พิพัฒน์เคลียร์ชัด ปม “ปิดพื้นที่ 100%” พระราม 2 ไม่ใช่ปิดทั้งเส้นทางจริงตามข้อเท็จจริง
กระทรวงคมนาคมโดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ตอบข้อสงสัยของประชาชนเกี่ยวกับมาตรการ “ปิดพื้นที่ 100%” เพื่อแก้ปัญหาจากอุบัติเหตุเครนก่อสร้างถล่มบนถนนพระราม 2 ที่กำลังถูกเผยแพร่ในสื่อและโซเชียล ว่ามาตรการดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงการปิดถนนพระราม 2 ทั้งสายอย่างถาวร แต่เป็นการ ปิดเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยงสูงและจำเป็นต้องเร่งซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัยของประชาชน เท่านั้น
ประเด็นคำว่า “ปิดพื้นที่ 100%” คืออะไร
คำว่า ปิดพื้นที่ 100% ในที่นี้หมายถึงการ ปิดช่องทางหลักของถนนพระราม 2 บริเวณจุดเกิดเหตุและจุดที่ต้องรื้อถอนโครงสร้างสะพานระหว่าง กม. 29+100 – 32+100 ให้หมดทั้ง 3 เลนหลักเพื่อความปลอดภัย โดยเปิดให้ประชาชนใช้ ช่องทางขนาน 2 เลนต่อทิศทาง แทนขณะดำเนินการซ่อมแซมและจัดการพื้นที่ก่อสร้าง
นายพิพัฒน์เน้นว่าการปิดพื้นที่ในลักษณะนี้เป็นการ “ปิดเฉพาะจุดเสี่ยงชั่วคราว” เพื่อให้การรื้อถอนซากเครนและกองวัสดุเป็นไปอย่างปลอดภัยและควบคุมความเสี่ยงต่อผู้ใช้ทาง ไม่ใช่การปิด ถนนพระราม 2 ทั้งสายเป็นการถาวร หรือเป็นการทำให้ประชาชนเผชิญปัญหาการเดินทางมากเกินความจำเป็น
แผนบริหารจัดการจราจรและผลกระทบ
กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยแผนการจัดการจราจรเพื่อรองรับการปิดพื้นที่ดังนี้:
- ปิดช่องทางหลักของถนนพระราม 2 จำนวน 3 เลนหลักต่อทิศทาง ในพื้นที่งานซ่อมแซม 3 กิโลเมตร
- เปิดให้ประชาชนใช้ ช่องทางขนาน 2 เลนต่อทิศทาง รวมเป็น 4 ช่องทางจราจรทั้งสองฝั่ง
- จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาจราจรบริเวณทางเบี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง
- ปรับจุดเข้า–ออกและกายภาพทางเชื่อมเพื่อให้การไหลของรถราบรื่นที่สุด
- อาจมีการปิดช่องทางหลักเพียงบางทิศทางหรือเปิดเป็นช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) ในบางวันเพื่อช่วยระบายการจราจร
จากการคำนวณทางวิศวกรรม ความสามารถรองรับปริมาณรถจะลดลงประมาณ 60% โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนอาจมีแถวรถสะสมยาวกว่า 4 กิโลเมตร ทำให้กรมทางหลวงแนะนำให้ผู้ใช้ทาง วางแผนการเดินทางล่วงหน้า และใช้ช่องทางเลี่ยงเมื่อจำเป็น
ระยะเวลาและมาตรการด้านความปลอดภัย
งานรื้อถอนซากเครนและซ่อมแซมโครงสร้างสะพานบริเวณพระราม 2 คาดว่าจะดำเนินการตั้งแต่ 24 มกราคม – 27 มีนาคม 2569 (ประมาณ 60 วัน) เพื่อให้โครงสร้างมีความแข็งแรงและปลอดภัย
สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น กรมทางหลวงได้ยกระดับมาตรการตามคำสั่งของรองนายกรัฐมนตรี โดยให้ บริษัทผู้รับเหมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ในการรื้อถอน การใช้ผู้เชี่ยวชาญอิสระ และมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติม ขณะที่การแจ้งผลความคืบหน้าและแผนงานจะมีการสื่อสารให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง
ยืนยันไม่มีนโยบาย “อุ้มผู้รับเหมาที่ประมาท”
นายพิพัฒน์กล่าวย้ำว่ารัฐบาล ไม่มีนโยบายอุ้มผู้รับเหมาที่กระทำผิดหรือประมาทเลินเล่อ โดยจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบว่าการกระทำผิดเงื่อนไขสัญญาสามารถดำเนินการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) หรือดำเนินการทางกฎหมายที่เหมาะสมต่อไป
วิเคราะห์ผลกระทบต่อการเดินทางและผู้ใช้ถนน
- ผลกระทบการจราจร: การลดช่องทางหลักทำให้ปริมาณรถรองรับได้ลดลง การจราจรอาจชะลอตัวในช่วงทำงาน โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น
- การวางแผนล่วงหน้า: ผู้ใช้ถนนควรติดตามข้อมูลจราจรและพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงเมื่อจำเป็น
- ความปลอดภัยสูงสุด: การจัดการพื้นที่และการปิดงานเป็นมาตรการที่มุ่งเน้นความปลอดภัยของประชาชนก่อนเสมอ