PPS จี้รัฐบาลใหม่สังคายนาประมูลเมกะโปรเจกต์ ชูธง ‘ความปลอดภัย-โปร่งใส’ ยกระดับอุตสาหกรรม
PPS กางแผนปี 69 รุกชิงงานโครงสร้างพื้นฐานรัฐ-สนามบิน ตุน Backlog ในมือแล้ว 426 ล้านบาท แนะปฏิรูปเกณฑ์คัดเลือกผู้รับเหมา-ผู้บริหารโครงการ เน้นประวัติขาวสะอาดสกัดอุบัติเหตุซ้ำซาก ชูจุดแข็งที่ปรึกษาอิสระไร้ส่วนได้เสียกลุ่มอสังหาฯ มุ่งเป้าองค์กรมาตรฐานสากล ISO 14064-1
23 มกราคม 2569 - บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ PPS ผู้นำในธุรกิจบริหารและควบคุมงานวิศวกรรมก่อสร้างระดับประเทศ ออกโรงกระตุ้นรัฐบาลชุดใหม่ให้เร่งปฏิรูปโครงสร้างการประมูลโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยเน้นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและธรรมาภิบาลเชิงรุก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและป้องกันความสูญเสียจากอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้าง พร้อมเผยทิศทางธุรกิจปี 2569 มุ่งขยายพอร์ตงานภาครัฐรับอานิสงส์การฟื้นตัวของการลงทุนในประเทศ
ดร.พงศ์ธร ธาราไชย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PPS ระบุว่า ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ทิศทางการลงทุนในเมกะโปรเจกต์มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะโครงการระบบราง ทางยกระดับ และทางอากาศยาน ซึ่งเป็นกลุ่มงานที่มีความซับซ้อนและต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง โดยปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) มูลค่ารวมกว่า 426 ล้านบาท และเตรียมความพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลงานใหม่ๆ ตลอดปีนี้เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ผ่าทางตันงานรัฐ: แนะรื้อเกณฑ์ประมูลเลิกเน้น ‘ราคาต่ำ’ ชู Safety & Quality เป็นธงนำ
ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยให้ทัดเทียมระดับสากล PPSได้เสนอแนวทางให้ภาครัฐปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้รับเหมาและผู้บริหารงานก่อสร้าง โดยไม่พิจารณาเพียงแค่ราคาต่ำสุด แต่ต้องเน้นไปที่ความพร้อมของบุคลากรและประวัติการดำเนินงานที่ผ่านมาอย่างเข้มงวด
"โครงการรัฐต้องยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างจริงจัง ผู้บริหารงานต้องไม่มีประวัติด่างพร้อย และต้องมีการตรวจสอบเชิงรุกระหว่างก่อสร้าง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักลงทุนต่างชาติ" - ดร.พงศ์ธร ธาราไชย
การตรวจสอบเชิงรุก (Proactive Monitoring) ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ โดย PPS มองว่ารัฐบาลควรบรรจุเกณฑ์การวัดผลด้านความปลอดภัยเป็นสัดส่วนสำคัญในการตัดสินผลการประมูล
ชูอิสระทางธุรกิจไร้ส่วนได้เสียกลุ่มอสังหาฯ ปิดช่อง Conflict of Interest
หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ PPSมีความได้เปรียบในการแข่งขันคือสถานะการเป็น "ที่ปรึกษาอิสระ" ซึ่งแตกต่างจากบริษัทบริหารงานก่อสร้างหลายรายในตลาดที่มีความเชื่อมโยงหรือถูกถือหุ้นโดยกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่
ดร.พงศ์ธร ขยายความว่าความอิสระนี้ช่วยให้บริษัทสามารถให้คำปรึกษาและควบคุมงานได้อย่างเป็นกลางที่สุด ปราศจากความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) ในทุกขั้นตอนการตัดสินใจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่หน่วยงานรัฐและผู้ลงทุนโครงการขนาดใหญ่ให้ความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน
"การทำธุรกิจบนพื้นฐานของความโปร่งใสและเป็นกลาง ไม่เพียงแต่ช่วยลดช่องโหว่ในการทุจริต แต่ยังเป็นการการันตีคุณภาพงานก่อสร้างให้เป็นไปตามหลักวิศวกรรมอย่างแท้จริง" - ดร.พงศ์ธร ธาราไชย
กางแผนอัปเกรดองค์กรสู่ ISO 14064-1 รุกน่านน้ำ ‘ก่อสร้างสีเขียว’
นอกเหนือจากเป้าหมายทางรายได้PPS ยังคงให้น้ำหนักกับการพัฒนามาตรฐานองค์กรในระดับสากล เพื่อรองรับเกณฑ์การตัดสินใจของผู้บริโภคและคู่ค้ายุคใหม่ที่เน้นความยั่งยืน (Sustainability) โดยบริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001 (ระบบจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ) และกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาองค์กรสู่มาตรฐาน ISO 14064-1 (การวัดปริมาณและการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก)
การยกระดับสู่มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมนี้ จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญ (Game Changer) ในการเข้ารับงานบริหารโครงการก่อสร้างสีเขียว (Green Building) และโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเทรนด์หลักของโลกในปัจจุบันและอนาคต