้งปี 66ที่ 426ล้านบาท โต 261%จากปีก่อน อย่างไรก็ดีในช่วงถัดจากนี้ THCOM จะมีความท้าทายมากขึ้นในการรักษาฐานรายได้เดิมในดาวเทียมบรอดแบนด์เพราะดาวเทียมใกล้หมดอายุการใช้งานทำให้มีโอกาสที่กำไรครึ่งหลังปี 66 จะด้อยกว่าครึ่งปีแรก 66 ดังนั้นประมาณการทั้งปี 66 จึงสมเหตุสมผล
โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 18.90 บาท ในเชิงพื้นฐานหาก THCOM ยิงดาวเทียมดวงใหม่ และเติมลูกค้าได้สำเร็จ ราคาหุ้นปัจจุบันที่ P/BV เพียง 1.4 เท่า ไม่แพงเทียบกับศักยภาพที่อาจเกิดขึ้น ทำให้ราคาหุ้นที่ปรับลดลงมาเริ่มน่าสนใจ
ดังนั้นเชิงกลยุทธ์ ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกถดถอยโดยเฉพาะครึ่งหลังปี 66 ส่งผลให้หุ้นที่อยู่บนความ คาดหวังโครงการขนาดใหญ่ที่ยังไม่เกิดขึ้นจะถูกตลาดมองข้าม เพราะตลาดจะมองหาความมั่นคงของกระแสเงินสด ณ ปัจจุบันมากกว่าการให้น้ำหนักกับผลลัพธ์ของการลงทุนในอนาคต
อย่างไรก็ดีหากสถานการณ์เกิดขึ้นตามคาด มองเป็นโอกาสดีที่จะเข้าสะสมหุ้น ในช่วงครึ่งหลังปี 66 ที่ตลาดเพิ่มความกลัวเข้าไปในราคาหุ้น ส่วนจุดเปลี่ยนสำคัญในเชิงพื้นฐานที่จะทำให้หุ้นกลับมาน่าสนใจคือความคืบหน้าของการขาย Presale ดาวเทียมดวงใหม่ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง 6-12 เดือนจากนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...