โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หนี้บัตรเครดิตท่วมหัว! เอาตัวให้รอดยังไงดี เปิด 4 วิธีแก้หนี้ที่นี่!

The Bangkok Insight

อัพเดต 25 มิ.ย. 2566 เวลา 12.51 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2566 เวลา 00.44 น. • The Bangkok Insight

หนี้บัตรเครดิตท่วมหัว! เอาตัวให้รอดยังไงดี เปิด 4 วิธีแก้หนี้บัตรเครดิตที่นี่!

ในช่วงเวลาที่เราต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจต่าง ๆ บัตรเครดิตถือเป็นสิ่งที่ใครหลาย ๆ คนนำมาใช้เป็นทางเลือกในการใช้จ่าย อาจด้วยโปรโมชั่นของบัตรที่คุ้มค่า และการที่เราไม่จำเป็นต้องเสียเงินสดในกระเป๋าจ่ายไปก่อน แต่อย่าลืมว่าการใช้บัตรเครดิตถือเป็นการที่เราหยิบเงินจากในอนาคตของเรามาใช้ ด้วยเหตุนี้เองทำให้หลาย ๆ คนที่ใช้บัตรเครดิตอย่างไม่ระมัดระวัง จนเกิดการ "ติดหนี้บัตรเครดิต" ขึ้นมา

หนี้บัตรเครดิต

แก้หนี้บัตรเครดิตเริ่มต้นอย่างไร

เรื่องแบบนี้ใคร ๆ ก็สามารถผิดพลาดจากการใช้จ่ายกันได้ทั้งนั้น ดังนั้นแล้วหากเราติดหนี้บัตรเครดิตขึ้นมา เราก็ต้องเริ่มมองหาทางแก้หนี้บัตรเครดิตเพื่อไม่ให้หนี้บานปลายและดอกเบี้ยสูงทบต้นไปมากกว่านี้ บทความนี้เราจะมาแนะนำวิธีที่จะพาทุกท่านไปแก้ปัญหาวังวนหนี้บัตรเครดิต ต้องทำอย่างไรให้รอด เรามาเริ่มหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน

4 วิธีแก้หนี้บัตรเครดิตเริ่มต้นอย่างไรดี?

วิธีที่ 1 รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

หลาย ๆ คนอาจเคยได้ยินแต่คำว่ารีไฟแนนซ์บ้าน ซึ่งจริง ๆ แล้วมีการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตด้วยเช่นกัน โดยการทำวิธีนี้คือการที่เรารวมหนี้บัตรเครดิตทั้งหมดจากหลาย ๆ แหล่งเพื่อนำไปหาสถาบันการเงินแห่งใหม่หรือธนาคารใหม่เพื่อขอทำการผ่อนชำระ โดยขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตเริ่มทำได้ ดังนี้

  • รวมยอดหนี้บัตรเครดิตทุกใบที่มีอย่างละเอียด
  • ดูความสามารถในการชำระหนี้ของเรา
  • ติดต่อธนาคารเดิมเพื่อต่อรองและแจ้งปิดหนี้เก่า
  • มองหาธนาคารใหม่เพื่อติดต่อขอรีไฟแนนซ์ โดยพิจารณาหลาย ๆ ธนาคารหาธนาคารที่ดอกเบี้ยคุ้มค่าที่สุด

ซึ่งวิธีการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตนั้นเหมาะกับคนที่ติดหนี้บัตรเครดิตเพียงอย่างเดียว และมีหนี้บัตรเครดิตหลายใบ

หนี้บัตรเครดิต

วิธีที่ 2 รวมหนี้

รวมหนี้หรือทำความเข้าใจง่าย ๆ คือ การที่เรานำหนี้ดอกเบี้ยสูงอย่างเช่น หนี้บัตรเครดิต, หนี้บ้าน หรือสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่น ๆ ที่เราเป็นหนี้อยู่หลายธนาคารมารวมไว้ที่เดียวกัน เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการและการผ่อนชำระหนี้ โดยวิธีนี้จะทำให้เราสามารถเลือกผ่อนจ่ายเป็นงวดได้ตามกำลังที่เราไหว แถมยังช่วยลดภาระในเรื่องดอกเบี้ยลงได้ ซึ่งจะส่งผลให้เราปิดหนี้ได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น สำหรับคนที่อยากจะรวมหนี้บัตรเครดิตก็สามารถทำได้ 2 รูปแบบด้วยกัน คือ

  • การรวมหนี้บัตรเครดิตหลายใบ รวมหนี้บัตรเครดิตที่เรามีอยู่กับหลาย ๆ ธนาคารมาเป็นสินเชื่อบุคคลกับธนาคารเดียวเพื่อให้ดอกเบี้ยลดลง และบริหารจัดการหนี้ได้ง่ายขึ้นด้วยการผ่อนจ่ายหนี้เพียงก้อนเดียว โดยระยะเวลาสินเชื่อยืดหยุ่นได้สูงสุดถึง 5 ปี ตรงนี้มีหลายธนาคารให้บริการอยู่ ส่วนใหญ่จะให้วงเงินได้สูงสุด 5 เท่าของรายได้กรณีไม่มีหลักประกัน
  • การรวมหนี้บัตรเครดิตเข้าไว้กับหนี้สินเชื่อบ้าน รวมหนี้บัตรเครดิตไว้กับสินเชื่อบ้านที่เรามีอยู่ให้กลายเป็นหนี้ก้อนเดียวกับธนาคารเดียวกัน เพื่อช่วยลดภาระเรื่องดอกเบี้ยและการผ่อนค่างวด โดยจะได้วงเงินไม่เกินมูลค่าของหลักประกัน

