โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดคฤหาสน์ริมปาล์มบีช ‘ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์’ เจ้าพ่ออาณาจักรแฟชั่นอเมริกันพันล้าน

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 15.42 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 08.42 น. • HELLO! Magazine Thailand
เปิดบ้าน ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์

หากกล่าวถึงแบรนด์แฟชั่นอเมริกันเบอร์ต้นๆ แล้ว ชื่อของTommy Hilfiger มักพ่วงมากับความมีสไตล์เฉพาะตัว เอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร และอิทธิพลทางแฟชั่นที่อยู่ยั้งยืนยงมาช้านาน และวันนี้ ณ ทำเลทองริมหาดปาล์มบีชในรัฐฟลอริดา ซึ่งเรียงรายไปด้วยคฤหาสน์สีพาสเทลสดใสยาวไปตลอดหน้าหาดนั้น *ทอมมี่และดี ฮิลฟิเกอร์ เปิดประตูให้เราเข้าไปยลผลงานรีโนเวต‘บ้านปะการัง’ (Coral House) ในย่านทำเลทองหน้าหาด Billionaires’ Row ซึ่งเป็นแหล่งรวมบ้านพักตากอากาศของเหล่ามหาเศรษฐี สำหรับบทสัมภาษณ์และภาพถ่ายสุดเอ็กซ์คลูซีฟของ HELLO! โดยเฉพาะ*

สองสามีภรรยาซึ่งแต่งงานกันในเดือนธันวาคม ปี 2008 ต่างมีใจรักในงานดีไซน์ด้วยกันทั้งคู่ โดยทอมมี่ วัย 74 ปี เป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์แฟชั่นระดับโลก Tommy Hilfiger ส่วนดี ภรรยาและอดีตนางแบบวัย 58 ปี เปิดไลน์เครื่องใช้ในบ้านของตนเองในชื่อ Mrs. H

คุณนายฮิลฟิเกอร์ยังนั่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และเจ้าของร่วมให้กับแบรนด์กระเป๋าไฮเอนด์ Judith Leiber ซึ่งเธอพาแบรนด์ไปทำคอลเลกชั่นพิเศษร่วมกับคนดังระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเคที่ เพอร์รี รวมทั้งครอบครัวคาร์ดาเชียนและเจนเนอร์มาแล้ว

ทอมมี่และดีโคจรมาเจอกันได้ด้วยเพื่อนของทั้งคู่ที่แผลงศรรักของกามเทพ นำพาให้ทั้งสองมาพบกันที่คลับหรูริมหาดในแซงต์โตรเปซ์ เมืองตากอากาศริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเมื่อปี 2005 ในเวลานั้นดีอยู่กับลูกชาย 2 คนที่เมืองมอนติคาร์โล ประเทศโมนาโก ส่วนทอมมี่ไปพักร้อนทางตอนใต้ของฝรั่งเศสพอดี มิตรภาพฉันเพื่อนจึงเบ่งบาน ตามมาด้วยการจีบกันข้ามทวีปก่อนจะลงท้ายด้วยการแต่งงานอันมื่นชื่นในอีก 3 ปีต่อมา

รวมสองเข้าเป็นหนึ่งครอบครัว

เมื่อสองครอบครัวเชื่อมเป็นทองแผ่นเดียวกันก็ปรากฏว่าทอมมี่และดีมีลูกๆ ถึง 7 ชีวิต โดยทอมมี่มีลูก 4 คนจากการสมรสครั้งก่อน หนึ่งในนั้นคือ แอลลี่ บุตรสาวที่มีผลงานบันเทิงในซีรี่ส์แนวเรียลลิตี้ตามติดชีวิตจริงของเธอทางเอ็มทีวีเรื่อง Rich Girls ส่วนดีมีลูกชาย 2 คน ได้แก่ จูเลียนและอเล็กซ์ จากการแต่งงานกับจานนี่ โอเคลปโป อดีตโปรเทนนิสชาวอิตาเลียน นอกจากนี้ทอมมี่และดียังมีบุตรชายด้วยกัน 1 คนคือ เซบาสเตียน วัย 16 ปี

