MALEE ขยายพอร์ตน้ำมะพร้าวพรีเมียม เปิดตัว “โคโค่ มัทฉะ” รับเทรนด์สุขภาพโลก
ชูกลยุทธ์นวัตกรรมเครื่องดื่ม Functional ยกระดับพอร์ตผลิตภัณฑ์มุ่งสู่ Global Wellbeing Company เจาะดีมานด์ตลาดน้ำมะพร้าวโตแรง 80% และกระแสชาเขียวมัทฉะมูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท กางแผนครองส่วนแบ่งตลาดน้ำมะพร้าว 35% ตั้งเป้าดันรายได้รวมปี 2569 โต 10-15%
23 มกราคม 2569 - บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพชั้นนำ ประกาศรุกตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลนัล (Functional Drink) อย่างเต็มตัวผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่“Malee COCO Coconut Matcha” (มาลี โคโค่ มัทฉะ) ซึ่งเป็นการผสานนวัตกรรมระหว่างน้ำมะพร้าวธรรมชาติแท้ (NFC) และชาเขียวอูจิมัทฉะจากประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นการสร้าง Category ใหม่ในตลาดเพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพเชิงป้องกันและความงามจากภายใน (Beauty-from-Within)
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจของMALEE เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดจากการเป็นเพียงผู้ผลิตน้ำผลไม้ สู่การเป็นองค์กรนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในระดับสากล โดยใช้แนวคิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมจากธรรมชาติเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่มีการเติบโตสูง
น่านน้ำใหม่ : เมื่อน้ำมะพร้าวโตแรง 80% ปะทะกระแสมัทฉะหมื่นล้าน
นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MALEE เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมว่า ตลาดน้ำมะพร้าวพร้อมดื่มในประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยข้อมูลรอบปีที่ผ่านมา (MAT พฤศจิกายน 2568) ระบุว่าตลาดมีมูลค่ารวมกว่า 1,800 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตสูงถึง 80% สะท้อนถึงความนิยมของผู้บริโภคที่หันมาดื่มเครื่องดื่มจากธรรมชาติเพื่อทดแทนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
ในขณะเดียวกัน ตลาดชาเขียวพร้อมดื่มมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 18,000 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี ซึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากกระแสการบริโภคมัทฉะที่กลายเป็นวัฒนธรรมการดื่มยุคใหม่ การผนวกจุดแข็งของทั้งสองตลาดเข้าด้วยกันจึงเป็นโอกาสในการสร้างส่วนต่างกำไร (Margin) และขยายฐานการตลาดที่ครอบคลุมทั้งกลุ่มผู้รักสุขภาพและกลุ่มไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
"เรากำลังยกระดับแบรนด์ Malee ให้เข้าไปอยู่ในทุกโมเมนต์ของผู้บริโภค โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์เข้ามาเติมเต็มคุณค่าจากธรรมชาติ เพื่อก้าวสู่การเป็น Global Wellbeing Company อย่างยั่งยืน" - นายเอกรินทร์ พินิจ
โรดแมป 2026: ปักธงกินรวบแชร์ 35% ดันรายได้กลุ่มโตก้าวกระโดด
ในด้านการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ MALEEได้วางโรดแมปการกระจายสินค้าผ่านพันธมิตรค้าปลีกรายใหญ่อย่าง 7-Eleven ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 เพื่อทดสอบการตอบรับของตลาด ก่อนจะขยายเข้าสู่ช่องทางโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ คือการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ในกลุ่มน้ำมะพร้าวจาก 30% ในปี 2568 ขึ้นสู่ระดับ 35% ภายในสิ้นปี 2569 ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่ม "Malee COCO" จะเป็นตัวแปรสำคัญในการผลักดันเป้าหมายรายได้รวมของกลุ่มบริษัทให้เติบโตตามแผนที่วางไว้คือ 10-15%
เจาะอินไซต์ผู้บริโภค: การลงทุนในสุขภาพระยะยาว
ข้อมูลจากแผนกวิจัยตลาดของบริษัทระบุว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันมองการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) เป็นการลงทุนระยะยาว (Long-term Investment) ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มฟังก์ชันนัล ผลิตภัณฑ์จากพืช (Plant-based) และผลิตภัณฑ์ชะลอวัย (Anti-aging) มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการค้นหาผลิตภัณฑ์ที่มีงานวิจัยรองรับ ซึ่งMalee COCO Coconut Matcha ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้ด้วยการชูจุดเด่นเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ (EGCG และคาเทชิน) และการมีพลังงานต่ำเพียง 25 Kcal ต่อหน่วยบริโภค
"การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นการฉีกกรอบการดื่มแบบเดิม เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในตลาดน้ำมะพร้าวที่ยังคงมีศักยภาพเติบโตได้อีกมหาศาล" - นายเอกรินทร์ พินิจ