วิธีที่ 3 เปลี่ยนหนี้บัตรเครดิตให้กลายเป็นสินเชื่อระยะยาว

หากเราติดหนี้บัตรเครดิตอยู่ เราอาจจะเลือกวิธีนี้ในการแก้หนี้บัตรเครดิต โดยการเปลี่ยนเป็นหนี้สินเชื่อระยะยาวที่จะสามารถช่วยลดค่างวด พร้อมทั้งจะทำให้เราสามารถขยายระยะเวลาชำระหนี้ เมื่อเปลี่ยนเป็นสินเชื่อระยะยาวแล้วจะทำให้เราได้รับดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตเดิมของเราได้

ขั้นตอนการเปลี่ยนหนี้บัตรเครดิตให้เป็นสินเชื่อระยะยาว

1. สำรวจค่าใช้จ่ายของเราในแต่ละเดือน เริ่มสำรวจค่าใช้จ่ายของเราในแต่ละเดือน พร้อมทั้งคำนวณจากรายได้ของเราเพื่อที่จะได้เห็นชัดถึงความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ได้ โดยเราจะยกตัวอย่างเป็นตารางด้านล่างนี้

สมมติว่าเรามีรายได้เดือนละ 40,000 บาท มีหนี้บัตรเครดิตทั้งหมดราว ๆ 300,000 บาท เรามาเริ่มวางแผนการเงินค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อเดือนก่อน เพื่อที่จะได้รู้ถึงความสามารถในการผ่อนหนี้สินของเรา

หนี้บัตรเครดิต

จะเห็นได้ว่าหากเราสามารถหักค่าใช้จ่ายของเราทั้งหมดออกแล้ว เราจะเหลือเงินราว ๆ 9,000 บาท ที่สามารถใช้ชำระหนี้ระยะยาวของเราได้ แต่เราขอแนะนำว่าไม่ควรให้ยอดหนี้ของเราอยู่ในระดับที่ 9,000 พอดี เพื่อช่วยให้การเงินของเราคล่องตัวขึ้น ท่านอาจจะผ่อนเพียงแค่ 6,000-7,000 บาทเท่านั้น (นี่เป็นเพียงกรณีตัวอย่าง ทุก ๆ ท่านควรศึกษาข้อมูลและวางแผนการเงินของเราให้ดีก่อนตัดสินใจทำสินเชื่อระยะยาว)

2. ติดต่อธนาคารเดิมที่เรามีหนี้ เข้าติดต่อธนาคารเดิมที่เรามีหนี้บัตรเครดิต และขอเปลี่ยนหนี้บัตรเครดิตเดิมให้กลายเป็นหนี้ระยะยาว

3. รอธนาคารพิจารณา โดยธนาคารจะพิจารณาจากวงเงินของบัตรเครดิตของเรา เพื่อใช้คิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกิน 12% ต่อปี และ 22% ต่อปี รวมถึงธนาคารจะพิจารณาระยะเวลาสินเชื่อระยะยาวไปให้เราอีกด้วย

ซึ่งวิธีการนี้ก็เหมาะกับคนที่ไม่สามารถจ่ายยอดบัตรเครดิตขั้นต่ำไหว ต้องการยืดระยะในการเป็นหนี้บัตรเครดิตนั่นเอง

หนี้บัตรเครดิต

วิธีที่ 4 ปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย วางแผนการเงินก่อนรูดบัตร

การวางแผนการเงินก่อนตัดสินใจรูดบัตรเครดิตเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะจะไม่ทำให้เราเป็นหนี้บัตรเครดิตเพิ่มขึ้น หากเราต้องการซื้อสิ่งของที่จำเป็นเพิ่มโดยใช้บัตรเครดิต ควรคำนวณค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนและดูยอดเงินคงเหลือที่สามารถจ่ายบัตรเครดิตไหว เพื่อให้มีเงินที่ไปชำระหนี้บัตรเครดิตคงค้างและพยายามจ่ายให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ และที่สำคัญเราควรเช็กสิทธิพิเศษต่าง ๆ จากบัตรเครดิตก่อนตัดสินใจรูดบัตรของเราก่อนด้วย เพื่อที่เราจะได้วางแผนการใช้จ่ายได้ดีขึ้น เช่น สิทธิผ่อนชำระสินค้าดอกเบี้ย 0% (ขึ้นอยู่กับประเภทบัตรเครดิตของเรา)

ท้ายที่สุดของบทความนี้ การเลือกใช้บัตรเครดิตถือเป็นหนึ่งในทางเลือกใช้จ่ายที่ดี เพียงแค่เราต้องรู้จักคิด รู้จักใช้ ให้เกิดประโยชน์กับเราที่สุด แต่หากเกิดความผิดพลาดในการควบคุมค่าใช้จ่ายทำให้ติดหนี้บัตรเครดิตขึ้นมา สิ่งที่เราควรทำให้ไวคือการหาทางออกของการแก้หนี้บัตรเครดิตนี้ เพื่อรักษาประวัติทางการเงินที่ดีของตัวเรา

ขอบคุณ Krungsri The COACH

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...