ทอมมี่และดีต้องไล่เดินทางไปพักตามนิวาสถานต่างๆ ที่ทั้งสองครอบครองไว้ มีตั้งแต่ที่พักในแมนฮัตตันไปจนถึงบ้านพักตากอากาศบนเกาะมัสทีกในทะเลแคริบเบียน บ้านในคอนเนตทิคัตไปจนถึงคฤหาสน์ในไมอามี จนทั้งสองถึงกับออกหนังสือโฟโต้บุ๊กเล่มใหม่ Tommy Hilfiger ที่เชื้อชวนผู้อ่านไปเยี่ยมชมบ้านแต่ละหลังของครอบครัว

“ดีกับผมชอบจินตนาการ ชอบสร้างและชอบใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลายๆ หลังของเรามาตลอดหลายปีที่ผ่านมา บ้านแต่ละหลังของเราเปรียบเสมือนแต่ละบทอันมีความหมายในชีวิตของเรา” ทอมมี่กล่าว “เราตัดสินใจรวบรวมที่มาที่ไปของบ้านทั้ง 7 หลังของเราผ่านอัตชีวประวัติเชิงภาพและอยากให้คนอื่นได้มาร่วมสัมผัสบ้านของเรากันครับ”

สองสามีภรรยาเริ่มลุยงานตกแต่งบ้านตั้งแต่ก่อนจะเข้าพิธีแต่งงานกันเสียด้วยซ้ำ โดยจัดการออกแบบห้องดูเพล็กซ์เพดานสูงโปร่งสุดโอ่อ่าภายในเดอะ พลาซาโรงแรมระดับตำนานบนถนนฟิฟธ์อะเวนิวในแมนฮัตตัน “เราสนุกกับโปรเจกต์นี้กันมากเลยค่ะ” เจ้าของบ้านหญิงเล่า และที่นี่เองกลายเป็นต้นธารแรงบันดาลใจให้ทั้งสองเริ่มขยับขยายไปตกแต่งบ้านหลังอื่นๆ เรื่อยมา

หลังจากย้ายไปพักตามนิวาสถานหลายต่อหลายหลังมาหลายปี สองสามีภรรยาฮิลฟิเกอร์ขายบ้านในครอบครองออกไปหลายแห่ง จากนั้นจึงปักหมุดใหม่หมายใจว่าจะไปเริ่มต้นชีวิตบทต่อไปกันที่ปาล์มบีช และหลังจากเสาะแสวงหาบ้านที่ใช่มานานแสนนาน ทั้งสองจึงตกลงใจ ซื้อบ้านปะการังหลังนี้เมื่อปี 2021

อุโมงค์ลับใต้ดิน

บ้านปะการังหรือ Coral House หลังนี้ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 1972 โดยเป็นผลงานออกแบบของสถาปนิกนามกระเดื่อง จอห์น โฟล์ก และเคยตกทอดมาถึงมือ คอนราด แบล็ก เจ้าพ่อสื่อชาวอังกฤษ-แคนาดา ก่อนจะกลายเป็นบ้านพักของครอบครัวฮิลฟิเกอร์ในปัจจุบัน ทอมมี่กล่าวถึงการบูรณะบ้านปะการังว่าเป็นงานใหญ่สุดท้าทายและโหดหินที่สุดในบรรดาบ้านทุกหลังที่เขาครอบครอง โดยเขาทุ่มเวลาถึง 3 ปีเต็มกว่าจะซ่อมสร้างบ้านหลังงามจนแล้วเสร็จ

ภายนอกตกแต่งด้วยหินปะการัง หน้าต่างทรงโค้งและทิวทัศน์สุดลูกหูลูกตาของมหาสมุทรแอตแลนติกด้านหนึ่ง และอีกด้านเป็นวิวทางน้ำภายในชายฝั่ง อีกทั้งยังมีอุโมงค์ใต้ดินซึ่งเป็นทางออกไปสู่ชายหาดได้โดยตรง ส่วนภายในสัมผัสสไตล์แบบอเมริกันอันเป็นเอกลักษณ์ของทอมมี่ปราฏอยู่ทุกที่ซึ่งแลดูกลมกล่อมยิ่งขึ้นด้วยงานศิลปะของศิลปินระดับไอคอนของโลก เช่น แอนดี้ วอร์ฮอล และฌอง-มิเชล บาสเกียต์

