โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MALEE ขยายพอร์ตน้ำมะพร้าวพรีเมียม เปิดตัว “โคโค่ มัทฉะ” รับเทรนด์สุขภาพโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ม.ค. เวลา 16.06 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. เวลา 09.06 น.

ชูกลยุทธ์นวัตกรรมเครื่องดื่ม Functional ยกระดับพอร์ตผลิตภัณฑ์มุ่งสู่ Global Wellbeing Company เจาะดีมานด์ตลาดน้ำมะพร้าวโตแรง 80% และกระแสชาเขียวมัทฉะมูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท กางแผนครองส่วนแบ่งตลาดน้ำมะพร้าว 35% ตั้งเป้าดันรายได้รวมปี 2569 โต 10-15%

23 มกราคม 2569 - บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพชั้นนำ ประกาศรุกตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลนัล (Functional Drink) อย่างเต็มตัวผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่“Malee COCO Coconut Matcha” (มาลี โคโค่ มัทฉะ) ซึ่งเป็นการผสานนวัตกรรมระหว่างน้ำมะพร้าวธรรมชาติแท้ (NFC) และชาเขียวอูจิมัทฉะจากประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นการสร้าง Category ใหม่ในตลาดเพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพเชิงป้องกันและความงามจากภายใน (Beauty-from-Within)

การเคลื่อนไหวในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจของMALEE เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดจากการเป็นเพียงผู้ผลิตน้ำผลไม้ สู่การเป็นองค์กรนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในระดับสากล โดยใช้แนวคิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมจากธรรมชาติเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่มีการเติบโตสูง

น่านน้ำใหม่ : เมื่อน้ำมะพร้าวโตแรง 80% ปะทะกระแสมัทฉะหมื่นล้าน

นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MALEE เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมว่า ตลาดน้ำมะพร้าวพร้อมดื่มในประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยข้อมูลรอบปีที่ผ่านมา (MAT พฤศจิกายน 2568) ระบุว่าตลาดมีมูลค่ารวมกว่า 1,800 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตสูงถึง 80% สะท้อนถึงความนิยมของผู้บริโภคที่หันมาดื่มเครื่องดื่มจากธรรมชาติเพื่อทดแทนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง

ในขณะเดียวกัน ตลาดชาเขียวพร้อมดื่มมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 18,000 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี ซึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากกระแสการบริโภคมัทฉะที่กลายเป็นวัฒนธรรมการดื่มยุคใหม่ การผนวกจุดแข็งของทั้งสองตลาดเข้าด้วยกันจึงเป็นโอกาสในการสร้างส่วนต่างกำไร (Margin) และขยายฐานการตลาดที่ครอบคลุมทั้งกลุ่มผู้รักสุขภาพและกลุ่มไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

"เรากำลังยกระดับแบรนด์ Malee ให้เข้าไปอยู่ในทุกโมเมนต์ของผู้บริโภค โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์เข้ามาเติมเต็มคุณค่าจากธรรมชาติ เพื่อก้าวสู่การเป็น Global Wellbeing Company อย่างยั่งยืน" - นายเอกรินทร์ พินิจ

โรดแมป 2026: ปักธงกินรวบแชร์ 35% ดันรายได้กลุ่มโตก้าวกระโดด

ในด้านการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ MALEEได้วางโรดแมปการกระจายสินค้าผ่านพันธมิตรค้าปลีกรายใหญ่อย่าง 7-Eleven ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 เพื่อทดสอบการตอบรับของตลาด ก่อนจะขยายเข้าสู่ช่องทางโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ คือการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ในกลุ่มน้ำมะพร้าวจาก 30% ในปี 2568 ขึ้นสู่ระดับ 35% ภายในสิ้นปี 2569 ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่ม "Malee COCO" จะเป็นตัวแปรสำคัญในการผลักดันเป้าหมายรายได้รวมของกลุ่มบริษัทให้เติบโตตามแผนที่วางไว้คือ 10-15%

เจาะอินไซต์ผู้บริโภค: การลงทุนในสุขภาพระยะยาว

ข้อมูลจากแผนกวิจัยตลาดของบริษัทระบุว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันมองการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) เป็นการลงทุนระยะยาว (Long-term Investment) ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มฟังก์ชันนัล ผลิตภัณฑ์จากพืช (Plant-based) และผลิตภัณฑ์ชะลอวัย (Anti-aging) มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการค้นหาผลิตภัณฑ์ที่มีงานวิจัยรองรับ ซึ่งMalee COCO Coconut Matcha ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้ด้วยการชูจุดเด่นเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ (EGCG และคาเทชิน) และการมีพลังงานต่ำเพียง 25 Kcal ต่อหน่วยบริโภค

"การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นการฉีกกรอบการดื่มแบบเดิม เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในตลาดน้ำมะพร้าวที่ยังคงมีศักยภาพเติบโตได้อีกมหาศาล" - นายเอกรินทร์ พินิจ

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...