‘ผัว’ หึงโหด! ฉุน ‘เมียรัก’ ไปงานแต่งเพื่อนสนิท รัวยิงดับคาห้องครัว ก่อนยิงตัวสาหัสหวังหนีผิด
เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวันที่ 1 มี.ค. พ.ต.ท.ณรงค์ ปิยะพันธ์ รองผกก.สส. สภ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 116 หมู่ที่ 5 ต.ไพรบึง อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยในพื้นที่ พร้อมชุดสืบสวนร่วมกันตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว หลังตัวบ้านเป็นห้องครัวพบ นายพิเชษฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นปูน อาการสาหัส มีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะ 1 นัด ใกล้กับพบอาวุธปืนแบลงก์กันดัดแปลง และปลอกกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 1 ปลอก นอกจากนี้ยังพบร่าง น.ส.อัจฉราณี (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี แฟนของนายพิเชษฐ์ นอนเสียชีวิตจมกองเลือด มีบาดแผลถูกยิงเข้าศีรษะและตามร่างกายหลายแห่ง
จากการสอบสวน นายสุรพงศ์ (สงวนนามสกุล) บิดาของฝ่ายหญิง เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ลูกสาวคบหากับ นายพิเชษฐ์ ประมาณ3 ปี มีลูกชายวัย 2 ขวบ ตลอดระยะเวลาที่คบหากัน นายพิเชษฐ์ มีพฤติกรรมหึงหวงรุนแรงอยู่เสมอ จนมีปากเสียงทะเลาะกับลูกสาวบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเรื่องการออกไปพบปะเพื่อนฝูง หรือไปทำกิจกรรมภายนอกบ้าน ก่อนหน้านี้ลูกสาวเคยเล่าให้ฟังว่า นายพิเชษฐ์ เคยข่มขู่จะฆ่าทั้งครอบครัว หากมีการเลิกราหรือมีปัญหากันรุนแรง อีกทั้งยังเคยนำปืนออกไปยิงนอกบ้านให้เห็นมาแล้ว สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง
ระยะหลังลูกสาวพยายามขอแยกตัวออกห่าง เนื่องจากทนพฤติกรรมหึงหวงไม่ไหว และต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบ กระทั่งช่วงเกิดเหตุ ลูกสาวตั้งใจจะไปงานแต่งงานของเพื่อนสนิท แต่ นายพิเชษฐ์ ไม่ยอมให้ไป ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน ตนไม่ทราบแน่ชัดว่าประเด็นดังกล่าวเป็นชนวนเหตุโดยตรงหรือไม่ แต่เชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากความหึงหวงสะสมที่ยืดเยื้อมานาน
ด้าน น.ส.นิติยา (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี เพื่อนสนิทของผู้ตาย เปิดเผยว่า วันนี้ตนมารับผู้ตายไปงานแต่งเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งในตัวอำเภอไพรบึง ช่วงประมาณ 10.00 น. ผู้ตายเล่าให้ตนฟังว่าแฟนหรือผู้ก่อเหตุโทรตามตลอดเลย บอกว่าจะตามมาที่งานด้วย แต่ไม่รู้อยู่ที่ไหน พอถึงช่วงเย็นประมาณ 16.30 น. ตนจึงขับรถมาส่งผู้ตายที่บ้านสวนของพ่อและแม่ มาทราบภายหลังว่า แฟนของผู้ตายขับรถมายังบ้านหลังเกิดเหตุ ก่อนจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น
โดยปกติแล้วผู้ตายเป็นคนนิสัยดีรักเพื่อน ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นคนอารมณ์ร้อนขี้หึง เมื่อ 4 ปีก่อนทั้งผู้ตายและผู้ก่อเหตุเคยทำงานที่กรุงเทพฯ ผู้ก่อเหตุมีนิสัยหึงหวงและโมโหร้ายผู้ก่อเหตุเคยก่อเหตุยิงผู้ตายแต่ไม่โดน จนได้มีการแจ้งความดำเนินคดีและเลิกลากันไปใน ครั้งนั้นตนไม่คิดว่าทั้งสองจะกลับมาคบหากันอีก และไม่คาดคิดว่าผู้ก่อเหตุจะกล้าลงมือฆ่าเพื่อนตนเช่นนี้
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งสมมติฐานว่า อาจเป็นเหตุทะเลาะกันอย่างรุนแรง จนฝ่ายชายชักปืนรัวยิงฝ่ายหญิงหลายนัดจนถึงแก่ชีวิต จากนั้นก็ตัดสินใจยิงตัวเองหวังหนีความผิด ซึ่งจะทำการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.