“เราอยากให้บ้านของเราหลังนี้ให้ความรู้สึกสงบขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว” นายหญิงแห่งบ้านปะการังกล่าว“ที่บ้านหลังนี้ คุณจะแต่งตัวหรูก็ได้ หรืออยากถอดรองเท้าแล้วทิ้งตัวสบายๆ ขลุก อยู่กับครอบครัวก็ได้เช่นกัน”

บ้านปะการังจึงกลายเป็นที่พักหลังหลักของครอบครัวฮิลฟิเกอร์ และดีหวังใจไว้ว่าจะเป็นเช่นนี้สืบไป “ฉันไม่พร้อมจะย้ายบ้านไปอีกพักใหญ่ๆ เลยค่ะ!”

คุณเคยอยู่ในบ้านสวยๆ มาก็หลายหลัง อะไรที่ทำให้คุณตกหลุมรักบ้านปะการัง

ดี : “ก่อนหน้านี้ เรามีบ้านหลังหนึ่งที่โกลเด้นบีช ไมอามีอยู่แล้ว แต่ฉันคิดเสมอว่าบ้านที่คอนเนตทิคัต คือบ้านที่แท้จริง เพราะเซบาสเตียน ลูกชายของเราเติบโตมาที่บ้านนั้น แต่ที่สุดแล้ว เราตัดสินใจขายบ้านที่คอนเนตทิคัตและไมอามีไป พอเรามาที่ฟลอริดาก็เริ่มมองหาบ้านแถวปาล์มบีช ฉันอยากได้บ้านที่มีสิ่งที่ฉันชอบจากบ้านสองหลังนั้นค่ะ

“บ้านที่ไมอามีของเรามีหน้าหาดที่กว้างขวางและสวยงามมากๆ ซึ่งไม่ง่ายเลยที่เราจะหาบ้านริมมหาสมุทรและมีสระว่ายน้ำอยู่ด้านหน้าด้วยในย่านปาล์มบีช เพราะบ้านแถวนี้มักจะออกแบบสระว่ายน้ำไว้หลังบ้านค่ะ”

ทอมมี่ : “เราได้เรียนรู้อย่างรวดเร็วมากว่าบ้านหลังนี้มีองค์ประกอบหลายอย่างที่มีเอกลักษณ์ เช่น ห้ามส่องไฟในน้ำตอนกลางคืนเพราะแถวนี้มีเต่าทะเล พอตกดึก แถบหน้าหาดในย่านนี้จึงมืดสนิทเลยครับ”

ดี : “ฉันทำรายการสิ่งที่อยากได้สำหรับบ้านในฝัน แต่ต้องค่อยๆ ลดความต้องการลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเราได้มาเจอบ้านปะการังค่ะ ซึ่งทั้งพื้นที่และสถานที่ตั้งใช่อย่างที่เราต้องการทุกอย่าง แต่ก็ต้องซ่อมแซมตกแต่งเพิ่มอยู่บ้างเพื่อให้รู้สึกว่าเป็นบ้านของเราจริงๆ ซึ่งจนป่านนี้ยังตกแต่งไม่เสร็จเลยค่ะ”

เล่าถึงกระบวนการตกแต่งภายในหน่อยสิ และมีห้องหรือของชิ้นไหนในบ้านที่เป็นชิ้นโปรดบ้าง

ดี : “คอรัลบาร์คือหนึ่งในห้องโปรดและเป็นห้องที่เราใช้งานบ่อยที่สุดค่ะ ด้วยความที่มีผนังไม้เคลือบเงาโทนสีส้มคอรัลแต่งขอบไม้ไผ่ที่สวยงามมาก อีกห้องคือห้องของเซบาสเตียนที่แต่งออกมาแล้วสวยเลยละ

