โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. จ่อรื้อ 15 ค่าฟีแบงก์ เห็นผลใน 2 เดือน ยันดบ.เหลือ 1% มีกระสุนพอ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 ก.พ. เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. เวลา 02.08 น.

ธปท. เดินหน้ารื้อโครงสร้างค่าธรรมเนียมธนาคาร 15 รายการหลัก เล็งกำหนดมาตรฐานเดียวลดภาระประชาชน มองเสถียรภาพการเงินยังมีหลังปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1% ย้ำไทยยังมี Policy Space เพียงพอ

28 ก.พ. 2569 - นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานมอบรางวัลโครงการประกวดบทความ (ลับคมความคิด) ครั้งที่ 19 ที่จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อยู่ในระหว่างการทบทวนโครงสร้างค่าธรรมเนียมของสถาบันการเงิน โดยจะพิจารณาค่าธรรมเนียมประมาณ 10-15 ประเภท เพื่อจัดให้มีมาตรฐานเดียวกัน (Standardization) เนื่องจากปัจจุบันแต่ละธนาคารมีการเรียกเก็บในอัตราที่แตกต่างกันมาก

โดยหลักการแล้วผลจากการทบทวนจะทำให้ค่าธรรมเนียมลดลงหรือปรับลงมาอยู่ในเกณฑ์ต่ำ โดยจะพิจารณาจากต้นทุนจริงในปัจจุบัน เช่น การขอ Statement ปัจจุบันบางธนาคารคิด 100 บาท บางแห่ง 200 บาท ต่อบัญชีหรือต่อประเภท ควรจะมีการปรับให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เช่นเดียวกับ ค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี ค่าธรรมเนียมพื้นฐาน ออกบัตร ATM, การฝาก/โอนเงิน/ถอนเงินข้ามเขต, และการเรียกเก็บเช็คข้ามเขต ซึ่งในอดีตมีต้นทุนการขนส่งเงินสด แต่ปัจจุบันไม่มีต้นทุนส่วนนี้แล้ว จึงควรปรับลดลงหรืออาจไม่มีเลย

นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมสำหรับ SME เช่น ค่าธรรมเนียมการเขียนโครงการ (Front-end fee) และค่าธรรมเนียมการชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนด (Prepayment fee) โดยเน้นไปที่ธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเป็นหลัก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีธุรกรรมค่าธรรมเนียมจำนวนมาก

“เป้าหมายคือช่วยลดภาระประชาชน และคาดว่าจะเห็นข้อสรุปที่ชัดเจนภายใน 2 เดือน หลังจากนั้นจะมีขั้นตอนการออกประกาศ การทำ Public Hearing และการหารือกับธนาคารพาณิชย์เพิ่มเติม โดยหลักๆจะต้องไม่กระทบกับการทำธุรกิจธนาคารหรือไม่กระทบต้นทุนของธนาคารมากเกินไป”

นายวิทัย กล่าวว่า ส่วนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง คือเพื่อดึงอัตราเงินเฟ้อระยะกลางที่อาจจะต่ำลงเล็กน้อย ให้กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่วางไว้

และ ประคับประคองเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ลดภาระต้นทุน และผลักดันให้ GDP เติบโตได้ใกล้เคียงกับศักยภาพที่ 2.7%

“ระดับอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันที่ 1% ถือว่าเป็นระดับที่เหมาะสมและมีความสมดุลในสถานการณ์ปัจจุบัน หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ การลดดอกเบี้ยมีทั้งข้อดีต่อผู้กู้ แต่ก็มีผลกระทบด้านลบต่อผู้ฝากเงิน จึงต้องพิจารณาให้มีความพอดี”

นายวิทัย กล่าวอีกว่า อัตราดอกเบี้ยของไทยในปัจจุบันจัดว่า ต่ำเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยมีเพียงสวิตเซอร์แลนด์และญี่ปุ่นเท่านั้นที่ต่ำกว่า และถือว่าต่ำที่สุดในอาเซียนและเอเชีย (ไม่นับญี่ปุ่น) ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายที่ผ่อนคลายมาก

“การลดดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ จะทำให้ "กระสุน" หรือเครื่องมือทางการเงินลดลง แต่ที่ระดับ 1% ยังถือว่ามีช่องว่าง (Room) ให้ดำเนินการได้หากเกิดภาวะช็อกทางเศรษฐกิจ เช่น ในช่วงโควิดที่เคยลดลงไปถึง 0.5%”

อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ตอบรับดอกเบี้ยนโยบายที่ส่งผ่าน ด้วยการลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.1% ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายลดลง 0.25% นั้น นายวิทัยกล่าวเพียงว่า“ขอบเขตของธปท.มีจำกัด”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...