โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตร.ไซเบอร์ ปูพรมค้นห้างดัง เครื่องดักฟัง-ซิมผี

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 พ.ค. 2566 เวลา 00.36 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2566 เวลา 00.36 น. • The Bangkok Insight

ตร.ไซเบอร์ ตัดช่องกลุ่มมิจฉาชีพ ปูพรมค้นห้างดัง อุปกรณ์เถื่อนเพียบ เครื่องดักฟัง/วิทยุสื่อสาร ทลายรัง "ซิมผี"

เมื่อวันที่27 พฤษภาคม2566 พล.ต.ท.วรวัฒน์วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ผบช.สอท.) พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญรอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.อำนาจไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. เผยว่าได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.กฤษดา มานะวงศ์สกุล ผกก.4 บก.สอท.1 พ.ต.ท.พรชัย บัวด้วง รอง ผกก.4 บก.สอท.1 นายจาตุรนต์ โชคสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม(กสทช.)และ นายวิโรจน์รัตน์ แจ่มวรรณา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการตรวจสอบสรรพสามิต และฝ่ายป้องกันและปราบปราม4 สำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม พร้อมกำลังขุดสืบสวน บก.สอท.1 นำหมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ ปูพรมเข้าตรวจค้น9 จุดบริเวณชั้น4 ของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ในกทม. ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายอุปกรณ์มือถือและอุปกรณ์โทรคมนาคมขนาดใหญ่ กลางกรุง พบมีผู้ลักลอบนำอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ผิดกฎหมายมาวางขาย โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายทั้งนี้ เพื่อป้องกันและตัดช่องทางไม่ให้กลุ่มมิจฉาชีพมาซื้อ ในการนำไปใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันมีการลักลอบนำเข้าอุปกรณ์โทรคมนาคมโดยผิดกฎหมาย และลักลอบจำหน่ายให้แก่บุคคลทั่วไป ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมที่กำหนดไว้

ตร.ไซเบอร์

จากการตรวจค้นพบว่ามีผู้ประกอบการบางรายนำสินค้าประเภทเครื่องวิทยุคมนาคมที่ไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาในราชอาณาจักร และไม่ผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน(Type Approval Test) เช่น โทรศัพท์มือถือ, เครื่องติดตาม(GPS Tracker) , อุปกรณ์ล่ปอยสัญญาณWifi , เครื่องดักฟัง, วิทยุสื่อสาร, โดรนถ่ายภาพ มาวางจำหน่ายจำนวนมาก

โดยทางเจ้าหน้าที่พบร้านที่กระทำผิด จำนวน9 ร้าน จึงจับกุมผู้ดูแลร้าน7 คนพร้อมตรวจยึดเครื่องโทรคมนาคมผิดกฎหมาย ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ,นาฬิกาใส่ชิมการ์ด, เครื่องติดตาม(GPS Tracker) ,เครื่องดักฟัง,อุปกรณ์ปล่อยสัญญาณWifi ,วิทยุสื่อสาร,โดรนถ่ายภาพ,อุปกรณ์โทรคมนาคมและกล้องใส่ชิมการ์ด รวม157 รายการ มูลค่ากว่า707,000 บาท

ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา“มี และ ค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน5 ปีใหรือปรับไม่เกิน1 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ จึงควบคุมผู้กระทำความผิดพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามนโยบายของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 ได้สั่งการให้ทำการระดมจับกุมผู้กระทำผิดตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 โดยเน้นการจับกุมผู้ที่กระทำผิดเกี่ยวกับ ซิมม้า และบัญชีม้า เพื่อปิดกั้นช่องทางการกระทำผิดของคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นั้น

ตร.ไซเบอร์

พ.ต.อ.นิคม ชัยเจริญ ผกก.3 บก.สอท.3 ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สอท.3 บก.สอท.3 ทำการสืบสวนหาข่าวผู้ที่กระทำผิดในลักษณะดังกล่าวทั้งช่องทางเปิดร้านในแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ พบว่ามีการโพสต์ขายซิมโทรศัพท์ ผ่านแอปพลิเคชันShopee โดยมีชื่อร้าน“7phone” จากการตรวจสอบแสดงความคิดเห็นหลังการซื้อขายของลูกค้า จากร้าน“7phone” ทราบว่าร้านค้าดังกล่าว ได้มีการขายและส่ง ซิมโทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนเปิดใช้งานพร้อมใช้ มาเป็นจำนวนหลายครั้งแล้วจริง และได้มีลูกค้ามาแสดงความคิดเห็นหลังการรับสินค้าว่าได้รับสินค้าจริง และใช้งานได้จริงตามรายการ“ซิมTrue พร้อมใช้งาน(ชุด5เบอร์,10เบอร์) ไม่ผ่านแอปใดๆ ทั้งสิ้น” และมีหน้าร้านชื่อ ศูนย์บริการทรูเอเจนท์พลัส อ.เมือง จ.หนองคาย จึงดำเนินการล่อซื้อซิมโทรศัพท์มาตรวจสอบพบว่าเป็นซิมที่ลงทะเบียนพร้อมใช้จริง จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และขออนุมัติศาลจังหวัดหนองคายออกหมายค้น จนนำมาสู่“ปฏิบัติการบุกค้นทลายแหล่งขายส่งซิมผี“7phone” กลางเมืองหนองคาย”

ตร.ไซเบอร์

ต่อมาวันที่25 พ.ค.66 พ.ต.อ.นิคม ชัยเจริญ ผกก.3 บก.สอท.3 จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.3 นำโดย พ.ต.ต.ศิรสิทธิ์ ทันศรี สว.กก.3 บก.สอท.3 นำกำลังเข้าตรวจค้น ศูนย์บริการทรูเอเจนท์พลัส พบนายกิติพัฒน์ แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน จากการสอบถาม นายกิติพัฒน์ ให้การรับว่าซิมการ์ดโทรศัพท์ที่ตรวจพบในกล่องพัสดุเป็นซิมการ์ดที่ลงทะเบียนในนามของบุคคลอื่นและตนเองมีหน้าที่แพ็คซิมการ์ดใส่กล่องเพื่อส่งให้กับผู้ที่สั่งซื้อจริง จึงได้จับกุม นายกิติพัฒน์ เจ้าของร้านในความผิดฐาน“เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อหรือขายเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนามของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวใช้บริการได้” และตรวจยึดซิมโทรศัพท์เครือข่ายทรูและดีแทคที่ลงเบียนแล้ว จำนวน180 ซิม ที่บรรจุจ่าหน้าซองเตรียมส่งให้ลูกค้า และซิมโทรศัพท์ เครือข่ายทรู อีกจำนวน496 ซิม นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...