“ไม่ว่าเราจะซื้อบ้านที่ไหน บ้านหลังนั้นเปรียบเสมือนตัวแทนช่วงเวลา ณ ขณะนั้นในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์หรือความรู้สึกของบ้านเองก็ตาม กระบวนการตกแต่งบ้านของเราจึงขึ้นอยู่กับสไตล์ของบ้านหลังนั้นๆ รวมถึงสถานที่ตั้ง และช่วงเวลาในชีวิตของเราด้วย…เราจะร่วมออกไอเดียกับซินดี้ รินเฟรต มัณฑนากรที่ร่วมงานกับเรามา 18 โปรเจกต์แล้ว รวมทั้งบ้านที่คอนเนตทิคัต และแอสเพนด้วย เราจะยกเรื่องคัสตอมดีไซน์ให้เธอรับผิดชอบ และเชื่อใจในคำแนะนำต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญอย่างเธอค่ะ”

ทอมมี่ : “บ้านปะการังหลังนี้มีหลายอย่างเลยครับที่เป็นสไตล์เฉพาะตัวของเราจริงๆ แม้กระทั่งรายละเอียดอย่างห้องน้ำสำหรับแขกที่แยกชาย-หญิง ซึ่งเราตกแต่งผนังห้องน้ำด้วยกระเบื้องโมเสกทำจากเปลือกหอยบด

“ผนังเปลือกหอยเป็นฝีมือศิลปินท้องถิ่นในย่านปาล์มบีชนี่เองครับ เราไปเห็นผลงานที่โชว์รูมของเธอเข้า จึงขอให้เธอมาติดตั้งผนังแบบนั้นให้เราที่บ้าน”

แล้วหนังสือเล่มใหม่ล่าสุด Hilfiger Homes มีที่มาที่ไปอย่างไร

ดี : “Hilfiger Homes ชวนผู้อ่านให้เข้ามาชมที่พักที่ล้วนออกแบบมาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้ง 7 แห่งของเรา จากกลุ่มบ้านในรั้วเดียวกันของเราบนเกาะมัสทีก ไปจนถึงเพชรน้ำเอกเม็ดล่าสุดของเราอย่างบ้านปะการังหลังนี้ ฉันไม่รู้ว่าคนอื่นอาจจะนึกภาพว่าเราอยู่แต่บ้านที่มีสีแดง ขาว และน้ำเงินอย่างสีโลโก้ของแบรนด์เราหรือเปล่า แต่บ้านเราไม่ใช่แบบนั้นเลย เว้นแต่ออฟฟิศของทอมมี่ค่ะ

“เรารู้สึกว่าหนังสือโฟโต้บุ๊กเกี่ยวกับบ้านและการตกแต่งส่วนใหญ่มักนำเสนอบ้านสไตล์เดียว แต่หนังสือของเรานำเสนอที่พักหลากหลายสไตล์ นอกจากนี้เรายังใส่รูปบ้านพักส่วนตัวของครอบครัวเราลงไปในหนังสือเยอะมาก เพื่อให้เห็นว่าเราใช้ชีวิตกันอย่างไรในบ้านแต่ละแห่ง เช่น ‘Flag’ เรือของเราที่เปรียบเสมือนบ้านฤดูร้อนของครอบครัว หนังสือเล่มนี้จึงเจาะลึกแง่มุมที่เป็นส่วนตัวของเรามากๆ และสะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางร่วมกันของครอบครัวเราด้วยค่ะ”

เรื่องดีไซน์ของบ้านล่ะ คุณสองคนเห็นตรงกันตลอดเลยหรือเปล่า

ทอมมี่ : “เราไม่เคยเห็นแย้งกันนะครับ ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะเราสองคนอยู่ด้วยกันมานาน หลายปีจนกลายเป็นว่ารสนิยมของเราปรับ จูนเข้าหากันไปเองหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ คือมันทำให้กระบวนการแต่งบ้านง่ายขึ้นเยอะมากๆ ด้วยความที่เราไม่เห็นแย้งกันเลย บ้านทุกหลังของเรามีเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละหลัง ซึ่งมาจากเซนส์ด้านดีไซน์ที่ชัดเจนของเรา ผสมผสานไปกับองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมเดิมของบ้านหลังนั้นๆ และเสริมด้วยข้าวของต่างๆ นานาที่เราสะสมเอาไว้ รวมทั้งใส่งานศิลปะและสไตล์ส่วนตัวของเราลงไปในบ้านครับ”

ดี :“ฉันเชื่อในรสนิยมของทอมมี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้านหรือเสื้อผ้าก็ตาม เขาอยู่แถวหน้าของวัฒนธรรมป๊อปเสมอ ส่วนเรื่องการแต่งบ้าน เขาก็ไม่แพ้ใครในเรื่องความคิดล้ำๆ”

เคล็ดลับที่ทำให้ชีวิตคู่ของคุณสองคนไปได้ดีคืออะไร

ดี : “การให้เกียรติกันและกันเป็นเรื่องสำคัญ อีกอย่างคือต้องมีอารมณ์ขันด้วย แต่แน่นอนว่าต้องมีความรักเป็นพื้นฐานค่ะ มีน้อยเรื่องมากๆ ที่เราสองคนจะเห็นต่างกัน แต่แน่ละว่าถ้าคู่ชีวิตมีรสนิยมคล้ายกันก็ได้ไม่เสียหลายอยู่แล้วละ”

วันดีๆ ที่ปาล์มบีชของคุณสองคนเป็นอย่างไร ทำกิจกรรมอะไรร่วมกันบ้าง

ดี : “เราจะถือโอกาสใช้แดดแรงๆ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบของฟลอริดาออกไปทำกิจกรรมเอาต์ดอร์ด้วยกันค่ะ ถ้าไม่ออกไปเดินที่ทางเดินริมทะเลสาบที่ปาล์มบีช ทอมมี่กับฉันอาจจะไปเล่นเทนนิสหรือขี่จักรยานด้วยกัน ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ก็ผ่อนคลายและช่วยชาร์จแบตเตอรีในตัวอยู่แล้ว เราสองคนยังชอบออกไปหามื้อกลางวันอร่อยๆ นอกบ้านกันแถวถนนเวิร์ธอะเวนิวด้วยค่ะ”

ดี คุณใช้ชีวิตท่ามกลางวัฒนธรรมหลากหลาย ปูมหลังเช่นนี้ส่งผลต่อรสนิยมในการออกแบบของคุณบ้างหรือเปล่า

ดี : “ฉันคิดว่าไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนก็ตามที่คุณโชคดีพอจะได้สัมผัสวัฒนธรรมที่แตกต่างในสถานที่หลากหลาย มันช่วยเปิดมุมมองของคุณได้มากๆ อยู่แล้วค่ะ คุณพ่อของฉันเป็นชาวตุรกี ส่วนคุณแม่เป็นชาวอังกฤษจากเมืองเบอร์มิงแฮม ฉันคิดว่าพื้นเพที่แตกต่างของพ่อแม่ส่งผลต่อตัวฉันในวัยเด็กไม่มากก็น้อย มันทำให้ฉันรู้สึกอยู่ตลอดเวลาเลยว่า ตัวเองแตกต่างไปจากคนอื่นๆ ช่วงที่ฉันเติบโตมาในเมืองเล็กๆ ที่รัฐไอดาโฮ สหรัฐอเมริกา ซึ่งในช่วงปี 1960s ไม่มีผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรมมากเท่าทุกวันนี้ค่ะ

“ถามว่ามันส่งผลต่อรสนิยมในงานดีไซน์ของฉันหรือเปล่า เมื่อไรก็ตามที่คุณได้สัมผัสวัฒนธรรมที่หลากหลายมากเข้า ก็มีแต่จะทำให้มุมมองของคุณรุ่มรวยยิ่งขึ้น และเป็นคลังสมองที่มีประโยชน์มากเวลาที่คุณคิดจะสร้างสรรค์อะไรก็ตาม”

บ้านของคุณเต็มไปด้วยงานศิลปะในโทนสีสดใสเยอะเลย คุณมีวิธีคัดเลือกงานศิลปะจนสร้างคอลเลกชั่นเฉพาะของตัวเองอย่างไร

ดี : “เราสะสมงานศิลปะไว้หลากหลายมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาค่ะ เราทั้งซื้อเข้ามาเพิ่มและขายบางชิ้นออกไป แล้วเราก็ซื้อชิ้นใหม่ๆ เข้ามาเติมอีก ขั้นตอนในการสร้างคอลเลกชั่นศิลปะส่วนตัวของเราจึงไม่เคยซ้ำเดิมเลย และเราซื้องานศิลปะจากแหล่งที่มาที่หลากหลายด้วย ไม่ว่าจะจากงานประมูล ซื้อผ่านแกลเลอรี่ศิลปะของเอกชน หรืออาร์ตแฟร์ต่างๆ ค่ะ”

ทอมมี่ : “เราไปได้ภาพเขียนของปิกาสโซ ‘Mousquetaire aux Oiseaux (ปี 1972)’ หนึ่งปีก่อนจะย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านปะการัง ซึ่งตอนนี้ภาพเขียนชิ้นนี้แขวนอยู่ในห้องนั่งเล่น ตอนที่ได้มาก็คิดว่าต้องเอามาไว้ที่บ้านหลังนี้แน่ๆ ละ ส่วนงานศิลปะชิ้นโปรดที่สุดของผมชิ้นหนึ่งเลยก็คือของขวัญที่ดีมอบให้ครับ เป็นภาพเหมือนตัวผมเองในเฉดสีนีออน ฝีมือ Shyglo ศิลปินชาวแคนาดา ซึ่งตอนนี้ผมแขวนไว้ที่ห้องทำงานผมครับ”

ดี : “เรายังมีงานศิลปะชุด Flowers (ปี 1964) ของแอนดี้ วอร์ฮอล ที่มาช่วยทำให้ผนังตรงโถงระเบียงทางเดินชั้นบนของเราดูมีชีวิตชีวาขึ้นด้วย การสะสมงานศิลปะเป็นแพสชั่นสนุกๆ ส่วนตัวของเราสองคนค่ะ และโชคดีที่เรามีรสนิยมไปในทางเดียวกัน…เสียเป็นส่วนใหญ่ มีอยู่ชิ้นเดียวละคะที่ฉันไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรตอนที่ทอมมี่ตัดสินใจซื้อมา เป็นภาพหน้ากากสยองขวัญของแอนดี้ วอร์ฮอลที่ตอนนี้แขวนอยู่ตรงทางเข้าบ้านปะการังค่ะ

“ตอนแรกฉันก็กลัวๆ นะคะ ไม่แน่ใจว่าอยากจะมองงานศิลปะชิ้นนี้ไปทุกวันๆ หรือเปล่า แต่ทอมมี่ยืนกระต่ายขาเดียวว่ายังไงก็จะซื้อให้ได้ ฉันจึงลองเปิดใจ ไหนลองเอามาแขวนดูซิ กลายเป็นว่าฉันโดนตกเข้าให้ ตอนนี้ฉันรักมันเลยละ คุณจะเริ่มถักทอสายสัมพันธ์กับงานศิลปะที่ได้มาและรู้สึกผูกพันกับมันไปเองค่ะ”

ด้วยความที่ครอบครัวใหญ่ คุณมีวิธีผูกสัมพันธ์สมาชิกครอบครัวอย่างไรบ้างคะ

ทอมมี่ : “สิ่งที่ทำให้บ้านเป็นบ้าน ไม่ใช่แค่อิฐ หิน ปูน ทราย คือครอบครัวครับ”

ดี : “สำหรับเราแล้ว ช่วงมื้อค่ำเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากๆ ค่ะ ฉันยึดกฎห้ามเอาโทรศัพท์เข้ามาตอนกินข้าวแบบเข้มงวดมากๆ แต่มันก็เล็ดรอดเข้ามาโผล่ที่โต๊ะอาหารอยู่บ้างเป็นบางครั้ง มื้อค่ำคือช่วงเวลาเดียวที่ทั้งครอบครัวจะได้ผ่อนคลายพูดคุยกัน และใช้เวลาร่วมกันโดยที่ไม่มีสิ่งอื่นมารบกวนค่ะ”

คุณยังเป็นเจ้าภาพจัดปาร์ตี้ที่เชิญเพื่อนบ้านในละแวกนี้อย่างทอม ฟอร์ด มาสังสรรค์กันด้วย แชร์เคล็ดลับการเป็นเจ้าภาพที่ดีหน่อยสิคะ

ทอมมี่ : “ใส่เอนเนอจี้ดีๆ ดนตรีแจ่มๆ และแขกเลิศๆ สิครับ”

ดี : “แง่มุมที่สำคัญที่สุดและเสมอเลยก็คือแขกที่คุณเชิญมารวมตัวกันค่ะ ต้องเชิญแขกที่คิดว่าน่าจะเข้ากันได้ให้มาเจอกัน การทำอะไรเป็นระเบียบแบบแผนก็ช่วยได้มากนะคะ เรายกทั้งห้องในบ้านหลังใหม่นี้ให้เป็นห้องโชว์จานชามและเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารไปเลยค่ะ

“ฉันสะสมจานชามกระเบื้องลายครามและชุดเครื่องเงินล้ำค่าไว้อยู่บ้าง ซึ่งหนึ่งในนั้นต้องมีชุดช้อนส้อมและมีดตกแต่งเปลือกหอยมุกซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของปาล์มบีชอยู่ด้วย และของที่ไม่มีไม่ได้เด็ดขาดเลยก็คือ ของจาก Mrs. H ไลน์ตกแต่งบ้านของฉันเองค่ะ

“ฉันเป็นพวกผวาเชื้อโรคหน่อยๆ จึงไม่ชอบให้ใครใส่รองเท้าเข้ามาในบ้าน เพราะบ้านเราปูพรมเนื้อบางเยอะเลยด้วย แต่เวลามีปาร์ตี้ ฉันจะยอมไฟเขียวแบบเฉพาะกิจ ใส่รองเท้าเข้าบ้านได้!”

คุณยังทำงานด้านมนุษยธรรมมากมาย เรื่องไหนที่คุณอินที่สุดคะ

ดี : “ฉันกับทอมมี่มีลูก 3 คนที่มีอาการออทิสติกซึ่งมีความต้องการเป็นพิเศษ จึงเป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้เราสองคนรู้สึกว่ามีอะไรเหมือนๆ กันตอนที่เราพบกันครั้งแรก และเป็นสิ่งที่เราสองคนอยากจะเป็นกระบอกเสียงให้ด้วยค่ะ

“ทอมมี่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการของ Next for Autism มูลนิธิที่ช่วยรับช่วงเข้ามาดูแลต่อหลังจากเด็กโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งพ้นวัยที่จะได้รับการดูแลจากโปรแกรมช่วยเหลือเด็กพิเศษไปแล้วมูลนิธินี้จึงเข้าช่วยเหลือครอบครัวต่างๆ เมื่อเด็กพิเศษเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ค่ะ”

ตอนนี้มีโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่อยากทำไว้แล้วหรือยัง หรือโปรเจกต์ที่มองไว้ว่าอยากทำร่วมกันในอนาคต

ทอมมี่ : “มีอยู่แล้วครับ การได้ทำหนังสือบ้านเล่มนี้ให้ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมากๆ เรารอวันที่หนังสือจะเปิดตัวให้คนอื่นๆ ได้มาสัมผัสสิ่งที่เป็นส่วนตัวสำหรับครอบครัวของเรามากๆ ซึ่งเราช่วยกันสั่งสมมาตลอดชีวิตคู่ 20 ปีของเราครับ”

ดี : “หนังสือเล่มนี้เป็นอะไรที่เป็นส่วนตัวสำหรับเรามากๆ และเป็นสิ่งที่เราสองคนตื่นเต้นกันมากๆ เลยด้วย ที่จะได้แชร์ให้กับทุกคนได้เห็นกัน ฉันยังมีอีกโปรเจกต์ที่น่าตื่นเต้นเตรียมเปิดตัวในปีหน้าด้วยนะคะ เป็นรายการที่จะสตรีมทางแอมะซอนชื่อว่า Club CEO ซึ่งนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับนักธุรกิจหญิงที่มีทักษะความสามารถหลากหลายค่ะ

“รายการนี้มีผู้หญิงเก่งที่สร้างแรงบันดาลใจดีๆ หลายคนเลยค่ะ เช่น เซรีน่า วิลเลียมส์ และวินนี่ ฮาร์โลว์ ซึ่งรายการจะเปิดให้ผู้ชมได้เห็นว่าผู้หญิงเก่งเหล่านี้ทำอย่างไรจึงประสบความสำเร็จและพวกเธอต้องเจอความท้าทายอะไรบ้างทั้งในเรื่องงานและชีวิตส่วนตัว ฝากรายการให้ติดตามชมกันด้วยนะคะ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...